ส.ว. ชี้ทางปฏิรูปเกษตร หนุนปุ๋ยอินทรีย์-นวัตกรรมท้องถิ่น ทางรอดเกษตรไทย
ฝ่าวิกฤตสงครามปุ๋ยแพง ส.ว.ชิบ ชูงานวิจัยสถาบันการศึกษาภูมิปัญญาไทยสู้ปุ๋ยแพง หนุนเกษตรไทยดัน “ปุ๋ยอินทรีย์-นวัตกรรมท้องถิ่น” เป็นทางรอดฝ่าวิกฤตราคาปุ๋ยเคมีพุ่ง แนะภาคการเกษตรไทยเร่งปรับโครงสร้างสู่การพึ่งพาตนเอง ลดการนำเข้า เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน
เมื่อวันที่ 7 เมษายน ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีพล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่1 เป็นประธานในที่ประชุม นายชิบ จิตนิยม ส.ว. อภิปรายถึงสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางส่งผลให้ปุ๋ยราคาแพง โดยชูโมเดลความร่วมมือระหว่างวุฒิสภาและสถาบันการศึกษาทั่วประเทศในการขับเคลื่อนงานวิจัยและนวัตกรรมทางการเกษตรสู่การใช้งานจริง เป็นทางรอดพลิกวิกฤตเป็นโอกาสในการปฏิรูปโครงสร้างเกษตรกรรมไทยอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งนี้คาดการณ์ว่าราคาปุ๋ยยูเรียในตลาดโลกมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย 20-30 % ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตของเกษตรกรพุ่งสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ จำเป็นต้องเร่งหาแนวทางลดการพึ่งพาการนำเข้าปุ๋ยเคมีจากต่างประเทศ
นายชิบ กล่าวว่า ปัจจุบันหลายมหาวิทยาลัยได้พัฒนานวัตกรรมทางเลือกที่ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตได้จริง โดยอาศัยวัตถุดิบในท้องถิ่นและองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เช่น การใช้จุลินทรีย์ เชื้อรา และวัสดุธรรมชาติ ตัวอย่างสำคัญ ได้แก่ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ที่ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตปุ๋ยจากเชื้อราไตรโคเดอร์มาช่วยทั้งควบคุมโรคพืชและลดต้นทุนการผลิต ขณะที่มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปางพัฒนาปุ๋ยชีวภาพจากใบกฐินหมักร่วมกับนมเปรี้ยวและกากน้ำตาล ซึ่งใช้ได้ผลกับพืชเศรษฐกิจหลายชนิด ด้านมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ นำวัสดุเหลือใช้จากทะเลและอุตสาหกรรมพลังงานมาพัฒนาเป็นปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพสูง ส่วนมหาวิทยาลัยทักษิณใช้มูลค้างคาวที่มีธาตุอาหารสูงต่อยอดเป็นสารปรับปรุงดิน ขณะที่ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ โดดเด่นด้านเทคโนโลยีขั้นสูง พัฒนา “ปุ๋ยน้ำพลาสมา” และนวัตกรรม“ดินเด้งดึ๋ง” เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมธาตุอาหารและฟื้นฟูโครงสร้างดินอย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ยังสนับสนุนการใช้ชีวภัณฑ์ เช่น เชื้อราไตรโคเดอร์มาและบิวเวอเรีย ซึ่งสามารถลดต้นทุนได้ถึง 20 % โดยไม่กระทบต่อผลผลิต พร้อมทั้งให้บริการวิเคราะห์ดินเพื่อผลิต “ปุ๋ยสั่งตัด” และสนับสนุนเครื่องอัดเม็ดปุ๋ยอินทรีย์ ยกระดับเกษตรกรสู่การเป็นวิสาหกิจชุมชน
นายชิบ กล่าวว่าวิกฤตราคาปุ๋ยเคมีในครั้งนี้ไม่เพียงเป็นปัญหา แต่ยังเป็น“จุดเปลี่ยนสำคัญ” ที่จะผลักดันให้ภาคการเกษตรไทยปรับโครงสร้างสู่การพึ่งพาตนเอง ลดการนำเข้า และสร้างความมั่นคงทางอาหารในระยะยาว
“หากสามารถนำองค์ความรู้จากงานวิจัยมาประยุกต์ใช้ในระดับชุมชนได้อย่างจริงจัง จะช่วยให้เกษตรกรไทยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และยืนหยัดได้ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจ พร้อมทั้งเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสในการปฏิรูปเกษตรกรรมไทยอย่างยั่งยืน” นายชิบกล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ส.ว. ชี้ทางปฏิรูปเกษตร หนุนปุ๋ยอินทรีย์-นวัตกรรมท้องถิ่น ทางรอดเกษตรไทย
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th