โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

วิริยะประกันภัยพร้อมโต้คลื่น บ่ยั่นความท้าทายด้านเศรษฐกิจ-ภัยพิบัติ

Thairath Money

อัพเดต 21 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 21 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

นายอมร ทองธิว กรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นทำหน้าที่เป็นหลักประกันความเสี่ยงให้กับสังคมไทยอย่างมั่นคง ภายใต้เจตนารมณ์ “วิริยะประกันภัย เคียงข้างคนไทยในทุกวิกฤต มุ่งเสริมสร้างสังคมไทยสู่ความยั่งยืน” แม้ต้องเผชิญปัจจัยท้าทายหลายด้าน ทั้งความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ความรุนแรงของภัยธรรมชาติที่เพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และอุบัติภัยที่ไม่คาดคิด ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อทรัพย์สินและคุณภาพชีวิตของประชาชน รวมถึงภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ

ตลอดปี 2568 ที่ผ่านมา ประเทศไทยต้องเผชิญกับภัยพิบัติที่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจในวงกว้าง ทั้งเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในประเทศเมียนมาที่ส่งแรงสั่นสะเทือนถึงหลายจังหวัดของไทย รวมถึงกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ไม่คุ้นเคยกับเหตุการณ์ลักษณะนี้ ทำให้ประชาชนจำนวนมากเกิดความวิตกกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัย โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยหรือทำงานในอาคารสูง ขณะเดียวกันยังเกิดเหตุอุทกภัยรุนแรงในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะมหาอุทกภัยในภาคใต้ตอนล่างที่สร้างความเสียหายหนักในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวสำคัญของภูมิภาค

นายอมรกล่าวว่า ด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 79 ปี วิริยะประกันภัยมีความพร้อมรับมือภัยพิบัติทุกรูปแบบ ตั้งแต่เหตุการณ์ขนาดเล็กไปจนถึงวิกฤตระดับใหญ่ โดยเฉพาะความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการสินไหมทดแทนจากอุทกภัยที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในหลายปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้นำ “ปฏิบัติการ First AID” มาใช้ในการช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่การสำรวจและประเมินความเสียหาย การประสานเครือข่ายรถยกลากเพื่อนำรถยนต์ออกจากพื้นที่น้ำท่วม การจัดซ่อมผ่านเครือข่ายศูนย์ซ่อมมาตรฐาน ตลอดจนการให้บริการผ่านสาขาและศูนย์ปฏิบัติการสินไหมทดแทนกว่า 160 แห่งทั่วประเทศ เพื่อให้การดูแล เยียวยา และชดเชยค่าสินไหมเป็นไปอย่างรวดเร็ว ครบถ้วน และเป็นธรรม

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังผสานความร่วมมือกับเครือข่ายวิริยะจิตอาสาทั่วประเทศ รวมถึงพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน ในการจัดทำถุงยังชีพและส่งมอบสิ่งของจำเป็นเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างใกล้ชิด สะท้อนบทบาทขององค์กรที่ไม่เพียงดูแลด้านประกันภัย แต่ยังร่วมบรรเทาความเดือดร้อนของสังคมในยามวิกฤต

แม้ต้องเผชิญสถานการณ์ท้าทายดังกล่าว แต่ผลประกอบการของบริษัทในปี 2568 ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีเบี้ยประกันภัยรับตรงรวม 42,923 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากปีก่อนหน้า แบ่งเป็นเบี้ยประกันภัยรถยนต์ 37,654 ล้านบาท เติบโต 3.5% และเบี้ยประกันภัยที่ไม่ใช่รถยนต์ 5,269 ล้านบาท เติบโตถึง 17.09% พร้อมรักษาความเป็นผู้นำตลาดประกันวินาศภัยต่อเนื่องเป็นปีที่ 34 ด้วยส่วนแบ่งตลาด 14.64% สะท้อนความไว้วางใจของลูกค้าและประชาชนทั่วประเทศ

ในด้านความมั่นคงทางการเงิน บริษัทฯ ยังมีสินทรัพย์รวม 68,166 ล้านบาท และมีอัตราความเพียงพอของเงินกองทุน (CAR) อยู่ที่ 357.21% ซึ่งสูงกว่ามาตรฐานที่กฎหมายกำหนดไว้ สะท้อนเสถียรภาพและศักยภาพในการรองรับความเสี่ยงขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับเป้าหมายการดำเนินงานในปี 2569 บริษัทฯ ตั้งเป้าเบี้ยประกันภัยรับตรงรวม 44,646 ล้านบาท เติบโตประมาณ 4% โดยแบ่งเป็นธุรกิจประกันภัยรถยนต์ 38,865 ล้านบาท เติบโต 3% และธุรกิจประกันภัยที่ไม่ใช่รถยนต์ 5,780 ล้านบาท เติบโต 9.7% ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพบริการในทุกมิติ เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าและคู่ค้าได้ดียิ่งขึ้น

หนึ่งในแนวทางสำคัญคือการนำเทคโนโลยีมาสนับสนุนงานบริการ ทั้งระบบรับประกันภัย การเคลมสินไหม และการเชื่อมโยงข้อมูลกับคู่ค้าให้รวดเร็วและแม่นยำ พร้อมพัฒนาการให้บริการแบบ One Stop Service ผ่านศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์สายด่วน 1557 และระบบบริการออนไลน์แบบ Self Service บน LINE Official เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการได้สะดวกทุกที่ทุกเวลา

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : วิริยะประกันภัยพร้อมโต้คลื่น บ่ยั่นความท้าทายด้านเศรษฐกิจ-ภัยพิบัติ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...