โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

อ.ธรรมศาสตร์ เตือนเศรษฐกิจไทยเสี่ยงโตต่ำสุดอาเซียนอีกนาน หากไม่แก้หนี้–แรงงาน ชี้ปี 70 หมดเสน่ห์ลงทุน

เดลินิวส์

อัพเดต 18 เม.ย. เวลา 14.30 น. • เผยแพร่ 18 เม.ย. เวลา 07.30 น. • เดลินิวส์
อาจารย์ ม.ธรรมศาสตร์ เตือนเศรษฐกิจติดหล่มโตต่ำสุดในอาเซียนอีกนาน หากไม่เร่งแก้ไขโครงสร้าง ปัญหาหนี้ –แรงงานพอกหางหมู ชี้ปี 70 หมดเสน่ห์การลงทุน แนะรัฐเร่งกระตุ้นเฉพาะจุด 6 เดือน ระยะยาวปรับโครงสร้างเพิ่ม

นายเกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยถึงกรณีกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ปรับลดการคาดการณ์เศรษฐกิจของไทยเหลือเติบโต 1.5% ซึ่งเป็นการขยายตัวต่ำสุดในอาเซียน และตามหลังประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมา ลาว และกัมพูชา โดยระบุว่า ตัวเลขที่ต่ำเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ เพราะส่วนแรกเมื่อเปรียบเทียบขนาดเศรษฐกิจไทยกับเพื่อนบ้าน ไทยเรามีเศรษฐกิจที่ใหญ่กว่ามาก ทำให้อัตราเติบโตค่อนข้างต่ำ แต่อย่างไรแล้วไทยก็ยังมีปัญหาเชิงโครงสร้างมาอย่างยาวนานจนทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตช้ากว่าประเทศเพื่อนบ้านตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ประกอบด้วยปัญหาเชิงโครงสร้างและหนี้ครัวเรือนโดยไทยมีหนี้ครัวเรือนที่สูงถึงประมาณ 90% และภาระทางการคลังของไทย หรือหนี้สาธารณะก็ใกล้แตะเพดาน 70% ได้กระทบต่อความเชื่อมั่นในการลงทุน และโอกาสเติบโตในอนาคตนอกจากนี้ไทยยังเผชิญปัญหาคุณภาพของแรงงาน มีแรงงานทักษะสูงเพียง 14-15% ของประชากรทั้งหมด ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับประเทศที่จะเติบโตต่อไปได้ ซึ่งควรมีสัดส่วนแรงงานทักษะสูงอยู่ที่ 30-40%

นายเกียรติอนันต์ กล่าวว่า ที่ผ่านมามีสัญญาณเตือนจากหน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะสภาพัฒน์ที่ระบุว่าหากไม่มีการปรับปรุงโครงสร้างเศรษฐกิจ ภายในปี 70 ประเทศไทยอาจกลายเป็น ประเทศที่ไม่น่าลงทุนอีกต่อไป ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น จีดีพีไทยจะวนเวียนเติบโตต่ำสุดในภูมิภาคเพียงแค่ 1% กว่าๆ ต่อไปเรื่อยๆ อีกนาน

สำหรับข้อเสนอแนะในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ควรออกมาตรการระยะสั้น ไม่เกิน 6 เดือน อาจจำเป็นต้องใช้มาตรการประชานิยมเพื่อบรรเทาผลกระทบจากค่าครองชีพ แต่ต้องจำกัดเฉพาะกลุ่มเป้าหมายที่เดือดร้อนสูงสุดจริงๆ เท่านั้น ไม่ใช่การหว่านแหแจกเงินทั่วไป และมาตรการระยะยาว ต้องเน้นการยกระดับความสามารถในการแข่งขันและการพัฒนาคนอย่างจริงจัง รวมถึงการหาเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ ตลอดจนการช่วยเหลือเอสเอ็มอี โดยจัดลำดับความสำคัญโดยเลือกช่วยเหลือ เอสอ็มอีที่มีศักยภาพและขาดสภาพคล่อง เพื่อให้เป็นเชื้อในการดึงเศรษฐกิจไปข้างหน้า แทนที่จะช่วยหว่านแห 3 ล้านรายไปพร้อมกันในคราวเดียว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...