โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

[Vision Exclusive] SAK จับตาหนี้เสียพุ่ง ลุ้นรัฐช่วยค่าครองชีพ

หุ้นวิชั่น

อัพเดต 22 เม.ย. เวลา 07.34 น. • เผยแพร่ 22 เม.ย. เวลา 00.30 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้น

หุ้นวิชั่น - SAKเริ่มเห็นสัญญาณลูกค้าเกษตรกรผิดนัดชำระหนี้ หลังต้นทุนน้ำมันดีเซล – ปุ๋ยพุ่ง หวั่นภัยแล้งซ้ำเติม Q2/69 กดความสามารถชำระหนี้ ดันหนี้เสียเพิ่ม เล็งทบทวนเป้าการเติบโตของสินเชื่อกลางปีนี้ จากเดิมคาดโต 10% พร้อมจับตานโยบายรัฐช่วยพยุงค่าครองชีพประชาชน ผ่านโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" และ "คนละครึ่งพลัส" ด้านธุรกิจสินเชื่อโซลาร์รูฟท็อปโตแรง รับอานิสงส์ลดหย่อนภาษี - ค่าไฟขาขึ้น

นายศิวพงศ์ บุญสาลี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศักดิ์สยามลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SAK เปิดเผยกับ "ทีมข่าวหุ้นวิชั่น" ว่า บริษัทฯ เริ่มเห็นสัญญาณการผิดนัดชำระหนี้ของลูกค้ากลุ่มเกษตรกรมากขึ้น ตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นมา เนื่องจากลูกค้ากลุ่มดังกล่าวได้รับผลกระทบโดยตรงจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ทั้ง ราคาน้ำมันดีเซล และปุ๋ย ซึ่งขณะนี้ราคาเพิ่มขึ้นมาราว 20-25% แล้ว โดยบริษัทฯ ก็อยู่ระหว่างติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินผลกระทบต่อภาพรวมสินเชื่อต่อไป

ทั้งนี้บริษัทฯ มองว่าผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง จะเริ่มเห็นภาพชัดเจนมากขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 2/2569 เป็นต้นไป รวมถึงผลกระทบจากภัยแล้ง คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้าลดลง ตลอดจนอาจเกิดการผิดนัดชำระหนี้เพิ่มมากขึ้น ซึ่งเริ่มมีสัญญาณมาบ้างแล้ว อย่างไรก็ตามหากเกิดการผิดนัดชำระหนี้ของลูกค้า บริษัทฯ อาจต้องมีการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มขึ้น และอาจเกิดหนี้เสีย (NPL) เพิ่มขึ้น นำไปสู่การยึดรถตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตามยอมรับว่า ด้วยสถานการณ์ดังกล่าวมีผลกระทบต่อแผนการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อรวม จากเดิมบริษัทฯ ได้คาดการณ์การเติบโตของพอร์ตสินเชื่อรวมในปีนี้ไว้ที่ระดับ 10% แตะ 16,000 ล้านบาท โดยปัจจุบันก็อยู่ระหว่างติดตามดูผลกระทบ คาดว่าจะเห็นภาพที่ชัดเจนได้ใน 1-2 เดือนข้างหน้า และจะมีการทบทวนเป้าหมายอีกครั้งในช่วงกลางปีนี้

นอกจากนี้ยังติดตามดูกลุ่มลูกหนี้ Stage 2 (กลุ่มลูกหนี้เริ่มมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น) และกลุ่มหนี้เสีย Stage 3 (NPL - Non-Performing Loan) ว่าจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่ พร้อมติดตามมาตรการช่วยเหลือของรัฐบาล โดยเฉพาะนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ ในแง่ของการเปิดตลาดใหม่ๆ เพื่อช่วยประคองราคาพืชผลทางการเกษตรให้อยู่ในระดับสูง

*ลุ้นรับอานิสงส์ รัฐกระตุ้นเศรษฐกิจ

ด้านประเด็นการปรับเพิ่มเพดานหนี้สาธารณะเป็น 75% ของ GDP จากเดิม 70% เพื่อรับมือกับวิกฤตเศรษฐกิจซ้อนวิกฤต (วิกฤตพลังงานจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และวิกฤตภัยแล้งจากเอลนีโญ) โดยจะมุ่งไปที่การฟื้นฟูเศรษฐกิจและพยุงค่าครองชีพ ผ่านโครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" และ "คนละครึ่งพลัส" เพื่อกระตุ้นการบริโภคในประเทศ, การอุดหนุนราคาพลังงาน เพื่อดูแลราคาน้ำมันและไฟฟ้าไม่ให้สูงเกินไป, สานต่อโครงการโครงสร้างพื้นฐานทั้งด้านน้ำและคมนาคม เพื่อเสริมสภาพคล่องและสร้างงาน ตลอดจนโครงการรถเก่าแลกรถใหม่ เป็นต้น

บริษัทฯ มองว่าหากมาตรการดังกล่าวเดินหน้า จะเป็นปัจจัยหนุนต่อลูกค้าเกษตรกรให้มีกำลังใช้จ่ายมากขึ้น สะท้อนจากโครงการ คนละครึ่ง ในอดีต ที่ส่งผลบวกต่อกลุ่มลูกค้าดังกล่าว และเป็นบวกต่อความสามารถในการชำระคืนหนี้ อย่างไรก็ตามยังต้องจับตาดูมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ผ่านการอุดหนุนในโครงการต่างๆ จะส่งผลให้เงินสะพัดเข้าสู่ภูมิภาคได้มากหรือไม่

*ลดหย่อนภาษี-ค่าไฟแพง ดันติดตั้งโซลาร์ฯ

นายศิวพงศ์ กล่าวว่า ธุรกิจสินเชื่อโซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop) ที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้ดำเนินการเร่งขยายสินเชื่อดังกล่าวมากขึ้น ซึ่งก็ได้รับการตอบรับจากผู้ที่สนใจติดตั้งโซลาร์บนหลังคาเป็นอย่างดี โดยปัจจุบันมียอดติดตั้งเฉลี่ยเดือนละ 100 หลังคาเรือน ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากมาตรการลดหย่อนภาษีติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop) สำหรับบุคคลธรรมดา ช่วยให้เจ้าของบ้านนำค่าใช้จ่ายในการติดตั้งจริงมาหักลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 200,000 บาท เริ่มตั้งแต่ปี 2569-2571 รวมถึงค่าไฟฟ้ารอบใหม่ (พฤษภา-สิงหาคม 2569) และแนวโน้มค่าไฟฟ้าในอนาคตที่อาจปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง เป็นตัวขับเคลื่อนให้เกิดความต้องการสินเชื่อโซลาร์รูฟท็อป

รายงานโดย : พชรธร ภูมิคำ รองบรรณาธิการข่าว Hoonvision

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...