‘แสวง’ แจงฟ้อง 6 คนคดีถอดรหัสบัตรลงคะแนน รอศาลรัฐธรรมนูญเรียกแจงปมบาร์โค้ด
เมื่อวันที่ 20 มี.ค. ที่โรงแรมเซ็นทาราไลฟ์ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดกิจกรรมพบสื่อมวลชนเพื่อสรุปภาพรวมการเลือกตั้งสส.และการออกเสียงประชามติ โดยมีนายแสวง บุญมี เลขาธิการกกต. กล่าวเปิดใจว่า การทำงานของ กกต.แบ่งเป็น 2 มิติ คือ มิติความโปร่งใส ต้องเปิดเผยให้ประชาชนให้ทราบทุกเรื่อง และมิติในการทำงานด้านสำนวนต่างๆ ที่เป็นความลับ และอาจจะยังไม่ถึงเวลาที่จะให้ข้อมูล ทั้งนี้ การเลือกตั้งเป็นของประชาชน สำนักงาน กกต.มีหน้าที่ติดตามผลการเลือกตั้งเท่านั้น ระบบที่ออกแบบมาเป็นระบบที่ให้ประชาชนได้ออกมาพบเจอกัน ในแต่ละหน่วยเลือกตั้งประชาชนเข้ามาเป็นกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) มาสังเกตการณ์การเลือกตั้งและเข้าไปใช้สิทธิออกเสียง ดังนั้นระบบจึงออกแบบมาเพื่อให้เกิดความโปร่งใส ซึ่งทุกขั้นตอนทุกคนจะเห็นกระบวนการยกเว้นการรวมคะแนน ซึ่งระบบออกแบบป้องกันการทุจริต ยืนยันว่าทุกคะแนนไม่เสียหายและถูกนำมานับ ซึ่งทุกขั้นตอนประชาชนเห็น ยกเว้นแค่ช่วงรวมคะแนนที่เป็นการทำงานในเชิงธุรการ
นายแสวง กล่าวอีกว่า หัวใจของการรวมคะแนนคือ แบบ สส. 5/18 ซึ่งเป็นการรวมคะแนนในหน่วยเลือกตั้ง ปิดประกาศหน้าหน่วยให้ประชาชนได้รับทราบ และรายงานผลทางระบบ ECT Report ตัดการนับคะแนนที่ร้อยละ 94 จึงทำให้ประชาชนเห็นว่ามีบัตรเขย่งจำนวนมาก เนื่องจากบางหน่วยกรอกคะแนนเข้าไปในระบบได้เพียงบางส่วน แต่ยืนยันว่าคะแนนมีความชัดเจนตั้งแต่เช้าวันที่ 9 ก.พ. ถือเป็นการแสดงความโปร่งใส และระบบที่ออกแบบให้ ประชาชนช่วยดูแลตรวจสอบ
"ขอยืนยันว่าไม่มีคะแนนไหนที่ใครจะมาเพิ่มหรือนำออก หรือจะเปลี่ยนคะแนนใส่เพิ่มหรือลดลงให้เบอร์ใดเบอร์หนึ่ง ไม่มีแน่นอน อาจจะมีการคิดกันไปได้ แต่ยืนยันว่าไม่มีแน่นอน คะแนนในระบบ ECT Report ใช้ไม่ได้ในการรายงานอย่างเป็นทางการ" นายแสวง กล่าวและว่า ต้องรอบคอบมากกว่านี้
เมื่อถามว่ากรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญหลังรับพิจารณากรณีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง จะทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า ต้องดูว่าศาลรัฐธรรมนูญจะสอบถามมาในประเด็นใดบ้าง และเวลาใด ตนยืนยันว่ากกต.ทำตามหน้าที่ที่ทำให้การเลือกตั้งมีความสุจริตและเที่ยงธรรม และทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยตรงและลับ ก็เป็นกระบวนการที่เราต้องไปชี้แจงว่าเราทำเป็นไปตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้หรือไม่
เมื่อถามว่าถ้าถึงกรณีที่ต้องชี้แจงและอาจจะต้องให้มีการจำลองเหตุการณ์ในการเลือกตั้งโดยการใช้บาร์โค้ดหรือคิวอาร์โค้ด กกต.เห็นว่าจะต้องจำลองเพื่อให้พิสูจน์เป็นที่ประจักษ์หรือไม่ว่าไม่สามารถนำสู่ต้นขั้วได้จริงๆ นายแสวง กล่าวว่า เราทำหน้าที่ตามกฎหมายคือการลงคะแนนต้องเป็นไปโดยลับ การเลือกตั้งต้องเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยการจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยตรงและลับในตอนนี้มันก็ยัง "ลับ" กกต.ได้ทำตามหน้าที่แล้ว ส่วนการพิจารณาในศาลรัฐธรรมนูญก็ต้องมาดูประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญให้ชี้แจงว่าเป็นอย่างไร ส่วนผู้ร้องจะนำผลการจำลองการเลือกตั้ง มาใช้เป็นพยานในชั้นศาลหรือไม่นั้นตนไม่มีความเห็น เป็นเรื่องของการต่อสู้คดี แต่ข้อดีคือการไปถึงศาลรัฐธรรมนูญจะทำให้เกิดความชัดเจน คงต้องรอวันนั้น ส่วนหากสุดท้ายแล้วให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่นั้นขอย้ำว่าเรื่องยังไม่ได้ไปถึงขั้นนั้น ทุกวันนี้การเลือกตั้งยังเป็นความลับอยู่ และมันจะลับต่อไปอยู่แบบนั้น
เมื่อถามว่ากกต.มีการเตรียมรับมืออย่างไรต่อคดีที่นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรคประชาชน ยื่นฟ้องดำเนินคดีกกต. ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 นายแสวง กล่าวว่า ในช่วงที่มีการเลือกตั้งน่าจะถูกฟ้องอยู่หลายคดี แต่สำนักงานกกต.ยืนยันว่าเราทำกฏหมายและทำตามหน้าที่ เพราะเรามีหน้าที่ปกป้องให้การเลือกตั้งสุจริตและทำให้การเลือกตั้งเป็นความลับ และเรื่องที่เราเตรียมที่จะชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญก็จะถูกนำมาใช้ในการชี้แจงข้อร้องเรียน ได้ทุกเรื่องอยู่แล้วนี่จึงถือเป็นการเตรียมการ
เมื่อถามว่ามั่นใจว่ากระบวนการเป็นความลับแต่ทำไมบัตรเลือกตั้งครั้งใหม่ถึงไม่มีรหัสที่ขั้วบัตร ออกมา นายแสวง กล่าวว่า ที่ผ่านมาก็สามารถพิสูจน์ บัตรได้อยู่แล้วโดยใช้กล่องพิสูจน์หลักฐานแต่ปัจจุบันเทคโนโลยีมีความก้าวหน้าเราจึงเลือกใช้ทางนี้จะได้ไม่ต้องไปใช้กองพิสูจน์หลักฐานหรือสแกนลายนิ้วมือกันอีก
เมื่อถามถึงกรณีที่กกต.แจ้งความดำเนินคดีกับ 6 บุคคล กรณีถ่ายภาพและถอดรหัสบาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ข้อหารุนแรงอั้งยี่ ซ่องโจร นายแสวง กล่าวว่า กกต.มีหน้าที่ทำให้การเลือกตั้งสำเร็จ ทำการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยตรงและลับ ทุกวันนี้ยืนยันว่ากกต.ทำการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยตรงและลับ ไม่มีใครที่จะพยายามรู้ว่าคนที่ลงคะแนนให้ใคร เพราะกฎหมายไม่รองรับว่าใครไปลงคะแนนให้ใคร แต่ถ้าเราออกแบบให้ประชาชนสามารถดูว่าประชาชนใครลงคะแนนให้ใครได้ แต่อันนี้เป็นความพยายาม และกฎหมายไม่อนุญาตอยู่แล้ว ส่วนทั้ง 6 คนจะมีความเชื่อมโยงกันหรือไม่นั้น เป็นเรื่องคดีตนไม่ขอให้ความเห็น
เมื่อถามถึงข้อกล่าวหาอั้งยี่ซ่องโจร รุนแรงเกินไปหรือไม่สำหรับประชาชน นายแสวง กล่าวว่า มันเกิดจาก เรื่องของการขัดขวางการเลือกตั้ง กฎหมายเขียนไว้ว่าการทำให้การเลือกตั้งไม่สำเร็จ ซึ่งกกต.มีหน้าที่ทำให้การเลือกตั้งสำเร็จ จะบอกว่าแรงหรือไม่แรงไม่ได้ เพราะคือปกป้องการทำหน้าที่ตัวเอง เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยตรงและลับและการเลือกตั้งต้องสำเร็จ