“ปากีสถาน” เสนอเป็นตัวกลางเจรจาสหรัฐ-อิหร่าน จัดเจรจาที่กรุงอิสลามาบัด
"ปากีสถาน" เสนอเป็นตัวกลางเจรจาเพื่อยุติสงครามระหว่างสหรัฐ อิสราเอล และอิหร่าน พร้อมเสนอให้กรุงอิสลามาบัดเป็นสถานที่จัดการเจรจา
วันที่ 24 มีนาคม 2569 เวลา 12.17 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่าปากีสถานกำลังพยายามผลักดันบทบาทตัวกลางในการเจรจาเพื่อยุติสงครามระหว่างสหรัฐและอิสราเอลกับอิหร่าน โดยผู้บัญชาการกองทัพปากีสถานได้หารือกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อหาทางยุติความขัดแย้ง
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า จอมพลอาซิม มูเนียร์ ผู้บัญชาการกองทัพปากีสถาน ได้พูดคุยกับทรัมป์ทางโทรศัพท์ และปากีสถานกำลังผลักดันให้กรุงอิสลามาบัดเป็นสถานที่จัดการเจรจา โดยสตีฟ วิทคอฟฟ์ ผู้แทนพิเศษของทรัมป์ มีบทบาทสำคัญในการเจรจาครั้งนี้
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ระบุว่าได้เลื่อนแผนโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน หลังมีการหารือที่มีความคืบหน้ากับอิหร่าน ขณะที่เจ้าหน้าที่อิหร่านยังคงปฏิเสธว่าไม่มีการเจรจาเกิดขึ้น อย่างไรก็ตามมีรายงานว่าอิหร่านกำลังพิจารณาข้อความจากสหรัฐที่ส่งผ่านประเทศตัวกลาง
ปากีสถานพยายามใช้ความสัมพันธ์ที่ดีกับทั้งสหรัฐ อิหร่าน และประเทศอ่าวอาหรับ เช่น ซาอุดีอาระเบีย เพื่อผลักดันบทบาทการไกล่เกลี่ย โดยนายกรัฐมนตรีเชห์บาซ ชารีฟ ของปากีสถานได้พูดคุยกับประธานาธิบดีอิหร่าน และเรียกร้องให้ลดความตึงเครียดของสถานการณ์
ปากีสถานได้เพิ่มบทบาททางการทูตในภูมิภาคอ่าวอาหรับมากขึ้น หลังสงครามส่งผลให้เกิดวิกฤตพลังงานและการขาดแคลนก๊าซในเอเชียใต้ โดยช่องแคบฮอร์มุซซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซประมาณ 20% ของโลกแทบจะถูกปิดตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้น และปากีสถานนำเข้าน้ำมันและก๊าซจากประเทศอ่าวอาหรับเกือบทั้งหมด ทำให้ได้รับผลกระทบอย่างมาก
รัฐมนตรีต่างประเทศปากีสถานได้เข้าร่วมประชุมกับประเทศอาหรับและประเทศมุสลิมในกรุงริยาดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อหารือเกี่ยวกับความขัดแย้ง และพยายามทำให้แถลงการณ์ร่วมไม่ทำให้ความตึงเครียดระหว่างอิหร่านกับประเทศอ่าวอาหรับรุนแรงขึ้น
นอกจากนี้ผู้บัญชาการกองทัพปากีสถานยังได้หารือกับซาอุดีอาระเบียหลายครั้งเกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้ง โดยปากีสถานและซาอุดีอาระเบียมีข้อตกลงความร่วมมือด้านกลาโหมที่ลงนามเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งระบุว่าการโจมตีประเทศใดประเทศหนึ่งจะถือเป็นการโจมตีทั้งสองประเทศ
แม้ปากีสถานเองจะมีความขัดแย้งตามแนวชายแดนกับอัฟกานิสถาน แต่ขณะนี้สถานการณ์ดังกล่าวได้ชะลอลง ทำให้ปากีสถานสามารถมุ่งเน้นบทบาททางการทูตในวิกฤตตะวันออกกลางมากขึ้น
อ้างอิง : bloomberg.com