โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"วราวุธ"สั่งลุย! อัดฉีด2หมื่นล้านอุ้มSMEสู้วิกฤตพลังงาน ชูสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ3%

สยามรัฐ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

">

"รมว.อุตสาหกรรม" กางมาตรการ "3 มิติ" ฝ่าวิกฤตตะวันออกกลาง จับมือ SME D Bank ปล่อยกู้รายย่อยสูงสุด 1 ล้านบาทแบบไร้หลักทรัพย์ พร้อมอัดโปรเจกต์ 'Green Business' ดันอุตสาหกรรมไทยลดต้นทุน-อัปสกิลใหม่สู้เศรษฐกิจโลก ชงโอกาสทองผู้ประกอบการ ส่งมาตรการ 'ติดปีก SME' วงเงินสูงสุด 50 ล้านบาท พร้อมใช้กลไก "3 ลด" ลดต้น-ลดดอก-ลดค่างวด ดึงภาคการผลิตเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและระบบรีไซเคิล แก้ปัญหาน้ำมัน-วัตถุดิบแพงอย่างยั่งยืน แนะปรับพฤติกรรมการผลิต-บริโภค ดันยอดรีไซเคิลขยะ 2.7 ล้านตันกลับมาใช้ใหม่ พร้อมเตรียมงบช่วยโรงงานเปลี่ยนเครื่องจักรเป็นระบบโซลาร์เซลล์-ยานพาหนะ EV หวังสร้างรากฐานเศรษฐกิจสีเขียวไทยให้แข็งแกร่ง

วันที่ 11 เม.ย. 2569 เวลา 09.15 น. นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตพลังงานและความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลาง กระทรวงอุตสาหกรรมได้มีมาตรการออกมาเพื่อที่จะช่วยผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมและในภาค SME ด้วย ประเด็นแรกจะเป็นในส่วนของธนาคาร SME Bank ตนเชื่อมั่นว่าผู้ประกอบการทางภาคอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นขนาดใหญ่ ขนาดกลาง หรือขนาดเล็ก ล้วนแล้วแต่ประสบปัญหา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องต้นทุนที่เพิ่มขึ้น วัตถุดิบที่ขาดแคลน และมีราคาแพงขึ้น

ดังนั้นเราได้ออกมาตรการการเข้าถึงแหล่งเงินทุนมีอยู่ 3 มิติ ได้แก่ 1. การส่งเสริมให้ผู้ประกอบการทั้ง SME และรายใหญ่ สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ 2. การเสริมสภาพคล่อง เป็นการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้กลุ่มเปราะบางที่เริ่มจะมีปัญหาในการผ่อนชำระหนี้ และ 3. เกี่ยวกับการเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการ รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า การจะเข้าถึงแหล่งเงินทุนทางธนาคาร SME D Bank เราได้เตรียมวงเงินเอาไว้ 20,000 ล้านบาท ที่จะอัดฉีดเข้ามาในระบบเศรษฐกิจ จะมีทั้งหมด 3 สินเชื่อด้วยกัน จะเป็นสินเชื่อที่อัตราดอกเบี้ยต่ำ 3% คงที่นานถึง 3 ปี

โดยจะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มที่ 1 สินเชื่อ SME Green Productivity วงเงินกู้จะอยู่ที่ประมาณ 30 ล้านบาทต่อราย เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการติดตั้งเครื่องจักรใหม่ที่ใช้อุปกรณ์พลังงานสะอาด การใช้โซลาร์เซลล์ ยานพาหนะ EV เป็นต้น กลุ่มที่ 2 สินเชื่อปลุกพลัง SME สำหรับผู้ประกอบการรายย่อยและรายเล็กให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ วงเงินจะอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านบาท และที่สำคัญไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน และกลุ่มสุดท้ายสินเชื่อติดปีก SME ให้วงเงินกู้สูงสุดต่อรายถึง 30 ล้านบาท เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจ

นายวราวุธ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีสินเชื่อพิเศษเงื่อนไขอื่น ๆ ของธนาคารที่จะเติมทุนให้กับผู้ประกอบการ SME วงเงินกู้สูงสุดต่อรายไม่เกิน 50 ล้านบาท ซึ่งอัตราดอกเบี้ยของธนาคาร SME D Bank จะไม่แพงไปกว่าสถาบันการเงินใหญ่ ๆ และที่สำคัญ เราได้กำชับให้ขั้นตอนของธนาคาร SME Bank ในการพิจารณาสินเชื่อ การอนุมัติ รวมถึงเงื่อนไขต่าง ๆ มีความอลุ่มอล่วยมากขึ้นในสถานการณ์ปัจจุบัน เพื่อให้ทุก ๆ คนสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน สามารถเข้าไปช่วยเสริมสภาพคล่องของบริษัทได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น

รมว.อุตสาหกรรม กล่าวอีกว่า นอกจากนั้นในมิติที่ 2 เป็นการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง โดยแนวทาง 3 ลด คือ ลดเงินต้น ลดดอกเบี้ย และลดค่างวด หากทางลูกหนี้ท่านใดเริ่มมีปัญหาเราจะมอนิเตอร์ตลอด ทั้งการจ่ายเงินคืนและการจ่ายดอกเบี้ย ถ้าเริ่มมีปัญหาเราจะเข้าไปช่วยทันที เพื่อประคับประคองกิจการ รักษาการจ้างงาน และสามารถพลิกฟื้นกิจการในช่วงเวลาที่เป็นวิกฤตเช่นนี้ได้

และมิติสุดท้าย เป็นการเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการ เป็นการอัปสกิล รีสกิล ให้กับพี่น้องเพื่อน ๆ ในวงการอุตสาหกรรม เพื่อเป็นการลดต้นทุนการผลิต เพิ่มรายได้ และสร้างรากฐานสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็น Green Business เป็นการทำอะไรให้มีความยั่งยืน (Sustainable) เพราะจะเป็นแต้มต่อให้กับผู้ประกอบการทุก ๆ คน ตามนโยบายเศรษฐกิจสีเขียวของรัฐบาล

"ทั้ง 3 มาตรการ ทั้ง 3 มิติ พี่น้องประชาชน หรือผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงได้ที่ธนาคาร SME หรือถ้าท่านคิดอะไรไม่ออก ก็ไปที่อุตสาหกรรมจังหวัด วันนี้กระทรวงอุตสาหกรรมของพวกเรา One Mind ทุกหน่วยงานสามารถติดต่อกันได้หมด" นายวราวุธ กล่าว

รมว.อุตสาหกรรม กล่าวต่อว่า นอกจากนั้นกระทรวงยังมีมาตรการสำคัญ ๆ เพิ่มเติมอีก 2-3 เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการลดต้นทุนด้านพลังงาน ลดการพึ่งพาพลังงานจากปิโตรเลียม และใช้เชื้อเพลิงด้านชีวภาพให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นส่วนผสมของน้ำมันปาล์ม B20 ไปจนถึง B70 หรือแม้แต่เอทานอลที่จะเพิ่มจาก E20 ไปถึง E85 ให้ทำเป็นเหมือนเชื้อเพลิงแบบยืดหยุ่น หรือ Flexible Fuel และเพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทางเลือก เช่น ชีวมวลจากใบอ้อยและยอดอ้อย การกำหนดหลักเกณฑ์อัตราการรับซื้อไฟฟ้าที่เหมาะสม และเพิ่มประสิทธิภาพในภาคอุตสาหกรรมด้วยการปรับปรุงเครื่องจักรและกระบวนการผลิตโดยใช้เงินกู้จาก SME ที่เราได้เตรียมเอาไว้

นายวราวุธ กล่าวว่า นอกจากนั้นเรายังจะส่งเสริมการสร้างความมั่นคงทางวัตถุดิบ ยกตัวอย่างเช่น วันนี้เม็ดพลาสติกในประเทศไทยเริ่มหายากขึ้น มีราคาแพงขึ้น เราก็จะส่งเสริมการใช้พลาสติกรีไซเคิล หรือพลาสติกชีวภาพ ผลักดันการคัดแยกขยะเพื่อให้มีความยั่งยืน ไม่จำเป็นที่จะต้องไปพึ่งพาวัตถุดิบจากนอกประเทศ รวมไปถึงการให้ความสำคัญกับปัจจัยการผลิตทางภาคการเกษตร เพื่อความมั่นคงทางอาหาร เพราะว่าประเทศไทยของเราจะมีวิกฤตอะไรก็แล้วแต่ในโลกใบนี้ ประเทศไทยก็ยังมีความมั่นคงทางอาหารอยู่ ดังนั้นการเชื่อมโยงการบริหารให้บวกกับโลจิสติกส์ที่ดีนั้น จะสร้างความเข้มแข็งให้กับพี่น้องเกษตรกรได้อีกทางหนึ่งด้วย

รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า รวมถึงโอกาสการสร้างธุรกิจใหม่ ต้องบอกว่าในวิกฤตเช่นนี้ พวกเราเป็นกำลังใจให้กันและกันช่วยเหลือซึ่งกันและกัน แต่ทั้งนี้ยังมีโอกาสที่จะเปิดธุรกิจใหม่ ๆ ท่ามกลางวิกฤตเช่นนี้ ไม่ว่าจะเกี่ยวกับเรื่องการประหยัดพลังงาน การเพิ่มประสิทธิภาพโรงงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมของกระทรวงอุตสาหกรรม เราได้ตั้งเป้าสินค้าอย่างน้อยเพิ่มอีก 40 รายการ ให้มีประสิทธิภาพด้านพลังงานมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น ต่าง ๆ ที่พี่น้องประชาชนคุ้นเคยเป็นอย่างดี

"ดังนั้นท่ามกลางวิกฤตที่พวกเรากำลังเผชิญอยู่นี้ กระทรวงอุตสาหกรรมพร้อมจะเป็นส่วนหนึ่งที่จะสนับสนุนพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคอุตสาหกรรม ให้สามารถต่อยอดและฝ่าฟันวิกฤตนี้ไปได้ด้วยกัน" รมว.อุตสาหกรรม กล่าว

เมื่อถามว่าดอกเบี้ยที่แบงก์จะมีการขอใช้งบประมาณหรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า ไม่ต้อง ทั้งหมดที่พูดมาไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณของประเทศเลย เรามีวงเงินเรียบร้อยอยู่แล้ว สามารถดำเนินการได้ทันที พี่น้องประชาชนท่านใดต้องการการสนับสนุนติดต่อที่ SME Bank หรือจะผ่านทางอุตสาหกรรมจังหวัด ถ้าหากอยู่ในต่างจังหวัดแล้วอาจจะเข้าถึงช่องทางของ SME Bank ได้ลำบาก ติดต่อทางอุตสาหกรรมจังหวัดท่านได้

เมื่อถามว่าราคาน้ำตาลจะมีนโยบายปรับขึ้นราคาหรือไม่ รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า ต้องบอกว่าที่ขึ้นไม่ใช่เพราะตัวน้ำตาลที่มาจากอ้อย แต่มาจากบรรจุภัณฑ์ (Packaging) ของน้ำตาลที่เป็นถุงพลาสติกที่ตนเพิ่งพูดไปเมื่อสักครู่ว่าทุกอย่างเริ่มหายากมากขึ้นและมีราคาแพงขึ้น เราเองเห็นใจทั้งผู้ประกอบการ แต่ท่ามกลางวิกฤตเช่นนี้ เราก็เห็นใจพี่น้องประชาชนด้วย

ตนคิดว่าทั้งกระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงพาณิชย์คงจะต้องค่อย ๆ ทำงานร่วมกัน และหารือกับผู้ประกอบการทั้งหลาย เพราะปัญหาเรื่องเม็ดพลาสติกที่มีอยู่ในขณะนี้เป็นเรื่องที่ไม่เคยมีใครคาดคิดมาก่อนว่าจะเกิดขึ้น พอน้ำมันหายาก มีราคาแพงขึ้น ต้นทุนของเม็ดพลาสติกที่มาจากน้ำมันก็เพิ่มมากขึ้น ดังนั้นวันนี้เราจำเป็นที่จะต้องอยู่กับสถานการณ์นี้

นายวราวุธ กล่าวว่า ก็มี 2 ทางเลือก ว่าเราจะใช้แบบเดิม คือยังใช้ผลิตภัณฑ์พลาสติกแบบเดิม แต่ในขณะเดียวกันก็มีทางเลือกให้เรา ยกตัวอย่างเช่น ถ้าหากว่าขวดน้ำที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ เปลี่ยนมาใช้กระติกน้ำ ลองคิดดูว่าองค์กรของท่านมีพนักงานในบริษัทอยู่สัก 2,000 คน กินน้ำกันวันละ 2 ขวด เท่ากับ 4,000 ขวด

แต่ถ้าหากว่าใช้กระติกน้ำ พกกระบอกน้ำกันเข้าที่ทำงาน ขยะพลาสติกก็จะหายไป อย่างที่นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ได้กล่าวไว้ว่า วันนี้เรามีขยะพลาสติกอยู่ถึง 2.7 ล้านตัน ในช่วง 4-5 ปีมานี้เพิ่มขึ้นมาถึง 700,000 ตัน ก่อนหน้านี้ที่เราเคยดูตัวเลขกันอยู่ที่ 2 ล้านตันเท่านั้น วันนี้กลายเป็น 2.7 ล้านตัน แต่อัตราการนำกลับมารีไซเคิลอยู่ที่ 25% เท่านั้น

ดังนั้นถ้าหากว่าเราสามารถเพิ่มอัตราการรีไซเคิลในประเทศได้ ไม่จำเป็นเลยที่เราจะต้องไปพึ่งพาเม็ดพลาสติกใหม่จากภายนอก แต่ว่ามันก็ต้องเริ่มต้นจากการที่ค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนหาวิธีทางเลือก ว่าจะใช้ของแพงขึ้น หรือเราจะมาปรับเปลี่ยนวิธีการบริโภคกัน

#วราวุธศิลปอาชา #SMEDBank #สินเชื่อSME #ดอกเบี้ยต่ำ #เศรษฐกิจสีเขียว #ช่วยSME #ข่าวอุตสาหกรรม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...