คาดธ.กลางประเทศหลัก"คงดอกเบี้ย"สัปดาห์นี้
วิจัยกรุงศรีประเมินว่า การประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางหลักในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) , ธนาคารกลางยุโรป ( ECB) และธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีแนวโน้มที่จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิม เพื่อรอประเมินความชัดเจนของสถานการณ์ รวมถึงผลกระทบจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่เริ่มกดดันการเติบโตทางเศรษฐกิจ
เนื่องจากแม้สหรัฐฯ และอิหร่านขยายระยะเวลาหยุดยิงออกไปอย่างไม่มีกำหนด รวมถึงการเตรียมเจรจารอบที่สอง แต่สถานการณ์ยังมีความเปราะบางและความเสี่ยง เนื่องจากข้อเรียกร้องระหว่างสองฝ่ายยังแตกต่างกันค่อนข้างมาก อีกทั้งการใช้กำลังทางทหารในการควบคุมช่องทางการขนส่งพลังงาน ซึ่งยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงต่ออุปทานพลังงาน ต้นทุนการผลิต และค่าครองชีพ
ทั้งนี้ ผลกระทบดังกล่าวเริ่มปรากฏให้เห็นในข้อมูลเศรษฐกิจเดือนเมษายน ไม่ว่าจะเป็นการปรับลดลงอย่างมีนัยยะของความเชื่อมั่นผู้บริโภคในสหรัฐฯ การชะลอตัวรุนแรงของภาคบริการในยุโรปและญี่ปุ่น รวมทั้งแรงกดดันเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้นในหลายประเทศ ซึ่งอาจจำกัดการดำเนินนโยบายการเงินในระยะข้างหน้า
สำหรับการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) วันพรุ่งนี้ (29 เม.ย.69) ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ SCB EIC ประเมินว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 1 และมีแนวโน้มจะใช้นโยบายแบบรอติดตามสถานการณ์ (Wait-and-see) ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลางและข้อจำกัด Policy space
ด้าน KKP Research โดยกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร ประเมินเช่นกันว่า กนง. จะดำเนินนโยบายไปในทางผ่อนคลายมากกว่าการขึ้นดอกเบี้ย เนื่องจากบริบทเงินเฟ้อของไทยเพิ่งพ้นจากภาวะติดลบ ประกอบกับเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อพุ่งสูงต่อเนื่องมีน้อยกว่าในปี 2565 ที่เป็นช่วงการเปิดเมืองและเศรษฐกิจฟื้น ทำให้คาดว่า กนง. จะสามารถอดทนให้เงินเฟ้อสูงเกินกรอบเป้าหมายได้ชั่วคราว
อย่างไรก็ดี KKP Research คาดว่า กนง.มีโอกาสปรับลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมลงสู่ระดับร้อยละ 0.75 ในการประชุมรอบสุดท้ายของปี 2569 เพื่อพยุงกำลังซื้อที่อ่อนแอ ก่อนจะปรับขึ้นกลับสู่ร้อยละ 1.0 ในปี 2570
ข่าวที่เกี่ยวข้อง