สหรัฐอเมริกาแซงหน้าจีน กลายเป็นผู้ซื้อผลิตภัณฑ์ K-Beauty รายใหญ่ที่สุดของโลก
ปัจจุบันสหรัฐอเมริกาขึ้นแท่นเป็นประเทศผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์สกินแคร์และเมกอัพจากเกาหลีใต้รายใหญ่ที่สุด แซงหน้าอดีตผู้นำเข้ารายใหญ่อย่างจีนไปเป็นที่เรียบร้อย และความสำเร็จนี้ก็มาจากผลิตภัณฑ์ที่กลายเป็นไวรัลใน TikTok อย่างเซรัมที่ใช้ส่วนผสมเป็นเมือกหอยทาก และมอยส์เจอไรเซอร์ที่ผลิตขึ้นจากสเปิร์มแซลมอน ที่ล้วนดึงดูดความสนใจจากชาวอเมริกันรุ่น Gen-Z จนความต้องการในตลาดพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา
ถึงแม้ว่าเหล่าโปรดักต์ K-Beauty จะได้รับความนิยมอย่างสูงในสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะสำหรับในหมู่คนเชื้อสายอเมริกัน-เอเชีย แต่มันก็ยังไม่ได้เป็นสินค้าที่อยู่ในตลาดกระแสหลัก โดยยอดขายผลิตภัณฑ์สกินแคร์และเมกอัพของเกาหลีใต้ในสหรัฐอเมริกาในปี 2025 มีจำนวนอยู่ที่ 2.4 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งยังคงนับเป็นสัดส่วนที่น้อย เมื่อเทียบกับรายได้ทั้งหมดของ K-Beauty ในจำนวนมากกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์
มีการรายงานว่าเหล่าเจ้าของธุรกิจ K-Beauty ต้องใช้กลยุทธ์ทางการตลาดสำหรับสหรัฐอเมริกาที่มีความแตกต่างจากเอเชีย นั่นคือการเพิ่มกลยุทธ์ด้านออฟไลน์ที่สโตร์สำหรับลูกค้าที่มาชอปปิงด้วยตัวเอง โดยการนำเสนอและให้ทดลองสินค้าที่ใช้ส่วนผสมที่ลูกค้าใหม่ไม่คุ้นเคยมาก่อน เช่น PDRN หรือสารสกัด DNA จากอสุจิปลาแซลมอนที่มีคุณสมบัติฟื้นฟูผิว ซึ่งถึงแม้ว่าปัจจุบันทั้ง Sephora, Target, Walmart และร้านรีเทลอื่นๆ จะมีการวางขายโปรดักต์ K-Beauty นำเข้า แต่ร้านเหล่านี้ก็ยังไม่สามารถมอบประสบการณ์การซื้อของแบบที่เกาหลีใต้ทำได้
กลยุทธ์ถัดมาคือการขยายโปรดักต์ให้ครอบคลุมกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายมากขึ้นอย่างการเพิ่มเฉดสีของผลิตภัณฑ์ โดย Mintel เผยผลวิเคราะห์ข้อมูลการตลาดว่า ผู้หญิงผิวดำในสหรัฐอเมริกามีความสนใจใน K-Beauty มากกว่ากลุ่มไหนๆ ถึงแม้ว่าผลิตภัณฑ์เมกอัพของเกาหลีใต้ส่วนใหญ่จะมีเฉดสีให้เลือกอย่างจำกัดก็ตาม การรายงานนี้ยังยกตัวอย่างแบรนด์เครื่องสำอางสัญชาติเกาหลี TIRTIR ที่เพิ่มเฉดสีคุชชันจาก 3 สีขึ้นเป็น 9 สี ก่อนที่จะขยายออกมาจนถึง 40 สี ส่งผลให้แบรนด์เอาชนะใจชาว TikToker สำหรับการครอบคลุมลูกค้าอย่างทั่วถึง และประสบผลสำเร็จทางยอดขายเป็นอย่างมาก
ภาพ: TIRTIR
อ้างอิง: https://ww.fashionnetwork.com/news/Salmon-sperm-snail-mucin-fuel-k-beauty-s-us-push,1811588.html
#KBeauty
#TheStandardPop