โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สื่อใหญ่สหรัฐ หล่นคำโปรย ประเทศ “Scambodia” ปีเดียว คนมะกันสูญ 1 หมื่นล้านดอลลาร์

Thaiger

อัพเดต 21 เมษายน 2569 เวลา 21.01 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thaiger ข่าวไทย

เจาะลึกรายงานพิเศษเปิดโปงเครือข่ายมิจฉาชีพระดับชาติที่มีการติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐ บังคับใช้แรงงานทาสเพื่อหลอกลวงเหยื่อ สร้างรายได้มหาศาลจนกลายเป็นธุรกิจหลักของประเทศ

เมื่อวันที่ 19 เม.ย. The Wall Street Journal สำนักข่าวชื่อดังของสหรัฐ ได้เผยแพร่รายงานพิเศษโดยการเจาะลึกเครือข่ายอาชญากรรมไซเบอร์ในกัมพูชา รายงานนี้อธิบายกระบวนการทำงานของกลุ่มมิจฉาชีพที่เติบโตอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ระดับประเทศ สำนักข่าวแห่งนี้เลือกใช้คำว่า “Scambodia” เป็นพาดหัวเพื่อสื่อถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน

หน้าเพจเฟซบุ๊กของ The Wall Street Journal โพสต์ข้อความประกอบลิงก์ข่าวระบุว่า เครือข่ายอาชญากรรมไซเบอร์ในกัมพูชาจ่ายสินบนให้เจ้าหน้าที่รัฐ จับคนมาเป็นทาสแรงงาน ขโมยเงินหลายพันล้านดอลลาร์ พร้อมทั้งสร้างอาณาจักรหลอกลวงขนาดใหญ่เท่าเมืองขนาดย่อม จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่หลายคนจะเรียกประเทศนี้ว่า Scambodia

รายงานฉบับนี้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า กลุ่มอาชญากรข้ามชาติใช้กัมพูชาเป็นฐานที่มั่นหลัก พวกเขาสร้างตึกสูงตระหง่านกลางกรุงพนมเปญเพื่อใช้เป็นศูนย์กลางสั่งการ พื้นที่ปฏิบัติการหลายแห่งมีกลุ่มมิจฉาชีพกักขังคนงานไว้เพื่อบังคับให้ทำหน้าที่หลอกลวงคนบนโลกออนไลน์

คนงานเหล่านี้ต้องสวมรอยเป็นคนรัก นักลงทุน หรือแม้แต่เจ้าหน้าที่ตร. เพื่อลวงเอาเงินจากเหยื่อชาวอเมริกันรวมถึงคนชาติอื่นทั่วโลก

กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศคว่ำบาตรบริษัทที่กำลังก่อสร้างตึกสูงดังกล่าว โดยรัฐบาลมะกันมีข้อมูลหลักฐานชี้ว่า บริษัทนี้เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการหลอกลวงหลายร้อยแห่งทั่วกัมพูชา กลุ่มทุนจีนเป็นผู้ควบคุมเครือข่ายมิจฉาชีพเหล่านี้เป็นส่วนใหญ่ พวกเขาใช้เงินที่ได้จากการหลอกลวงมาขยายอาณาจักรธุรกิจให้ใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ

นอกจากนี้ รายงานยังระบุว่า เครือข่ายสแกมเมอร์และกลุ่มมิจฉาชีพไซเบอร์ในกัมพูชาสามารถสร้างรายได้หมุนเวียนสูงถึง 1.9 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ซึ่งตัวเลขนี้มีความหมายอย่างยิ่งต่อโครงสร้างเศรษฐกิจของกัมพูชา

สัดส่วนจีดีพี – รายได้จากธุรกิจสีเทานี้คิดเป็นเกือบ 40% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของกัมพูชา

แซงหน้าอุตสาหกรรมหลัก – มูลค่าดังกล่าวพุ่งสูงจนแซงหน้า “อุตสาหกรรมผลิตเครื่องนุ่งห่มและสิ่งทอ” ซึ่งเคยเป็นภาคส่วนเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดและถูกกฎหมายของประเทศไปแล้ว

ทหารไทยนายหนึ่งยืนเฝ้าอยู่ด้านนอกสถานที่หลอกลวงในเมืองโอร์เสม็ด ประเทศกัมพูชา 7 เม.ย.2026 (AP Photo/Sakchai Lalit)
ภาพถ่ายสถานีทำงานในบริเวณที่ใช้เป็นแหล่งฉ้อโกงในเมืองโอเสม็ด ของกัมพูชา 7 เม.ย.2026 (AP Photo/Sakchai Lalit)

ผลกระทบในระดับสากล

ขบวนการอาชญากรรมเหล่านี้ไม่ได้ส่งผลกระทบแค่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ได้สร้างความเสียหายไปทั่วโลก โดยเฉพาะในสหรัฐฯ

ข้อมูลจากทางการระบุว่า ในปี 2024 เพียงปีเดียว ชาวอเมริกันสูญเสียเงินให้กับกลุ่มสแกมเมอร์ที่มีความเชื่อมโยงกับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปแล้วกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

ตอนท้ายของบทความจากสื่อยักษ์ใหญ่อเมริการะบุ แม้ทางการกัมพูชาจะพยายามแสดงออกถึงการปราบปราม แต่ด้วยขนาดของเม็ดเงินมหาศาลเกือบครึ่งหนึ่งของเศรษฐกิจประเทศ ทำให้ความท้าทายนี้ยังคงเป็นประเด็นใหญ่ที่โลกกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด

ทหารไทยเฝ้ารักษาการณ์อยู่ด้านนอกสถานที่หลอกลวงในเมืองโอเสม็ด กัมพูชา เมื่อวันอังคารที่ 7 เมษายน (AP Photo/Sakchai Lalit)

ถึงตรงนี้ ทางสื่อของกัมพูชาพยายามออกมาตอบโต้ โดยล่าสุด Khmer Times รายงานว่า นักวิเคราะห์ภูมิรัฐศาสตร์ในพนมเปญเรียกร้องให้สื่อยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ ถอนคำว่า “Scambodia” ออกจากรายงาน ระบุเป็นการผลิตซ้ำภาพลักษณ์อาชญากรรมที่ดูแคลนคนทั้งประเทศและเมินเฉยต่อความพยายามในการปราบปรามของรัฐบาล.

(AP Photo/Sakchai Lalit)
ภาพห้องพักผู้ป่วยในโรงพยาบาลที่ตั้งอยู่ในตึกสแกมเมอร์ส เมืองโอเสม็ด กัมพูชา 7 เมษายน 2026 (AP Photo/Sakchai Lalit)

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...