Company Snapshot : TNDT ปรับโมเดลครั้งใหญ่ พ้นต่ำสุด-รุกกระจายพอร์ต
#TNDT #ทันหุ้น – TNDT ปรับทัพครั้งใหญ่ รุกขยายทำเงินธุรกิจใหม่ มั่นใจพ้นจุดต่ำสุดแล้ว เร่งปรับพอร์ตสร้างการเติบโต วางกลยุทธ์มุ่งทำกำไรมากกว่าการแข่งราคา พร้อมขยายธุรกิจเทรดดิ้ง และผลิตภัณฑ์จากข้าว ร่วมกับการใช้ “Electron Beam” เพิ่มมูลค่า
นายธนรรจ์ ศตวุฒิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย เอ็น ดี ที จำกัด (มหาชน) หรือ TNDT ผู้ประกอบธุรกิจวิชาชีพให้บริการทดสอบ ตรวจสอบ และรับรองผลความปลอดภัยต่อการใช้งานด้านวิศวกรรมด้วยกระบวนการทางเทคนิคไม่ทำลาย เปิดเผยกับ“ทันหุ้น” ว่า บริษัทได้ปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งสำคัญ เดินเกมรุกขยายสู่ธุรกิจใหม่ ที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก(Non-Core) ควบคู่การยกระดับเทคโนโลยีขั้นสูง (Advance Technology) เพื่อลดการพึ่งพารายได้จากอุตสาหกรรม Oil & Gas เพียงด้านเดียว และมุ่งสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในระยะยาว โดยเชื่อมั่นว่าบริษัทได้ผ่านพ้นจุดต่ำสุดมาแล้ว และอยู่ระหว่างการปรับพอร์ตเพื่อเร่งการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะถัดไป
** คุมต้นทุนรัดกุม
สำหรับทิศทางการดำเนินธุรกิจในปีนี้ บริษัทให้ความสำคัญกับการควบคุมต้นทุนอย่างเข้มข้นต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา ซึ่งเริ่มเห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีขั้นสูง(Advance Technology) มาประยุกต์ใช้ในกระบวนการตรวจสอบ เพื่อเพิ่มความรวดเร็ว ลดการใช้แรงงานคน และยกระดับคุณภาพงานบริการให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในปัจจุบันมากขึ้น
ขณะเดียวกัน บริษัทได้เดินหน้ากระจายความเสี่ยงทางธุรกิจ ด้วยการขยายฐานรายได้ไปสู่กลุ่มNon-Core Business มากขึ้น เพื่อลดความผันผวนจากการพึ่งพาอุตสาหกรรม Oil & Gas เพียงอย่างเดียว ซึ่งถือเป็นหนึ่งในบทเรียนสำคัญจากช่วงที่ผ่านมา
สำหรับการขยายธุรกิจใหม่นั้น TNDT ได้นำองค์ความรู้ด้านรังสีและการตรวจสอบมาต่อยอดสู่ภาคอุตสาหกรรมอื่น โดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยี Electron Beam (E-Beam) ในกระบวนการฆ่าเชื้อและถนอมคุณภาพผลิตภัณฑ์สมุนไพร ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากตลาด และมีคำสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
** ขยายธุรกิจเทรดข้าว
นอกจากนี้ บริษัทยังได้นำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้ในธุรกิจของบริษัทย่อยซึ่งดำเนินธุรกิจจำหน่ายข้าวและผลิตภัณฑ์ข้าวแปรรูป โดยใช้ E-Beam ในการกำจัดมอดและแมลงโดยไม่ใช้สารเคมี ช่วยเพิ่มคุณภาพ ความปลอดภัย และมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า ตอบโจทย์เทรนด์ผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับอาหารปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสุขภาพ
นายธนรรจ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทได้ขยายสู่ธุรกิจเทรดดิ้งและผลิตภัณฑ์จากข้าว โดยเริ่มจำหน่ายสินค้าภายใต้แบรนด์ของตนเอง ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากข้าวในบริษัทย่อยของกลุ่ม TNDT ซึ่งนำเทคโนโลยี Electron Beam มาใช้เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ ทั้งในด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และอายุการเก็บรักษา
ทั้งนี้ ธุรกิจผลิตภัณฑ์จากข้าวถือเป็นอีกหนึ่งกลไกสำคัญในการสร้างรายได้ใหม่ เสริมความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างรายได้ของบริษัท และสนับสนุนเป้าหมายการลดการพึ่งพาธุรกิจน้ำมันและก๊าซในระยะยาว
** มุ่งสร้างกำไร
สำหรับทิศทางการพัฒนาธุรกิจหลัก นายธนรรจ์ ระบุว่า บริษัทกำลังอยู่ระหว่างการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยและตอบโจทย์บริบทใหม่ๆ มากขึ้น อาทิ การตรวจสอบโครงสร้างอาคารหลังเกิดเหตุแผ่นดินไหว รวมถึงการนำเทคโนโลยีโดรน (Drone Testing) มาประยุกต์ใช้ร่วมกับพันธมิตรกลุ่มสตาร์ทอัพ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบพื้นที่ที่เข้าถึงยาก และลดต้นทุนการดำเนินงานในระยะยาว
ในด้านผลการดำเนินงาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TNDT ระบุว่า กลยุทธ์สำคัญในปีนี้จะมุ่งเน้นการสร้าง “กำไรบรรทัดสุดท้าย” (Bottom Line) มากกว่าการแข่งขันด้านราคาในภาวะสงครามราคา เพื่อรักษาเสถียรภาพของผลประกอบการ และสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว