โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"หุ้นโลก" เริ่มชิน "สงคราม" แม้เจรจา "สงบศึก" ล่ม ส่วนไทยดีเซลทะลุ 50 กด GDP ร่วง 0.4%

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
“หุ้นโลก” เริ่มชิน “สงคราม” แม้เจรจา “สงบศึก” ล่ม ส่วนไทยดีเซลทะลุ 50 กด GDP ร่วง 0.4%

บล.เอเซีย พลัส ประเมินภาพรวมตลาดการลงทุนทั่วโลกกำลังอยู่ในสภาวะ “WAIT & SEE” เพื่อรอดูความชัดเจนของสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ยืดเยื้อเข้าสู่วันที่ 38 แม้ในช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมาจะมีความพยายามจากหลายประเทศตัวกลาง (เช่น ปากีสถาน อียิปต์ ตุรกี) ในการผลักดันข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว 45 วัน แต่อิหร่านได้ปฏิเสธและยืนกรานที่จะยุติสงครามแบบถาวร ส่งผลให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ส่งสัญญาณขีดเส้นตายยกระดับการโจมตีอิหร่านเร็วที่สุดในวันที่ 8 เม.ย. นี้ เวลา 7.00 น. (ตามเวลาประเทศไทย) เพื่อกดดันให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางคำขู่ที่กลับไปกลับมา ตลาดการเงินเริ่มมีอาการ “ชินชา” โดยตลาดหุ้นสหรัฐฯ อย่าง S&P500 สามารถปรับตัวบวกขึ้นได้ 4 วันติดต่อกัน (+4.2%) ซึ่งเป็นการบวกในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม ยกเว้นเพียงกลุ่มพลังงานที่ปรับตัวลดลง ขณะที่ฝั่งผู้ผลิตน้ำมันอย่างกลุ่ม OPEC+ มีมติช่วยบรรเทาสถานการณ์โดยการเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันอีก 2.06 แสนบาร์เรล/วัน ในเดือน พ.ค. 2569

ดีเซลทะลุ 50 บาท ทุบต้นทุนพุ่ง-ฉุด GDP ไทยร่วง 0.4% สำหรับผลกระทบต่อเศรษฐกิจประเทศไทย แหล่งข้อมูลเตือนถึงวิกฤตด้านต้นทุนพลังงานอย่างหนัก หลังราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับตัวพุ่งสูงขึ้นตามทิศทางน้ำมันดิบโลก โดยล่าสุด ราคาน้ำมันดีเซล (ไฮดีเซล S) ได้ทะลุระดับ 50.54 บาทต่อลิตรไปแล้ว ซึ่งเป็นการปรับขึ้นรวมกว่า 20.41 บาท ขณะที่แก๊สโซฮอล์ 95 ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 43.95 บาทต่อลิตร

การปรับขึ้นราคาพลังงานอย่างรุนแรงนี้ ได้ส่งผ่านภาระต้นทุนไปยังภาคการขนส่ง โลจิสติกส์ และภาคอุตสาหกรรม ซึ่งท้ายที่สุดจะผลักภาระไปยังผู้บริโภคผ่านราคาสินค้าที่แพงขึ้น คาดว่าจะดันให้อัตราเงินเฟ้อเดือน มี.ค. 2569 เร่งตัวขึ้นเป็น +0.20% YoY (จากเดิม -0.88%) และประเมินว่าวิกฤตน้ำมันแพงระลอกนี้จะสร้างผลกระทบเชิงลบฉุดรั้งให้ GDP ของไทยลดลงถึง 0.4%

และ เพื่อรับมือกับปัญหาดังกล่าว รัฐบาลได้คลอด 2 มาตรการเร่งด่วน ได้แก่ ลดภาษีสรรพสามิตดีเซล 1 บาท/ลิตร เป็นเวลา 30 วัน (เริ่มสัปดาห์ที่ 2 ของ เม.ย.) คุมเพดานค่าการตลาดโรงกลั่น ให้เฉลี่ยไม่เกิน 2.45 บาทต่อลิตร (หากเกินต้องส่งเข้ากองทุนน้ำมันฯ) ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเห็นผลในการคำนวณราคาใหม่ช่วงวันที่ 7-10 เม.ย. นี้

ด้านนโยบายการเงิน คาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะ คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 1.0% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 เพื่อรอดูสถานการณ์ เนื่องจากเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้นเกิดจากต้นทุนพลังงาน (Cost-Push Inflation) การขึ้นดอกเบี้ยจะไม่สามารถแก้ปัญหาได้ แต่จะยิ่งซ้ำเติมเศรษฐกิจที่กำลังชะลอตัว

กลยุทธ์การลงทุน: ดักเก็บหุ้น De-escalation – สัญญาณบวกกลุ่มชิป ในสภาวะที่ตลาดไม่ค่อยตอบสนองต่อประเด็นความตึงเครียดของสงครามเท่าอดีต แหล่งข้อมูลประเมินว่าตลาดหุ้นไทยวันนี้อาจถูกกดดันจากแรงขายในหุ้นกลุ่มน้ำมันเพื่อรอดูประเด็นการปรับโครงสร้างพลังงานของรัฐบาล

บล.เอเซีย พลัส แนะนำกลยุทธ์ทยอยสะสมหุ้นกลุ่ม “DE-ESCALATION” (หุ้นที่จะได้อานิสงส์หากความตึงเครียดคลี่คลาย) ได้แก่ BDMS, BH, ERW, BBL, KTB, CBG และ ICHI รวมถึงกลุ่ม Soft Commodity เช่น CPF และ NER โดยมีหุ้น Prime Picks ประจำวันคือ TRUE, ERW และ BBL

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...