โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โลกร้อนสะเทือนประชาธิปไตย! ภัยพิบัติถี่ขึ้น กระทบเลือกตั้งทั่วโลก

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภัยพิบัติจากวิกฤตโลกร้อนกำลังทวีความรุนแรงและแทรกซึมเข้าสู่เวทีการเมืองโลกมากขึ้น ทั้งคลื่นความร้อน น้ำท่วม และไฟป่า ไม่เพียงสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน แต่ยังกระทบกระบวนการเลือกตั้ง ทำให้หลายประเทศต้องเผชิญความท้าทายใหม่ในการรักษาเสถียรภาพของประชาธิปไตย

รายงานวิจัยล่าสุดเตือนว่า วิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังกลายเป็นภัยคุกคามใหม่ต่อระบบประชาธิปไตยทั่วโลก หลังพบว่าเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว เช่น คลื่นความร้อน น้ำท่วม และไฟป่า ส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

การศึกษาของ International Institute for Democracy and Electoral Assistance ซึ่งเป็นองค์กรระหว่างรัฐบาลด้านการส่งเสริมประชาธิปไตย ระบุว่า ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา มีการเลือกตั้งและประชามติอย่างน้อย 94 ครั้ง ใน 52 ประเทศ ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ

เฉพาะในปี 2024 เพียงปีเดียว มีการเลือกตั้ง 23 ครั้งใน 18 ประเทศ เช่น บราซิล บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา และเซเนกัล ที่ต้องเผชิญกับผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานเสียหาย ประชาชนต้องอพยพ หรือมีการเปลี่ยนแปลงกระบวนการเลือกตั้งในนาทีสุดท้าย

รายงานชี้ว่า ภัยพิบัติทางธรรมชาติได้สร้างวิกฤตมากกว่า 100 เหตุการณ์ที่กระทบต่อการเลือกตั้ง เช่น การเลือกตั้งในโมซัมบิกปี 2019 ที่พายุไซโคลนทำลายบ้านเรือน ถนน และระบบไฟฟ้า ส่งผลต่อผลการเลือกตั้งและการจัดสรรที่นั่งทางการเมือง ขณะที่ในเซเนกัล การเลือกตั้งรัฐสภาในปี 2024 ต้องเผชิญน้ำท่วมจนเจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องช่วยพาผู้สังเกตการณ์ไปยังหน่วยเลือกตั้ง

นอกจากนี้ คลื่นความร้อนก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญ โดยตั้งแต่ปี 2022 มีการเลือกตั้งอย่างน้อย 10 ครั้งที่ได้รับผลกระทบจากอุณหภูมิสูงจัด เช่น การเลือกตั้งในฟิลิปปินส์ ที่เครื่องนับคะแนนบางเครื่องเกิดความร้อนสูงจนขัดข้องและคายบัตรลงคะแนนออกมา

ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า เมืองขนาดใหญ่ของโลกที่มีประชากรมากกว่า 10 ล้านคน มีความเสี่ยงสูงเป็นพิเศษ โดยนครลากอสของไนจีเรียมีจำนวนวันที่อุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ยก่อนยุคโลกร้อนถึง 89 วันต่อปี

ด้าน“ซาร่า เบิร์จ”ผู้ร่วมเขียนรายงาน ระบุว่า ควรพิจารณาจัดการเลือกตั้งในช่วงเวลาที่มีความเสี่ยงภัยพิบัติน้อยที่สุด พร้อมเสนอให้หน่วยงานจัดการเลือกตั้งปรับเปลี่ยนกำหนดการ เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบจากเหตุการณ์สภาพอากาศระยะสั้น

รายงานยังแนะนำให้ผู้จัดการเลือกตั้งทำงานร่วมกับนักอุตุนิยมวิทยา หน่วยงานสิ่งแวดล้อม และองค์กรด้านการบรรเทาสาธารณภัย เพื่อเตรียมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยบางประเทศเริ่มปรับตัวแล้ว เช่น เปรู ที่ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ด้านการจัดการความเสี่ยงภัยพิบัติ และแคนาดาที่ปรับเลื่อนวันเลือกตั้งในรัฐอัลเบอร์ตาเพื่อหลีกเลี่ยงฤดูไฟป่า

นักวิชาการชี้ว่า เมื่อภัยธรรมชาติเกิดบ่อยและรุนแรงขึ้น การวางแผนล่วงหน้าและการเตรียมความพร้อมจะมีบทบาทสำคัญในการรักษาความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของการเลือกตั้งในอนาคต โดยเฉพาะในประเทศที่ระบบประชาธิปไตยยังเปราะบางในแอฟริกาและเอเชีย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...