โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กระแสยังอยู่ แต่โมเดลเปลี่ยน ‘อี้จาสุกี้หม่าล่า’ เปลี่ยนเกม ปีนี้เปิดหม่าล่าทั่งเพิ่ม 10 สาขา

TODAY

อัพเดต 31 มี.ค. เวลา 07.58 น. • เผยแพร่ 31 มี.ค. เวลา 07.58 น. • TODAY

ย้อนไปในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา‘สุกี้หม่าล่าสายพาน’ สำหรับหลายคนอาจมองว่าเป็นเพียงแฟชั่นอาหารที่มาไวไปไว แต่ในมุมของ ‘อี้จาสุกี้หม่าล่า’ ที่ได้พูดคุยกับ TODAY Bizview ที่ผ่านมายืนยันว่า หม่าล่าฟีเวอร์ยังคงอยู่ แต่เป็นความนิยมในรูปแบบใหม่ ซึ่งก็คือ ‘หม่าล่าทั่ง’

‘ณัฐณิชา เกษรสังข์’ CMO อี้จาสุกี้หม่าล่า ได้เผยกับเราในงาน BOOTCAMP DAY 2026 ที่ผ่านมาว่า หม่าล่ายังไม่ตาย แค่ปีนี้เปลี่ยนร่างจากสายพานมาเป็นหม่าล่าทั่ง ซึ่งโมเดลธุรกิจรูปแบบนี้จะเริ่มมี ‘ความเร็ว’ เข้ามาเป็นปัจจัยหลัก รวมไปถึง ‘ราคาประหยัด’ สำหรับผู้บริโภคยุคนี้ด้วย

[ อี้จาสุกี้ฯ หนึ่งในผู้บุกเบิกหม่าล่าสายพาน ]

ณัฐณิชา ได้เล่าว่า ได้ย้อนไป 3 ปีก่อน ‘ธนวรรธน์ ชินประภากร’ ผู้ก่อตั้งร้านอี้จาสุกี้หม่าล่า ได้หยิบไอเดียจากมณฑลเสฉวนมาเปิดร้านเป็นร้านหม่าล่าสายพานโดยเฉพาะ เป็นเจ้าแรกในประเทศไทยที่เป็นของคนไทย

แต่เดิมผู้ก่อตั้งทำธุรกิจส่วนตัวเกี่ยวกับ ‘บริษัททัวร์’ ไม่ใช่อุตสาหกรรมร้านอาหาร เพียงแต่เห็นโอกาสว่าในตลาดไทยยังไม่มีอาหารที่รสชาติเผ็ดร้อนชา มองว่าน่าจะถูกปากคนไทยที่ชอบทานเผ็ดอยู่แล้ว

ขณะที่ช่วงนั้นในไทยมีร้านที่เป็นหม่าล่าไม่กี่ร้าน แต่ไม่ใช่ของคนไทย ทำให้มีราคาสูง เป็นเหตุผลว่าทำไมอี้จาสุกี้หม่าล่าเปิดตัวขึ้น ด้วยความที่เป็นร้านของคนไทยนั่นเป็นข้อได้เปรียบทำให้ อี้จาสุกี้ฯ ทำราคาที่เข้าถึงง่ายกว่าในตลาด

[ กระแสหม่าล่าทั่งมาแรง ปีนี้เตรียมเปิดเพิ่มหลายที่ ]

ในวันนี้บริบทของตลาดเปลี่ยนไป พฤติกรรมผู้บริโภคคนเมือง/คนรุ่นใหม่ ต้องการความเร็ว ความสะดวก และราคาประหยัดมากขึ้น จากเดิมที่เป็นโมเดลสายพานก็ปรับมาเป็น ‘หม่าล่าทั่ง’

โดยอี้จาสุกี้ฯ ได้ปรับตัวอยู่เรื่อยๆ ทำให้ปัจจุบันร้านมีโมเดลที่เป็นทั้งบุฟเฟ่ต์, หม่าล่าสายพาน และหม่าล่าทั่ง ที่กำลังกลายมาเป็น core business ของปีนี้ โดยแบ่งสัดส่วน ดังนี้

  • โมเดลบุฟเฟ่ต์มี 4 สาขา

  • โมเดลสายพานมี 6 สาขา

  • โมเดลหม่าล่าทั่งมี 20 สาขา

ขณะที่แผนในปีนี้ก็คือ การขยายเพิ่มโมเดลหม่าล่าทั่งของอี้จาสุกี้ฯ ให้ครบอีก 10 แห่งตามเป้า เพื่อให้แบรนด์สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ใกล้ชิดขึ้น

สาเหตุที่ ‘หม่าล่าทั่ง’ กลายเป็นหัวหอกสำคัญของธุรกิจในปีนี้ เพราะตอบโจทย์ pain point ของกลุ่มนักเรียน นักศึกษา และคนทำงานออฟฟิศที่ต้องการความเร็วและคุมงบประมาณได้ ต่างจากหม่าล่าสายพานที่เน้นประสบการณ์การทานแบบนั่งนานกว่า

ณัฐณิชา แชร์เล่า โดยปกติหม่าล่าทั่งมีงบ 150 บาท ก็สามารถทานได้แล้ว ซึ่งที่ร้านราคาเริ่มต้นเพียงขีดละ 30 บาท ขณะที่ร้านอื่นส่วนใหญ่เริ่มต้นที่ 35-40 บาทต่อขีด

ที่น่าสนใจอีกอย่างในปีนี้ก็คือ โมเดลแบบ hybrid มี 2 โซนคือ โซนที่เป็นหม่าล่าสายพานกับโซนหม่าล่าทั่งอยู่ในสาขาเดียวกัน โดยตอนนี้อี้จาสุกี้ฯ กำลังรีโนเวท ‘สาขารัชโยธิน’ ให้เป็นโมเดลใหม่นี้ คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ภายในปีนี้

นอกจากนี้ อี้จาสุกี้หม่าล่า เตรียมจะขยายสาขาออกไปนอกเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลในปีนี้เช่นกัน โดยปักหมุดที่แรกก็คือ ‘นครปฐม’ เป็นสาขานำร่อง

“กระแสหม่าล่าทั่งมาแรงมากๆ ขนาดที่ว่าตรงไหนที่มีร้านเราเปิด ก็มีอีกร้านคนอื่นมาเปิดเทียบคู่เสมอ”

“ด้วยความแรงของหม่าล่าทั่งส่งผลให้ยอดขายออนไลน์ของอี้จาสุกี้ฯ ทุกวันนี้มากกว่าหน้าร้านอยู่ที่ 60:40 ซึ่งประสบการณ์ต่อลูกค้าทั้งหน้าร้านและออนไลน์สำคัญมาก”

สำหรับเป้าการเติบโตของปีนี้อี้จาสุกี้ฯ คาดหวังว่า ยอดขายจะเพิ่มขึ้นประมาณ 40% จากปี 2025 ที่ยอดขายแตะ 27 ล้านบาท

โดยปีนี้เฉพาะ 2 เดือนแรกยอดขายอยู่ที่ 30 ล้านบาท (ให้สัมภาษณ์ก่อนที่จะมีสงครามตะวันออกกลาง)

นอกจากนี้ ณัฐณิชา ได้กล่าวถึง กลยุทธ์ First impression ว่ามีความสำคัญมากต่อการเติบโต โดย 3 เรื่องที่อี้จาสุกี้ฯ ทำมาตลอดก็คือ

  • take action ลูกค้าไว
  • ใช้ LINE OA เพื่อกระตุ้นลูกค้า เช่น โปรโมชั่น
  • ใช้ LINE official คุยกับลูกค้าเสมอ ทำให้รู้สึกว่าอยู่กับลูกค้าเสมอ ไม่ลืมลูกค้า

ปัจจุบันสมาชิกใน LINE official อยู่ที่ประมาณ 20,000 คน ทั้งยังพบว่าลูกค้าราว 15,000 คนซื้อในระบบเป็นลูกค้าประจำกลับมาใช้บริการซ้ำ โดยใช้บริการ 3 ครั้งต่อสัปดาห์

จุดแข็งของอี้จาสุกี้ฯ ในยุคที่ลูกค้ามีตัวเลือกเยอะไปหมด ก็คือ วัตถุดิบหลากหลายกว่า 90 ประเภท และรสชาติน้ำจิ้มที่เป็นจุดเด่น

พูดได้ว่าในธุรกิจอาหาร “ความเก๋า” จากการเป็นเจ้าแรกอาจไม่ใช่หลักประกันความสำเร็จที่ยั่งยืน แต่คือ “การปรับตัว” ต่างหากที่จะทำให้ธุรกิจอยู่รอดในวันที่กระแสลมเปลี่ยนทิศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...