วิกฤตน้ำมันแพง จบอย่างไร ?
บทความพิเศษ | เจริญชัย ไชยไพบูลย์วงศ์
charoenchai.cha@gmail.com
วิกฤตน้ำมันแพง จบอย่างไร ?
ทรัมป์เป็นบุคคลพิเศษ ที่ไม่มีใครบนโลกใบนี้กดดันเขาได้
อเมริกาจึงไม่น่าจะยุติสงครามกับอิหร่านง่ายๆ
อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เรือขนส่งน้ำมันแล่นผ่านไม่ได้ เพราะเท่ากับแพ้
วิกฤตน้ำมันแพงจึงเกิดขึ้น
แล้วใครจะเปิดช่องแคบ?
ผมคิดมาตลอด คำตอบคือ ยุโรป
ทรัมป์อยากเปิดช่องแคบ แต่ไม่อยากให้ทหารอเมริกาตาย นั่นคือแก่นของ America First
อยากได้ผลลัพธ์ แต่ให้คนอื่นจ่ายแทน
อเมริกาส่งทหารมาได้ทางอากาศและเรือ แต่การเปิดช่องแคบจริงๆ ต้องสู้บนบก จึงจะมีโอกาสสำเร็จสูงกว่า อเมริกาทำได้ แต่ไม่อยากจ่ายราคานั้น ทรัมป์ต้องการกลับสู่ลัทธิมอนโร ไม่ยุ่งกับโลกภายนอก
สงครามเวียดนามและสงครามอิรักพิสูจน์ให้เห็นว่า ขีดจำกัดทางภูมิศาสตร์คือฝันร้ายของประเทศมหาอำนาจที่ต้องส่งทหารเข้ารบในพื้นที่ ซึ่งเสี่ยงต่อการบาดเจ็บล้มตายมหาศาล
AI เปลี่ยนสมการนั้น การวางแผนสงครามทำได้แม่นยำขึ้น โจมตีได้เร็วและตรงจุดขึ้น ทำให้สภาพภูมิประเทศขัดขวางได้ยากขึ้น เมื่อขีดความสามารถของศัตรูถูกทำลายจากระยะไกล การส่งทหารเข้าพื้นที่จึงเสี่ยงน้อยลง และถ้าความเสียหายต่อโครงสร้างทางทหารและเศรษฐกิจของอิหร่านรุนแรงพอที่จะทำให้การสู้รบต่อไปไม่คุ้มค่า อิหร่านอาจยอมรับเงื่อนไขโดยไม่ต้องมีการรบบนบกเลย
นี่อาจเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้อเมริกาตัดสินใจทำสงครามกับอิหร่าน
หากทำไม่สำเร็จ ทรัมป์ยังมีทางเลือกถัดไป นั่นคือ ผลักดันยุโรปให้เข้าสู่การยึดพื้นที่ด้วยทหารบก
Asimov เขียนไว้ในนิยายสถาบันสถาปนา (Foundation) ทำนองว่า “อนาคตประวัติศาสตร์จะกำหนดให้เหลือทางเลือกเดียว และทางนั้นคือทางที่ใช่”
ผมว่าเราอยู่ในจุดนั้นพอดี
ยุโรปต้องพึ่งน้ำมันจากตะวันออกกลาง หากต้องการน้ำมันก็ต้องเปิดช่องแคบ ยุโรปจึงไม่มีทางเลือก และไม่มีตัวช่วย
หากอิหร่านยืนหยัดสู้ต่อ หลังจากที่โดนกองทัพอากาศของอเมริกาถล่มไปอย่างหนักแล้ว วิกฤตน้ำมันแพงครั้งนี้จะจบได้ก็ต่อเมื่อยุโรปทำสงครามทางบกกับอิหร่าน เข้ายึดพื้นที่สำคัญต่อการเปิดช่องแคบให้ได้
หากยุโรปทำสงครามกับอิหร่าน จะติดหล่มเหมือนอเมริกาในสงครามเวียดนาม หรือสงครามอิรักไหม?
ผมคิดว่าไม่ เพราะยุโรปไม่ได้รบกับประชาชนอิหร่าน แต่รบกับ IRGC
ถ้าประชาชนอิหร่านหนุนหลัง IRGC สงครามย่อมไม่จบง่ายๆ ยุโรปก็ติดหล่ม แต่ผมเชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้รัก IRGC ทางออกจึงยังมี
ยุโรปไม่ได้ต้องการยึดครอง ต้องการแค่ให้น้ำมันผ่านช่องแคบได้ตามปกติ ขอบเขตของสงครามและการสูญเสียจึงอาจจะลดลงได้
ผมมองมานานแล้วว่ายุโรปจะแตกหักกับอเมริกา
สงครามการค้าเป็นจุดเริ่มต้น
งบทหารของยุโรปที่เพิ่มขึ้นคือสัญญาณ ตั้งเป้าใช้จ่าย 800,000 ล้านยูโร ภายในปี 2029 เพื่อยืนด้วยตัวเองโดยไม่ต้องพึ่งอเมริกา
ในมุมมองของผม สงครามยูเครนไม่ควรเกิดขึ้น แต่เกิดเพราะอเมริกาปลุกปั่นความกลัวรัสเซียที่หลอกหลอนยุโรปมาตลอดประวัติศาสตร์
อเมริกาทำแบบนี้เพื่อไม่ให้ยุโรปจับมือกับรัสเซีย เพราะจะมีขุมกำลังเทียบชั้นอเมริกาได้
เมื่อยุโรปถูกอเมริกาผลักให้เข้าสู่สงครามอิหร่าน และอเมริกานั่งดูอยู่ห่างๆ รอยร้าวจะกลายเป็นรอยแตก
ยุโรปจึงไม่มีเหตุผลต้องทำสงครามยูเครนที่อเมริกาผลักดันอีกต่อไป
คืนดีรัสเซีย ท่อก๊าซทำงาน การพึ่งน้ำมันตะวันออกกลางลดลง
ยุโรปกับรัสเซียคืนดีกันทางการเมือง ผูกพันกันทางเศรษฐกิจ หากดึงจีนเข้ามาร่วมอีก พันธมิตรยูเรเชีย (Eurasian Alliance) ก็จะเป็นรูปเป็นร่าง ยุโรป รัสเซีย และจีนจับมือกัน อเมริกาจะยิ่งโดดเดี่ยวมากขึ้น
ทรัมป์เปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ที่จะต้องเกิดขึ้นนี้ไม่ได้ แต่เลือกได้ว่าจะเร่งหรือไม่
ถ้าทิ้งช่องแคบจริงอย่างที่เคยขู่ไว้ ยุโรปแบกภาระสงครามคนเดียว ความโกรธเกรี้ยวที่มีต่ออเมริกาย่อมพุ่งถึงขีดสุด การแตกหักเร่งความเร็วขึ้น การคืนดีรัสเซียรวดเร็วขึ้น สงครามยูเครนจบไว
ถ้าอเมริกายังร่วมรบด้วย ยุโรปแบกน้อยกว่า
ทุกอย่างช้าลง
เทคโนโลยีกำหนดโลกเสมอ ผมเชื่อแบบนี้มาตลอด
เกษตรกรรมทำให้ชนเผ่าขยายเป็นรัฐ
อุตสาหกรรมทำให้รัฐชาติเกิดขึ้น
อินเตอร์เน็ตทำให้พรมแดนเลือนราง คนเดินทางมากขึ้น เรียนรู้วัฒนธรรมซึ่งกันและกัน ความหวาดระแวงลดลง ยุโรปรวมกันได้เป็นหนึ่งเดียว
AI คือเทคโนโลยีรุ่นถัดไป กลไกทางตรงที่จะนำไปสู่การรวมตัวของพันธมิตรยูเรเชียนั้น ผมยังมองไม่ออก แต่ทฤษฎีชี้ว่ามันต้องเกิดขึ้น สิ่งที่มองเห็นได้ชัดกว่าคือกลไกทางอ้อม
AI ทำให้อเมริกากล้าเปิดศึกกับอิหร่าน แต่เมื่อสงครามลากยาวและส่งผลมาถึงยุโรป ทำให้ยุโรปไม่พอใจ จึงมีโอกาสสูงมากที่จะหันไปสร้างพันธมิตรยูเรเชียกับจีนและรัสเซีย
ที่มีโอกาสเป็นไปได้สูงไม่แพ้กันคือ หลังจากอิหร่านพ่ายแพ้ และอิทธิพลของอิหร่านในภูมิภาคลดลง อเมริกาย่อมเป็นพันธมิตรกับตะวันออกกลางเหนียวแน่นมากขึ้น เขาจึงสามารถดึงเงินจากเศรษฐีน้ำมันไปเร่งพัฒนาโครงการ AI ให้เหนือล้ำขึ้นกว่านี้อีก
เริ่มที่ AI จบที่ AI
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : วิกฤตน้ำมันแพง จบอย่างไร ?
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly