โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ทลายขบวนการ ตี๋ ตี๋ รถตู้ ใช้ติ๊กต๊อกโฆษณาขนแรงงานเถื่อน ซิกแซ็กหนีด่าน บุกรวบคาพรมแดนอุบลฯ

สยามนิวส์

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Kong
วันที่ 6 เมษายน 2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.)

วันที่ 6 เมษายน 2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) เปิดปฏิบัติการ อวสาน TikTok ตี๋ ตี๋ รถตู้ สกัดจับขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายที่ใช้ทางหลวงท้องถิ่นตบตาเจ้าหน้าที่ พบขยายเครือข่ายผ่านโซเชียลมีเดีย รับส่งแรงงานลาวกลับบ้านฉลองสงกรานต์ รวบคนขับไทยพร้อมต่างด้าว 8 ราย คารีสอร์ทใกล้ชายแดน

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ชุดจับกุมนำโดย พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ปคบ. และเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ กก.1 บก.ปคบ. สนธิกำลังวางแผนซ้อนแผนสะกดรอยติดตามรถตู้ต้องสงสัย หลังได้รับรายงานจากสายลับว่ามีขบวนการรับจ้างขนส่งแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย อาศัยช่วงเทศกาลสงกรานต์ลักลอบนำส่งแรงงานกลับประเทศโดยผิดกฎหมาย

จากการสืบสวนเชิงลึกพบว่า ขบวนการนี้มีการปรับตัวตามยุคสมัย โดยใช้แอปพลิเคชัน TikTok ภายใต้ชื่อบัญชี ตี๋ ตี๋ รถตู้ เป็นช่องทางหลักในการโฆษณาหาลูกค้า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานชาว สปป.ลาว ที่ลักลอบเข้ามาทำงานในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล และภาคตะวันออก โดยมีการระบุค่าบริการชัดเจนตั้งแต่ 1,200 ถึง 3,200 บาทต่อหัว ขึ้นอยู่กับระยะทางและระดับความเสี่ยง

พฤติการณ์ของขบวนการนี้จะเน้นความแยบยลในการเดินทาง โดยจะออกเดินทางในเวลากลางคืน และจงใจหลีกเลี่ยงถนนสายหลักที่มีด่านตรวจถาวร แต่จะเลือกใช้เส้นทางสายรอง ทางหลวงชนบท และเส้นทางลัดเลาะตามหมู่บ้านในจังหวัดปราจีนบุรี สระแก้ว และบุรีรัมย์ เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงและตำรวจท้องที่ จนกระทั่งเข้าสู่พื้นที่เป้าหมายปลายทางที่จังหวัดอุบลราชธานี

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ทำการวางกำลังเฝ้าจุดยุทธศาสตร์และสะกดรอยติดตามรถตู้เป้าหมาย ยี่ห้อโตโยต้า คอมมิวเตอร์ สีเทา ทะเบียน ฮษ 8749 กทม. ตั้งแต่ต้นทางในเขตภาคกลาง จนกระทั่งรถคันดังกล่าวเลี้ยวเข้าไปจอดภายในรีสอร์ทแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ฝางคำ อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นจุดพักคอยก่อนจะส่งแรงงานข้ามไปยังช่องทางธรรมชาติ เมื่อสบโอกาส เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าขอตรวจค้น ผลการตรวจสอบพบ นายตุ้มโมง (สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี ชาวจังหวัดอุบลราชธานี เป็นคนขับรถ และภายในรถพบผู้โดยสารชาวลาวรวม 8 ราย (ชาย 5 ราย หญิง 3 ราย) นั่งอัดแน่นกันมา เมื่อขอตรวจเอกสารสิทธิ์ในการเดินทางหรือหนังสือเดินทาง ปรากฏว่าทั้งหมดไม่มีเอกสารมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายตุ้มโมง คนขับรถ ยอมรับสารภาพว่า ตนได้รับการว่าจ้างจาก นายตี๋ เจ้าของบัญชี TikTok ดังกล่าว ให้มารับแรงงานกลุ่มนี้จากพื้นที่ชั้นในเพื่อไปส่งที่ชายแดนบริเวณเขื่อนสิรินธร โดยได้รับค่าจ้างเป็นรายหัว หัวละ 1,200 บาท ขณะที่แรงงานชาวลาวทั้ง 8 ราย ให้การรับสารภาพว่า ได้หลบหนีเข้าเมืองมาตามช่องทางธรรมชาติเพื่อหางานทำในไทย และในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ต้องการเดินทางกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดที่ สปป.ลาว จึงได้ติดต่อใช้บริการรถตู้จาก TikTok เพราะเชื่อว่าจะสามารถหลบเลี่ยงการตรวจจับของเจ้าหน้าที่ได้ แต่สุดท้ายก็มาถูกจับกุมเสียก่อนที่ใกล้จะถึงพรมแดนเพียงไม่กี่กิโลเมตร

เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหานายตุ้มโมง ในความผิดฐาน รู้ว่าคนต่างด้าวคนใดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม ส่วนผู้ต้องหาชาวลาวทั้ง 8 ราย ถูกแจ้งข้อหา เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ปัจจุบันผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางได้ถูกนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทั้งนี้ ทางตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ยืนยันว่าจะมีการสืบสวนขยายผลเพื่อติดตามตัว นายตี๋ และผู้ร่วมขบวนการรายอื่นๆ มาดำเนินคดีให้ถึงที่สุด เพื่อตัดวงจรขบวนการขนแรงงานเถื่อนที่สร้างความเสียหายต่อความมั่นคงและเศรษฐกิจของประเทศต่อไป

ผู้สื่อข่าวนครบาล รายงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...