โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชีวิตพลิกผันของ “เอริกะ ซาวาจิริ” จากนางเอก 1 Litre of Tears สู่วิกฤตอื้อฉาว ก่อนค่อย ๆ หวนคืนวงการ

Manager Online

เผยแพร่ 14 มี.ค. เวลา 03.39 น. • MGR Online

เรื่องราวของ “เอริกะ ซาวาจิริ” สะท้อนชีวิตดาราญี่ปุ่นที่ขึ้นสู่จุดสูงสุดตั้งแต่อายุยังน้อย จากภาพลักษณ์ “น้องสาวของชาติ” ในละครดัง 1 Litre of Tears สู่กระแสต่อต้าน อื้อฉาว และคดีสารเสพติด ก่อนพยายามเริ่มต้นใหม่อีกครั้งบนเวทีละครและงานโฆษณาในเดือนเมษายน ปี 2025 ผู้คนที่เดินผ่านย่านใจกลางกรุงโตเกียวต่างต้องหยุดมอง เมื่อเห็นใบหน้าของ “เอริกะ ซาวาจิริ” ปรากฏบนป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ของคอนแทคเลนส์สีแบรนด์ Kaica อีกครั้ง นักแสดงหญิงที่เคยหายหน้าไปจากวงการนานหลายปีปรากฏตัวด้วยทรงผมบ๊อบสีดำเรียบหรู เมกอัพธรรมชาติ และสายตาที่ดูนิ่งสงบ ภาพดังกล่าวทำให้หลายคนนึกย้อนกลับไปถึงเธอเมื่อเกือบสองทศวรรษก่อน ในช่วงเวลาที่เธอเคยถูกเรียกว่า “น้องสาวของชาติ” ของญี่ปุ่น

สำหรับแฟน ๆ ที่ติดตามเส้นทางของเธอมานานกว่า 20 ปี ใบหน้าของซาวาจิริในวันนี้ไม่ใช่เพียงภาพของดาราคนหนึ่ง แต่เป็นสัญลักษณ์ของชีวิตที่ผ่านทั้งช่วงรุ่งโรจน์และความตกต่ำอย่างรุนแรง จากการเป็นดาวรุ่งที่ผู้คนทั้งประเทศหลงรัก สู่การกลายเป็นบุคคลที่ถูกสังคมต่อต้านอย่างหนัก ชีวิตของเธอเต็มไปด้วยวงจรของชื่อเสียง การล่มสลาย การต่อต้าน และความพยายามลุกขึ้นใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่า

เอริกะ ซาวาจิริ เกิดในปี 1986 ที่กรุงโตเกียว เธอมีเชื้อสายผสม โดยพ่อเป็นชาวญี่ปุ่น ส่วนแม่เป็นชาวฝรั่งเศสเชื้อสายแอลจีเรีย ความผสมผสานของลักษณะตะวันออกและตะวันตกทำให้เธอมีความงามที่โดดเด่นและแตกต่างตั้งแต่วัยเยาว์ อย่างไรก็ตาม ชีวิตในวัยเด็กของเธอกลับไม่ได้ราบรื่น เมื่อเธออายุเพียง 9 ปี พ่อของเธอก็ออกจากครอบครัวไปอย่างกะทันหันและขาดการติดต่อ กระทั่งในช่วงปีสุดท้ายของมัธยมต้น ครอบครัวจึงทราบว่าเขาเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งไปแล้ว

โศกนาฏกรรมยังไม่จบลงเพียงเท่านั้น เพียงหนึ่งปีหลังจากเธอเข้าเรียนมัธยมปลาย พี่ชายที่เธอรักมากก็เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ การสูญเสียต่อเนื่องในช่วงวัยรุ่นทิ้งบาดแผลทางจิตใจไว้อย่างลึกซึ้ง รายงานของสื่อญี่ปุ่นในเวลาต่อมาระบุว่าเหตุการณ์เหล่านี้อาจเป็นหนึ่งในปัจจัยที่หล่อหลอมบุคลิกของเธอ ทำให้เธอโหยหาความรักจากผู้คน แต่ในขณะเดียวกันก็พยายามปกป้องตัวเองจากการถูกทำร้ายทางความรู้สึก

ในปี 2005 เมื่ออายุเพียง 19 ปี ชื่อของเอริกะ ซาวาจิริก็พุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดของวงการบันเทิงญี่ปุ่น จากละครเรื่อง 1 Litre of Tears ซึ่งเธอรับบทเป็นเด็กสาวที่ป่วยด้วยโรคเสื่อมของระบบประสาทที่ทำให้การควบคุมการเคลื่อนไหวของร่างกายค่อย ๆ สูญเสียไป การแสดงที่เต็มไปด้วยอารมณ์ โดยเฉพาะดวงตาที่เต็มไปด้วยน้ำตาของเธอ ทำให้ผู้ชมทั่วประเทศซาบซึ้งอย่างมาก ตอนจบของละครทำเรตติ้งทะลุ 20% และทำให้เธอกลายเป็น “น้องสาวของชาติ” ในทันที

ปีถัดมาเธอยังประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องจากภาพยนตร์ Taiyo no Uta ที่เธอรับบทเป็นนักร้องข้างถนนซึ่งป่วยด้วยโรคหายากที่ทำให้ไม่สามารถออกไปเจอแสงแดดได้ ซาวาจิริยังเปิดตัวในฐานะนักร้องด้วยเพลงชื่อเดียวกับภาพยนตร์ ซึ่งสามารถขึ้นอันดับ 1 บนชาร์ตโอริกอนทันที ในช่วงเวลานั้นเธอเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่เนื้อหอมที่สุดของญี่ปุ่น ได้รับข้อเสนอจากทั้งละคร ภาพยนตร์ และโฆษณาจำนวนมาก

ภาพลักษณ์อันบริสุทธิ์ที่เธอสร้างจาก 1 Litre of Tears พังทลายลงอย่างสิ้นเชิง และในอีกหลายปีต่อมา เธอกลายเป็นผู้ที่มักติดอันดับหนึ่งในการสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับ “ดาราหญิงที่คนญี่ปุ่นไม่ชอบมากที่สุด”

ท่ามกลางช่วงขาลงของอาชีพการงาน ซาวาจิริยังสร้างความตกตะลึงให้สังคมอีกครั้ง เมื่อในเดือนมกราคม 2009 เธอประกาศแต่งงานกับ “ทาคาชิโระ สึโยชิ” ครีเอเตอร์ด้านมัลติมีเดียที่มีอายุมากกว่าเธอถึง 22 ปี การแต่งงานครั้งนี้ได้รับความสนใจอย่างมาก เพราะทั้งคู่มีการทำสัญญาก่อนสมรสที่มีรายละเอียดแปลกประหลาด เช่น จำกัดการมีเพศสัมพันธ์ไม่เกินเดือนละ 5 ครั้ง หากเกินกว่านั้นต้องจ่ายเงินครั้งละ 500,000 เยน และหากมีการนอกใจจะต้องจ่ายค่าปรับสูงถึง 10 ล้านเยน รวมถึงค่าปรับเพิ่มเติมอีก 20 ล้านเยนสำหรับความสัมพันธ์ทางเพศนอกสมรส

ข้อตกลงที่ดูเย็นชาและเป็นตัวเลขอย่างชัดเจนทำให้สังคมวิจารณ์อย่างหนัก ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เสื่อมลงอย่างรวดเร็ว และแยกกันอยู่ในปี 2010 ก่อนจะหย่าร้างอย่างเป็นทางการในปี 2013

หลังการหย่าร้าง ดูเหมือนว่าเธอจะเริ่มฟื้นตัวในวงการอีกครั้งจากภาพยนตร์ Helter Skelter ของผู้กำกับ “มิกะ นินางาวะ” ซึ่งเธอรับบทเป็นซูเปอร์โมเดลที่ผ่านการศัลยกรรมทั้งร่างกายและค่อย ๆ สูญเสียสติจากแรงกดดันของชื่อเสียง บทบาทนี้ถูกมองว่าเป็นภาพสะท้อนชีวิตจริงของเธอเอง และทำให้เธอได้รับรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจากเวทีภาพยนตร์ญี่ปุ่น

แต่ในปี 2019 ชีวิตของเธอก็พังทลายอีกครั้ง เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกค้นอพาร์ตเมนต์ของเธอในโตเกียวและพบแคปซูลที่มีสาร MDMA ระหว่างการสอบสวน ซาวาจิริยอมรับว่าเธอใช้สารเสพติดหลายชนิดมานานประมาณ 10 ปี ทั้งกัญชา MDMA LSD และโคเคน การสารภาพดังกล่าวสร้างความตกตะลึงไปทั่วประเทศ บทบาทของเธอในละครประวัติศาสตร์ของสถานี NHK ถูกยกเลิกทันที และฉากที่เธอถ่ายทำไปแล้วทั้งหมดต้องถ่ายใหม่

ในปี 2020 ศาลแขวงโตเกียวตัดสินโทษจำคุกเธอ 1 ปี 6 เดือน แต่ให้รอลงอาญา 3 ปี ระหว่างการพิจารณาคดี เธอกล่าวต่อศาลว่า “ฉันไม่มีสิทธิ์กลับไปทำงานในวงการบันเทิงอีกแล้ว”

หลังจากหายไปจากสื่อเกือบสี่ปี เอริกะ ซาวาจิริก็ประกาศกลับมาอีกครั้งในปี 2023 แต่ครั้งนี้เธอเลือกเริ่มต้นใหม่จากเวทีละครเวทีแทนที่จะเป็นโทรทัศน์หรือภาพยนตร์ ในปี 2024 เธอรับบทนำเป็น “แบลนช์” ในละครเวที A Streetcar Named Desire ตัวละครหญิงที่ใช้ชีวิตอยู่ในภาพลวงตาและค่อย ๆ จมดิ่งสู่ความพังทลายทางจิตใจ ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นบทบาทที่สะท้อนเส้นทางชีวิตของเธออย่างชัดเจน

การแสดงของเธอได้รับคำชื่นชมจากนักวิจารณ์อย่างมาก ตั๋วการแสดงขายหมดอย่างรวดเร็ว หลังจากความสำเร็จของละครเวที ซาวาจิริค่อย ๆ กลับมารับงานเชิงพาณิชย์อีกครั้ง และในปี 2025 เธอกลายเป็นพรีเซนเตอร์ของคอนแทคเลนส์สีแบรนด์ Kaica นับเป็นการกลับมาสู่โลกโฆษณาอย่างเต็มตัว นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าภาพยนตร์เรื่องใหม่ที่เธอแสดงนำมีกำหนดเข้าฉายในปี 2026

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...