โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยาชะลอวัยสุนัข ความหวังใหม่ของคนรักหมา อาจช่วยยืดเวลาได้อีกนิด

SpringNews

อัพเดต 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สุนัขแก่ลงเหมือนมนุษย์ พออายุมากขึ้น ร่างกายก็เริ่มเผชิญปัญหาต่างๆ ตามมา ไม่ว่าจะเป็นข้อเสื่อม มะเร็ง หรือภาวะสมองเสื่อม แต่สตาร์ทอัพแห่งหนึ่งในซานฟรานซิสโกชื่อว่า Loyal กำลังพยายามเปลี่ยนวิธีคิดเรื่องการดูแลสุนัขสูงวัย ด้วยแนวทางที่ไม่ใช่แค่รักษาโรคทีละอย่างเมื่อมันเกิดขึ้น แต่พยายามจัดการกับ “ต้นตอ” ของความเสื่อมตั้งแต่ระดับพื้นฐานของร่างกาย

Loyal กำลังพัฒนายาเม็ดสั่งจ่ายรายวันสำหรับสุนัขสูงวัยชื่อ LOY-002 ซึ่งบริษัทเชื่อว่าอาจช่วยยืดช่วงชีวิตที่ยังแข็งแรงของสุนัขได้ โดยตัวยาถูกออกแบบมาเพื่อรับมือกับภาวะความผิดปกติของระบบเผาผลาญ หรือ metabolic dysfunction ซึ่งถูกมองว่าเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ผลักดันความชราและโรคที่มากับวัย

นพ.เบรนเนน แม็กเคนซี (Brennen McKenzie)ผู้อำนวยการด้านสัตวแพทย์ของ Loyal อธิบายว่า โรคอย่างข้ออักเสบ มะเร็ง หรือภาวะการรับรู้ถดถอย อาจดูเป็นคนละปัญหากัน แต่ลึกลงไปแล้ว ความเสื่อมของร่างกายและสุขภาพการเผาผลาญเป็นปัจจัยร่วมที่เชื่อมโยงโรคเหล่านี้เข้าด้วยกัน แนวคิดของบริษัทจึงไม่ใช่การคอยรับมือกับโรคทีละโรค แต่คือการโจมตีไปที่กลไกเบื้องหลัง ซึ่งอาจสร้างผลต่อคุณภาพชีวิตของสุนัขได้กว้างกว่าเดิมมาก

ตัวยา LOY-002 ทำงานในลักษณะใกล้เคียงกับการ “เลียนแบบผลของการจำกัดแคลอรี” หรือ Caloric Restriction Mimetic กล่าวคือ พยายามทำให้ร่างกายได้รับประโยชน์บางอย่างแบบเดียวกับการลดอาหารอย่างเข้มงวด แต่ไม่ต้องให้สุนัขอดอาหารจริงๆ แนวคิดนี้อ้างอิงจากงานศึกษาคลาสสิกของ Purina ที่เคยพบว่า สุนัขที่ได้รับอาหารจำกัดแคลอรีมีอายุยืนขึ้นเฉลี่ยราว 2 ปี อย่างไรก็ตาม การควบคุมอาหารอย่างหนักในชีวิตจริงทำได้ยาก และอาจกระทบความเป็นอยู่ของสัตว์เลี้ยง ตัวยาของ Loyal จึงพยายามเก็บ “ข้อดี” ทางชีววิทยาเอาไว้ โดยไม่ต้องแลกกับความทรมานหรือการลดน้ำหนัก

ในเวลานี้ Loyal กำลังเดินหน้าการทดลองทางคลินิกชื่อSTAY study ซึ่งบริษัทระบุว่าเป็นการทดลองทางคลินิกด้านสัตวแพทย์ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา การศึกษานี้รับสุนัขเข้าร่วมแล้ว 1,300 ตัว จากคลินิกสัตวแพทย์ 72 แห่งทั่วสหรัฐฯ ในรูปแบบการทดลองที่เป็นมาตรฐานสูง คือสุ่มตัวอย่าง ปกปิดสองทาง และมีกลุ่มยาหลอกเพื่อเปรียบเทียบ โดยทีมนักวิจัยจะติดตามสุนัขอย่างใกล้ชิด เก็บข้อมูลจำนวนมากทั้งเรื่องอายุขัย ภาวะเปราะบาง คุณภาพชีวิต และโรคที่เกี่ยวข้องกับวัย

การศึกษานี้ดำเนินมาแล้วราวสองปีครึ่ง และจะใช้เวลาอย่างน้อย 4 ปีจึงจะสิ้นสุด แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ LOY-002 อาจออกสู่ตลาดได้ก่อนที่การศึกษาจะจบ เพราะ Loyal กำลังใช้ช่องทางขออนุมัติแบบมีเงื่อนไขจาก FDA ซึ่งเปิดทางให้ยาที่ผ่านเกณฑ์ด้านความปลอดภัยและมีแนวโน้มว่าจะได้ผล สามารถนำมาใช้ได้ก่อน ในกรณีที่การพิสูจน์ผลลัพธ์เต็มรูปแบบยังต้องใช้เวลาอีกหลายปี

แม็กเคนซีให้เหตุผลว่า FDA เองก็เข้าใจว่าการพิสูจน์เรื่องอายุยืนเป็นเรื่องที่ต้องรอนาน เพราะธรรมชาติของการทดลองแบบนี้ใช้เวลาหลายปี ขณะที่ในปัจจุบันยังไม่มียาตัวใดที่ออกแบบมาเพื่อชะลอความชราและยืดชีวิตสุนัขโดยตรง หากบริษัทสามารถแสดงให้เห็นว่ายาปลอดภัยและมีโอกาสได้ผล ก็อาจช่วยให้สัตวแพทย์และเจ้าของสุนัขเข้าถึงทางเลือกนี้ได้เร็วขึ้น

เมื่อพูดถึงคำถามสำคัญว่า ยาตัวนี้จะช่วยเพิ่มเวลาให้กับสุนัขได้มากแค่ไหน แม็กเคนซีตอบอย่างระมัดระวัง เขามองว่าตัวเลขมักทำให้คนยึดติดเกินไป และอาจทำให้เข้าใจผลลัพธ์แบบง่ายเกินจริง อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลใน STAY study จนถึงตอนนี้ ทีมวิจัยระบุว่าสามารถตรวจพบความแตกต่างระหว่างกลุ่มที่ได้รับยาและกลุ่มยาหลอกได้อย่างน้อยในระดับ 1 ปี แต่ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปอย่างชัดเจนว่าเจ้าของจะได้เวลาเพิ่มกับสุนัขอีกกี่เดือนหรือกี่ปี สิ่งที่บริษัทหวังคือพิสูจน์ให้ได้ว่า “มันมากขึ้นจริง และมากพอจะมีความหมาย”

อีกด้านหนึ่ง ขนาดของการทดลองก็สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจจากเจ้าของสัตว์เลี้ยงอย่างชัดเจน ตอนที่ Loyal ประกาศว่าจะรับสุนัขเข้าร่วม 1,000 ตัว หลายคนมองว่าเป็นเป้าหมายที่แทบเป็นไปไม่ได้ เพราะไม่เคยมีการศึกษาทางสัตวแพทย์ขนาดนี้มาก่อน แต่สุดท้ายกลับมีผู้คนมากกว่า 12,000 รายส่งอีเมลแสดงความสนใจเข้ามา หลายคนยอมรับตรงๆ ว่าต่อให้การทดลองอาจไม่ช่วยสุนัขของตัวเองทันเวลา แต่อย่างน้อยก็อยากมีส่วนร่วมเพื่อให้สุนัขตัวต่อๆ ไปของตนเอง หรือของคนอื่น ได้มีเวลามากขึ้น

สำหรับมนุษย์ แม็กเคนซีย้ำว่ายานี้ไม่ควรถูกมองเป็น “ทางลัดสู่อายุยืน” หรือกลอุบายแบบไบโอแฮ็ก แต่เป็นตัวอย่างของเวชศาสตร์ป้องกันที่ดีขึ้น เป็นการนำความเข้าใจพื้นฐานเรื่องชีววิทยาของความแก่ชรามาใช้พัฒนาวิธีดูแลสุขภาพเชิงรุกมากกว่า และหากยานี้ได้รับอนุมัติจริง มันจะกลายเป็นครั้งแรกที่โลกมียาที่มุ่งเป้ายืดอายุขัยผ่านกลไกความชรา และได้รับการอนุมัติในสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ใดสายพันธุ์หนึ่ง

ถ้าไปถึงจุดนั้นได้ มันอาจไม่ได้หมายความแค่ว่าเจ้าของสุนัขจะมีเวลาเพิ่มกับเพื่อนรักสี่ขาของตัวเองเท่านั้น แต่อาจเป็นสัญญาณสำคัญทางวิทยาศาสตร์ด้วยว่า แนวคิดเรื่องการพัฒนายาที่มุ่งจัดการ “ความแก่” โดยตรง ไม่ใช่เพียงโรคปลายทาง อาจเริ่มพิสูจน์ตัวเองได้จริงเสียที

ที่มาfortune

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...