โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

จับตารัฐบาลใหม่รื้อแผนการคลังระยะปานกลาง รับมือวิกฤตพลังงาน

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 16 มี.ค. เวลา 00.53 น. • เผยแพร่ 16 มี.ค. เวลา 07.49 น.

นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงการคลัง, สบน., และกรมสรรพสามิต ศึกษาแนวทางในการรับมือราคาพลังงาน ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งตะวันออกกลาง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ยังสามารถกู้เงินด้วยตัวเองได้ 2 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ หากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย ก็มีแนวทางในการดำเนินการ เช่น การแก้พ.ร.ฎ.เปลี่ยนแปลงกรอบวงเงินกู้เพื่อรักษาเสถียรภาพระดับราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศ และการพิจารณาออกพ.ร.ก.ผ่อนผันให้กระทรวงการคลังค้ำประกันการชำระหนี้ของสำนักงายกองทุนน้ำมัน อย่างไรก็ตาม ช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครน กองทุนน้ำมันสถานะติดลบกว่า 1 แสนล้านบาท ก่อนที่จะมีการออกพ.ร.ก.ค้ำประกันดังกล่าว

“การกู้เงินของหน่วยงานในกำกับของรัฐ จะถูกนับรวมในสัดส่วนของหนี้สาธารณะด้วย ซึ่งปัจจุบันสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP ของไทยอยู่ที่ประมาณ 66% ยังมีพื้นที่อยู่อีกประมาณ 4% ยืนยันว่า สามารถรองรับสถานการณ์ราคาพลังงานผันผวนได้ ไม่ถือว่าน่าเป็นห่วง”

ทั้งนี้ จากแนวโน้มสถานการณ์ดังกล่าว จะส่งผลให้ตัวเลขเศรษฐกิจไทยลดลง และจะกระทบสัดส่วนหนี้สาธารณะหรือไม่ นางจินดารัตน์ กล่าวว่า หาก GDP ไทยปรับลดลง สัดส่วนหนี้สาธารณะจะปรับเพิ่มขึ้น โดยหากรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศ จะต้องมีการทบทวนแผนการคลังระยะปานกลาง (MTFF) ใหม่ และแผนงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายปัจจุบัน

ส่วนแนวคิดที่จะคงกรอบการขาดดุลไว้ที่ไม่เกิน 3% ของ GDP นั้น หลักการดังกล่าว ยังอยากให้คงอยู่ เนื่องจากเป็นประเด็นหลักที่สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ ซึ่งนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...