อ.ธรรมศาสตร์ เตือนเศรษฐกิจไทยเสี่ยงโตต่ำสุดอาเซียนอีกนาน หากไม่แก้หนี้–แรงงาน ชี้ปี 70 หมดเสน่ห์ลงทุน
นายเกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยถึงกรณีกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ปรับลดการคาดการณ์เศรษฐกิจของไทยเหลือเติบโต 1.5% ซึ่งเป็นการขยายตัวต่ำสุดในอาเซียน และตามหลังประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมา ลาว และกัมพูชา โดยระบุว่า ตัวเลขที่ต่ำเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ เพราะส่วนแรกเมื่อเปรียบเทียบขนาดเศรษฐกิจไทยกับเพื่อนบ้าน ไทยเรามีเศรษฐกิจที่ใหญ่กว่ามาก ทำให้อัตราเติบโตค่อนข้างต่ำ แต่อย่างไรแล้วไทยก็ยังมีปัญหาเชิงโครงสร้างมาอย่างยาวนานจนทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตช้ากว่าประเทศเพื่อนบ้านตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา
ประกอบด้วยปัญหาเชิงโครงสร้างและหนี้ครัวเรือนโดยไทยมีหนี้ครัวเรือนที่สูงถึงประมาณ 90% และภาระทางการคลังของไทย หรือหนี้สาธารณะก็ใกล้แตะเพดาน 70% ได้กระทบต่อความเชื่อมั่นในการลงทุน และโอกาสเติบโตในอนาคตนอกจากนี้ไทยยังเผชิญปัญหาคุณภาพของแรงงาน มีแรงงานทักษะสูงเพียง 14-15% ของประชากรทั้งหมด ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับประเทศที่จะเติบโตต่อไปได้ ซึ่งควรมีสัดส่วนแรงงานทักษะสูงอยู่ที่ 30-40%
นายเกียรติอนันต์ กล่าวว่า ที่ผ่านมามีสัญญาณเตือนจากหน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะสภาพัฒน์ที่ระบุว่าหากไม่มีการปรับปรุงโครงสร้างเศรษฐกิจ ภายในปี 70 ประเทศไทยอาจกลายเป็น ประเทศที่ไม่น่าลงทุนอีกต่อไป ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น จีดีพีไทยจะวนเวียนเติบโตต่ำสุดในภูมิภาคเพียงแค่ 1% กว่าๆ ต่อไปเรื่อยๆ อีกนาน
สำหรับข้อเสนอแนะในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ควรออกมาตรการระยะสั้น ไม่เกิน 6 เดือน อาจจำเป็นต้องใช้มาตรการประชานิยมเพื่อบรรเทาผลกระทบจากค่าครองชีพ แต่ต้องจำกัดเฉพาะกลุ่มเป้าหมายที่เดือดร้อนสูงสุดจริงๆ เท่านั้น ไม่ใช่การหว่านแหแจกเงินทั่วไป และมาตรการระยะยาว ต้องเน้นการยกระดับความสามารถในการแข่งขันและการพัฒนาคนอย่างจริงจัง รวมถึงการหาเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ ตลอดจนการช่วยเหลือเอสเอ็มอี โดยจัดลำดับความสำคัญโดยเลือกช่วยเหลือ เอสอ็มอีที่มีศักยภาพและขาดสภาพคล่อง เพื่อให้เป็นเชื้อในการดึงเศรษฐกิจไปข้างหน้า แทนที่จะช่วยหว่านแห 3 ล้านรายไปพร้อมกันในคราวเดียว