ทองฟื้นแต่แรงส่งขาดความแข็งแรง พักหรือไปต่อ $4,700 คือจุดวัดใจ
#ทันหุ้น – ราคาทองคำยังเคลื่อนไหวในแดนบวก แต่เริ่มเห็นแรงซื้อชะลอลง แม้ดอลลาร์จะอ่อนค่าลงเล็กน้อยจากจุดสูงสุดของปีและช่วยพยุงราคาไว้ได้ แต่แรงบวกยังไม่แข็งแรงพอให้เกิดการเร่งตัวขึ้น
ปัจจัยหนุนหลักมาจากรายงานว่า ประธานาธิบดีทรัมป์เปิดทางยุติปฏิบัติการทางทหารกับอิหร่าน แม้ยังไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซเต็มรูปแบบ ส่งผลให้ราคาน้ำมันย่อตัวลง และช่วยคลายความกังวลเงินเฟ้อในระยะสั้น กดบอนด์ยีลด์และดอลลาร์ให้อ่อนลงบางส่วน อย่างไรก็ตาม ภาพรวมความตึงเครียดยังไม่จบ หลังอิหร่านยังไม่พร้อมเจรจาโดยตรง ขณะที่สหรัฐฯ ยังคงเพิ่มกำลังทหารในภูมิภาค ทำให้ความเสี่ยงเงินเฟ้อจากพลังงานยังคงอยู่
ในมุมตลาดการเงิน นักลงทุนเริ่มตัดโอกาสลดดอกเบี้ยของเฟดออกไป และเพิ่มน้ำหนักต่อความเป็นไปได้ในการขึ้นดอกเบี้ยช่วงปลายปีมากขึ้น ซึ่งเป็นแรงกดสำคัญต่อทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทน อีกทั้งยังทำให้ดอลลาร์มีแรงซื้อกลับเมื่อย่อตัว ส่งผลให้ทองคำยังไม่สามารถเร่งขึ้นได้อย่างเต็มที่ ขณะเดียวกัน นักลงทุนจับตาตัวเลขแรงงาน รวมถึงถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางดอลลาร์และราคาทองในระยะสั้น
มุมมองทางเทคนิค ภาพรวมยังเป็นการรีบาวด์ในแนวโน้มขาลง แม้ราคาจะเด้งขึ้นมาแต่ยังไม่ใช่สัญญาณกลับตัว ระยะสั้นมีแนวรับที่ $4,515–$4,500 หากยังยืนเหนือโซนนี้ได้ มีโอกาสไต่ขึ้นไปทดสอบแนวต้านหลัก $4,685–$4,703 อย่างไรก็ตาม ต้องระวังแรงขายทำกำไรเมื่อราคาเข้าใกล้โซนต้านดังกล่าว ซึ่งอาจกดให้ราคาย่อตัวลงอีกครั้ง และหากหลุด $4,500 อย่างชัดเจน จะเป็นสัญญาณว่าโครงสร้างขาขึ้นเสีย และมีโอกาสเปิด downside ลงต่อทันที
กลยุทธ์การเทรด
ฝั่งเทรดสั้น : แบ่งขายทำกำไรหากราคารีบาวด์ไม่ผ่าน $4,685 / $4,703 และรอจังหวะย่อกลับมาเข้าซื้อใหม่
ฝั่งเทรดระยะกลาง–ยาว : รอสะสมเมื่อราคาย่อลึกบริเวณ $4,300
ทองคำไทย : สถานะซื้อแนะนำแบ่งขายทำกำไร หากราคาไม่ทะลุ 72,500 / 73,000 บาทได้