โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมืองแบบ 'บ้านใหญ่' ไม่ได้มีแค่ประเทศไทย

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

บทความพิเศษ | จักรกฤษณ์ สิริริน

การเมืองแบบ ‘บ้านใหญ่’

ไม่ได้มีแค่ประเทศไทย

การเมืองแบบ “บ้านใหญ่” หรือการเมืองที่ครอบครัวผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่นมีบทบาทสำคัญกับการเมืองระดับชาติ

สิ่งที่เรียกว่า “บ้านใหญ่” ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในไทยเท่านั้น แต่ยังพบได้ในหลายประเทศทั่วโลก

ญี่ปุ่นเป็นตัวอย่างที่ชัดเจน โดยมีนักการเมืองจำนวนมากที่สืบทอดตำแหน่งจากบิดาหรือญาติ

งานวิจัยระบุว่า กว่า 25% ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรญี่ปุ่นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เป็นนักการเมืองที่มาจาก “ตระกูลการเมือง” และญี่ปุ่นถูกจัดอันดับว่ามีจำนวน “นักการเมืองสายตระกูล” สูงเป็นอันดับ 4 ของโลก

รองจากไทย ฟิลิปปินส์ และไอซ์แลนด์

นอกจากญี่ปุ่นแล้ว ฟิลิปปินส์ก็เป็นประเทศที่มี “การเมืองแบบบ้านใหญ่” อย่างเข้มข้น

โดย “ตระกูลการเมือง” เช่น มาร์กอส อากีโน และดูเตร์เต มีบทบาทสำคัญในระดับชาติและท้องถิ่น การเมืองแบบครอบครัวใหญ่ในฟิลิปปินส์ถูกวิจารณ์ว่าทำให้เกิดการผูกขาดอำนาจและลดการแข่งขันทางการเมืองที่แท้จริง

อินโดนีเซียก็มีปรากฏการณ์ “การเมืองแบบบ้านใหญ่” โดยตระกูลซูฮาร์โตและโยโกวีมีบทบาทสำคัญในช่วงเวลาต่างๆ ของการเมืองประเทศ

ขณะที่ในอินเดียก็มีตระกูลเนห์รู-คานธีที่ครองบทบาททางการเมืองมายาวนาน

กัมพูชามีตัวอย่างชัดเจนจากตระกูลฮุน ที่มีบทบาททางการเมืองมายาวนาน โดยฮุน เซน ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหลายทศวรรษ และต่อมาบุตรชาย ฮุน มาเนต ได้ขึ้นมาสืบทอดตำแหน่ง ซึ่งสะท้อนถึงการเมืองแบบครอบครัวใหญ่ที่มีอิทธิพลต่อโครงสร้างอำนาจของประเทศ

ในเกาหลีใต้ก็มีปรากฏการณ์ “การเมืองแบบบ้านใหญ่” โดยบางตระกูลมีสมาชิกหลายรุ่นที่เข้ามามีบทบาททางการเมือง เช่น ตระกูลคิมและพัค ซึ่งสะท้อนถึงการสืบทอดอำนาจและอิทธิพลทางการเมืองในครอบครัว

ในศรีลังกา ตระกูลราชปักษามีบทบาทสำคัญต่อการเมืองมายาวนาน โดยมีสมาชิกหลายคนดำรงตำแหน่งทั้งประธานาธิบดี นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี การเมืองแบบครอบครัวนี้ถูกวิจารณ์ว่าเป็นการผูกขาดอำนาจ และมีส่วนทำให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจและการประท้วงครั้งใหญ่ในปี 2022 ที่นำไปสู่การลาออกของผู้นำ

ในยุโรป มีตัวอย่างเช่น อิตาลีและฝรั่งเศส ที่บางตระกูลมีบทบาททางการเมืองต่อเนื่องหลายรุ่น แม้จะไม่เข้มข้นเท่าเอเชีย แต่ก็สะท้อนถึงการสืบทอดอำนาจในครอบครัวการเมือง

ในสแกนดิเนเวีย แม้ระบอบประชาธิปไตยจะเข้มแข็งและโปร่งใส แต่ก็มีตัวอย่างการเมืองแบบครอบครัว เช่น ในเดนมาร์กและนอร์เวย์ที่บางตระกูลมีสมาชิกหลายรุ่นเข้ามามีบทบาทในสภาและรัฐบาล แม้จะไม่เข้มข้นเท่าในเอเชีย แต่ก็สะท้อนถึงการสืบทอดอำนาจในครอบครัวการเมืองที่ยังคงมีอยู่

ไอซ์แลนด์แม้จะเป็นประเทศเล็ก แต่ก็ถูกจัดอันดับว่ามีจำนวน “นักการเมืองสายตระกูล” สูงเป็นอันดับ 3 ของโลก

โดยมีนักการเมืองที่สืบทอดตำแหน่งจากครอบครัวในระดับรัฐสภา สะท้อนให้เห็นว่า “การเมืองแบบบ้านใหญ่” สามารถเกิดขึ้นได้แม้ในประเทศที่มีระบอบประชาธิปไตยเข้มแข็ง

ในอเมริกาเหนือ การเมืองแบบ “บ้านใหญ่” หรือการเมืองที่ครอบครัวใหญ่มีบทบาทสืบทอดอำนาจทางการเมืองปรากฏชัดเจนในหลายตระกูล โดยเฉพาะอย่างยิ่งสหรัฐอเมริกาและแคนาดา

สหรัฐอเมริกามีตัวอย่างที่โดดเด่นคือ “ตระกูลเคนเนดี้” ซึ่งสมาชิกหลายคนดำรงตำแหน่งสำคัญทั้งในระดับประธานาธิบดี วุฒิสภา และสภาผู้แทนราษฎร

ตระกูลบุชก็เป็นอีกตัวอย่างที่ชัดเจน โดยมีทั้งจอร์จ เอช. ดับเบิลยู. บุช และจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ที่ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี รวมถึงเจ๊บ บุช ที่เคยเป็นผู้ว่าการรัฐฟลอริดา

ตระกูลคลินตันก็มีบทบาทสำคัญ โดยบิล คลินตัน เป็นประธานาธิบดี และฮิลลารี คลินตัน ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศและผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี

นอกจากนี้ยังมีตระกูลการเมืองเก่าแก่ที่มีบทบาทต่อเนื่องตั้งแต่ยุคก่อตั้งประเทศ เช่น ตระกูลอดัมส์ที่มีทั้งจอห์น อดัมส์ และจอห์น ควินซี อดัมส์ ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี

ตระกูลรูสเวลต์ที่มีธีโอดอร์ และแฟรงกลิน ดี. รูสเวลต์ เป็นประธานาธิบดีในช่วงเวลาต่างกัน รวมถึงตระกูลดาเลย์ในชิคาโกที่ครองอำนาจทางการเมืองท้องถิ่นต่อเนื่องหลายรุ่น

ในแคนาดา แม้จะไม่โดดเด่นเท่าสหรัฐ แต่ก็มีปรากฏการณ์การเมืองแบบบ้านใหญ่เช่นกัน เช่น ตระกูลทรูโด โดยปิแอร์ เอลเลียต ทรูโดเคยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และต่อมาบุตรชาย จัสติน ทรูโด ก็ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเช่นกัน ซึ่งสะท้อนถึงการสืบทอดอำนาจทางการเมืองแบบครอบครัว

ในอเมริกากลาง หากมองไปที่ประเทศในภูมิภาค “ลาตินอเมริกา” เช่น นิการากัว ตระกูลออร์เตกาเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของ “การเมืองแบบบ้านใหญ่” โดยมีการสืบทอดอำนาจและการครองตำแหน่งต่อเนื่องหลายทศวรรษ

โดยในฮอนดูรัสและกัวเตมาลาก็มีตระกูลการเมืองที่ครองอำนาจในระดับท้องถิ่นและระดับชาติ

ในอเมริกาใต้ “การเมืองแบบบ้านใหญ่” ปรากฏชัดเจนในหลายประเทศ เช่น อาร์เจนตินา ที่ตระกูลเฟอร์นันเดซมีบทบาทต่อเนื่องในตำแหน่งประธานาธิบดี

ที่บราซิล ตระกูลเนเวสและตระกูลซิลวา เคยมีบทบาทสำคัญในระดับชาติ และชิลี ที่ตระกูลอัลเลนเดและปิโนเชต์มีอิทธิพลทางการเมืองในช่วงเวลาต่างๆ

การเมืองแบบครอบครัวใน “ภูมิภาคลาติน” นี้ มักเชื่อมโยงกับการต่อสู้ทางอุดมการณ์และการเปลี่ยนแปลงทางสังคม

ในแอฟริกาเหนือ เช่น อียิปต์ ตูนิเซีย และลิเบีย ก่อนการปฏิวัติอาหรับสปริง ตระกูลการเมืองและครอบครัวผู้ปกครองมีบทบาทอย่างเข้มแข็ง เช่น ตระกูลมูบารักในอียิปต์ที่มีการวางตัวลูกชายให้สืบทอดอำนาจ แต่ถูกกระแสประชาชนต่อต้านและนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่

อาหรับสปริงจึงเป็นตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นว่า การเมืองแบบบ้านใหญ่แม้จะมีอำนาจเข้มแข็ง แต่ก็สามารถถูกท้าทายได้เมื่อประชาชนเรียกร้องประชาธิปไตย

ในแอฟริกากลาง เช่น สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก และกาบอง มีปรากฏการณ์การเมืองแบบครอบครัวที่ชัดเจน เช่น ตระกูลบองโกในกาบองที่ครองอำนาจต่อเนื่องหลายทศวรรษ และตระกูลกาบีลาในคองโกที่มีทั้งบิดาและบุตรดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี

“การเมืองแบบบ้านใหญ่” ในภูมิภาคนี้ มักเชื่อมโยงกับการรวมศูนย์อำนาจและการใช้ทรัพยากรธรรมชาติเป็นฐานในการครองอำนาจ

ในแอฟริกาใต้ แม้จะมีระบอบประชาธิปไตยหลังการสิ้นสุดยุค Apartheid แต่ก็ยังมีปรากฏการณ์การเมืองแบบครอบครัว เช่น ตระกูล Mandela ที่มีสมาชิกหลายคนเข้ามามีบทบาททางการเมืองและสังคม แม้จะไม่ใช่การผูกขาดอำนาจ แต่ก็สะท้อนถึงการสืบทอดอิทธิพลทางการเมืองในครอบครัว

ในออสเตรเลีย ก็มีปรากฏการณ์การเมืองแบบ “บ้านใหญ่” หรือการเมืองที่ครอบครัวใหญ่สืบทอดอำนาจและอิทธิพลทางการเมืองต่อเนื่องหลายรุ่น

แม้ระบบการเมืองของออสเตรเลียจะเป็นประชาธิปไตยแบบ Westminster หรือระบบการเมืองแบบเปิดกว้าง แต่ครอบครัวการเมืองยังคงมีบทบาทสำคัญในหลายรัฐและระดับชาติ

เห็นได้จากมีนักการเมืองที่สืบทอดตำแหน่งจากครอบครัว เช่น ตระกูล Crean และ Downer ที่มีสมาชิกหลายรุ่นเข้ามามีบทบาทในสภา

ตัวอย่างที่โดดเด่นคือ ตระกูล Playford ในรัฐเซาท์ออสเตรเลีย โดยโทมัส เพลย์ฟอร์ด ที่ 4 ดำรงตำแหน่ง Premier ยาวนานถึง 27 ปี ตั้งแต่ปี 1938-1965

ถือเป็นหนึ่งในผู้นำที่ครองตำแหน่งยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์ออสเตรเลีย และมีบทบาทสำคัญในการผลักดันนโยบายเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานหลังสงครามโลกครั้งที่ 2

ในรัฐวิกทอเรียมีตระกูล Cain ที่มีสมาชิกหลายรุ่นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีรัฐและผู้นำพรรคการเมือง ขณะที่ในระดับชาติ ตระกูล Menzies ก็มีบทบาทสำคัญ โดยโรเบิร์ต เมนซีส์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีออสเตรเลียยาวนานที่สุด และครอบครัวของเขายังมีสมาชิกที่เกี่ยวข้องกับการเมืองต่อเนื่อง

นอกจากนี้ยังมีตระกูลอื่นๆ เช่น Lyons ที่มีโจเซฟ ไลออนส์ เป็นนายกรัฐมนตรี และภรรยา Enid Lyons ก็เป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้รับเลือกเข้าสภาผู้แทนราษฎรออสเตรเลีย รวมถึงตระกูล Anthony ที่มีสมาชิกหลายรุ่นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีและสมาชิกรัฐสภา

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : การเมืองแบบ ‘บ้านใหญ่’ ไม่ได้มีแค่ประเทศไทย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th/weekly

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...