โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

นักวิเคราะห์ คาดกลุ่มแบงก์ กำไรไตรมาสแรก 5.19 หมื่นลบ. โต 6.4% qoq

การเงินธนาคาร

อัพเดต 01 เม.ย. เวลา 12.00 น. • เผยแพร่ 01 เม.ย. เวลา 05.00 น.

บล.ซีจีเอสฯ คาดกลุ่มแบงก์ กำไรไตรมาสแรก 5.19 หมื่นล้านบาท ลดลง 12.5% yoy แต่เพิ่มขึ้น 6.4% qoq รายได้มิใช่ดอกเบี้ยหนุน คงคำแนะนำ Neutral เลือก SCB และ KTB เป็นหุ้นเด่น

วันที่ 1 เม.ย.2569 ฝ่ายวิเคราะห์ บล.ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุว่า จากการวิเคราะห์ข้อมูลการขยายตัวของสินเชื่อรายเดือน ณ สิ้นเดือนก.พ.2569 ของกลุ่มธนาคารที่ทำการศึกษา 8 แห่ง ประกอบด้วย BBL, KBANK, SCB, KTB, TTB, TISCO, KKP และ CREDIT พบว่าอัตราการเติบโตของสินเชื่อรวมในเดือนก.พ.2569 ลดลง 1.6% จากช่วงเดียวกันปีก่อน (yoy) แต่เพิ่มขึ้น 0.5%เมื่อเทียบเดือนก่อน ( mom)และลดลง 0.5% จากสิ้นปี 2568

จากข้อมูลธนาคารทุกแห่งมีสินเชื่อเติบโตเป็นบวกจากเดือนที่แล้ว แต่อัตราการเติบโตของสินเชื่อตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน (YTD) ยังคงติดลบ นำโดย BAY (-3.2%) TTB (-2.2% YTD) และ KBANK (-1.3% YTD) ซึ่งเป็นผลจากการชำระคืนหนี้ในกลุ่มสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล

ขณะที่ CREDIT, KKP และ KTB มีสินเชื่อเติบโตเป็นบวกที่ 2.3% YTD, 2.0% YTD และ 1.6% YTD ตามลำดับ โดย CREDIT มีสินเชื่อเติบโตสูงที่สุดในกลุ่มจากความต้องการสินเชื่อของ SME ขนาดเล็กและ micro SME ส่วนการเติบโตของสินเชื่อ KTB มาจากสินเชื่อที่ปล่อยให้ภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ

ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ประมาณการว่า ในไตรมาส 1/69 ธนาคาร 8 แห่งที่ศึกษาจะทำกำไรสุทธิรวม 5.19 หมื่นล้านบาท ลดลง 12.5% yoy แต่เพิ่มขึ้น 6.4% จากไตรมาส 4/68 (qoq) ส่วนกำไรก่อนตั้งสำรอง (PPOP) คาดว่าจะอยู่ที่ 1.126 แสนล้านบาท ลดลง 6.3% yoy แต่เพิ่มขึ้น 9.2% qoq ขณะที่อัตราการเติบโตของสินเชื่อรวมคาดลดลง -1.1% yoy และ -0.3% qoq นอกจากนี้ ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) น่าจะลดลงเหลือ 2.91% (-0.45 % yoy, -0.14% qoq) เพราะแรงกดดันจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็น 1.0% ในไตรมาส 1/69 จาก 2.0% ในไตรมาส 1/68

อย่างไรก็ดี เชื่อว่ารายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยยังคงเพิ่มขึ้น 13.3% yoy และ 9.6% qoq ในไตรมาส 1/69 โดยมีปัจจัย หนุนจากรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์และการทำธุรกรรม รวมถึงกำไรจากการ ลงทุนและเครื่องมือทางการเงิน ซึ่งเป็นผลมาจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและราคาน้ำมันดิบ

ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI คาดว่า อัตราการสำรองหนี้สูญของกลุ่มธนาคารจะเพิ่มขึ้น 0.8 % yoy และ 0.16 % qoq เป็น 0.150 % ในไตรมาส 1/69 โดยเชื่อว่าธนาคารยังระมัดระวังกับการปล่อยสินเชื่อ เนื่องจากความเสี่ยงทางด้านภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาส 1 - 2/69 อีกทั้งในขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณที่ชัดเจนว่าความตึงเครียดในตะวันออกกลางจะยุติลงเมื่อใด ดังนั้น จึงเชื่อว่า ธนาคารมีแนวโน้มพิจารณาตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected Credit Loss: ECL) ในรูปแบบ management overlay ในช่วงครึ่งแรกของปี 69

ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ยังแนะนำให้คงน้ำหนักการลงทุน (Neutral) ในกลุ่มธนาคารไทย เพราะคาดว่ากำไรสุทธิจะเติบโตต่ำในปี 2569-2570 แต่จะชดเชยด้วยอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ 5.7% ในปี 2569 ปัจจุบัน ธนาคารไทยซื้อขายที่ P/BV ล่วงหน้า 12 เดือนที่ 0.77 เท่า หรือสูงกว่าค่าเฉลี่ยห้าปีในอดีตที่ 0.66 เท่า ขณะที่เลือก SCB และ KTB เป็นหุ้น Top pick เพราะคาดว่าจะมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงถึง 5.0-8.0% ต่อปีในปี 2569-2571

โดยกลุ่มธนาคารอาจมีความเสี่ยงขาลง(downside risk) หาก NPL เพิ่มขึ้น, ธนาคารแห่งประเทศไทย ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพิ่มเติม และราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ส่วนโอกาสปรับขึ้น ( upside risk) จะมาจากการที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศไทยมากขึ้น ซึ่งน่าจะช่วยกระตุ้นการบริโภค รวมทั้งนโยบายประชานิยมของรัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ ในเดือนเม.ย.นี้

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์หุ้นไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...