โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

เช็กอาการหุ้นกลุ่มโรงกลั่น กบง.รีดเงินเพิ่มแตะ 5 บาท

ทันหุ้น

อัพเดต 23 เม.ย. เวลา 15.55 น. • เผยแพร่ 23 เม.ย. เวลา 19.45 น.

#โรงกลั่น #ทันหุ้น – รมว.พลังงานประกาศมติ กบง. สั่งลดราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นเพิ่มเป็น 5 บาท ตีมูลค่าผลกระทบมาตรการภาครัฐ PTTGC โดน 3.7 พันล้านบาท, BCP โดน 2.8 พันล้านบาท, TOP โดน 2.7 พันล้านบาท หวั่นการแทรงแซงของภาครัฐทำให้หุ้นโรงกลั่นถูกดาวน์เกรด แต่ผลงานไตรมาส 2 ธุรกิจยังไม่ถึงขั้นขาดทุน

วานนี้ (23 เม.ย.) ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีมติเห็นชอบปรับลดราคา ณ โรงกลั่น สำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว แบ่งเป็น 2 ช่วง ได้แก่ ช่วงวันที่ 24 เมษายน 2569 ถึงวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 ปรับลด 5 บาทต่อลิตร และช่วงวันที่ 10 พฤษภาคม 2569 ถึงวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ปรับลด 3 บาทต่อลิตรอีกด้วย

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า การพิจารณามาตรการดังกล่าวเป็นผลจากการติดตามสถานการณ์ด้านราคาน้ำมันและต้นทุนการกลั่นอย่างใกล้ชิด ที่เห็นชอบให้ปรับลดราคาหน้าโรงกลั่นสำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็วลง2.00 บาทต่อลิตร และได้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน 2569 เป็นต้นมา

จากการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลต้นทุนในการกลั่นน้ำมันดิบ ในช่วงวันที่ 1-23 เมษายน 2569 ค่าการกลั่น (GRM) พุ่งสูงถึง 13.03 บาทต่อลิตร ซึ่งเมื่อหักลบต้นทุนส่วนเพิ่ม (Adjusted GRM) เช่น ค่าWar Risk Premium และค่าขนส่งแล้ว กบง. พบว่ายังมีผลประโยชน์ส่วนเกินอยู่ถึง 3.43 บาทต่อลิตร จึงตัดสินใจดึงกำไรส่วนนี้กลับคืนสู่ประชาชน โดยเพิ่มส่วนลดจากเดิมที่เคยประกาศไว้ 2 บาท ให้เป็น 5 บาทต่อลิตร และหลังจากวันที่ 9 พฤษภาคม จะมีการประชุมอีกครั้งเพื่อพิจารณาว่าสถานการณ์โลกคลี่คลายพอที่จะคงส่วนลดไว้ที่ 3 บาท หรือต้องขยายเวลาเพิ่มเติมหรือไม่

“พิจารณาค่าการกลั่นทั้งจากน้ำมันดีเซลและเบนซิน พบว่ามีผลประโยชน์ส่วนเกินราว 5,000 ล้านบาท และเมื่อรวมส่วนต่างที่ปรับลดลงทั้ง 2 ครั้ง มีผลประโยชน์ส่วนเกินรวมประมาณ 10,000 ล้านบาท จึงนำมาเป็นส่วนลดราคาหน้าโรงกลั่นได้”

@ไม่แรงเท่าที่คิด

นายเบญจพล สุทธิ์วนิช ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า แม้ว่ากลุ่มโรงกลั่นจะได้รับผลกระทบจากการแทรกแซงของรัฐบาล แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงไม่ได้รุนแรงอย่างที่ตลาดเคยประเมินไว้ในช่วงแรก เดิมทีมีการคาดการณ์ว่าอาจถึงขั้นขาดทุนจากการดำเนินงานในไตรมาส 2/2569 คาดการณ์ว่ากำไรจากการดำเนินงานหลักยังคงเป็นบวก แต่ยังไม่ได้รวมปัจจัยอื่นๆ เช่น กำไรหรือขาดทุนจากสต๊อกน้ำมัน และการป้องกันความเสี่ยง

“มาตรการมันกระทบโรงกลั่นอยู่แล้ว แต่มันไม่ได้รุนแรงมากเหมือนที่เคยประเมินไว้ก่อนหน้านี้ และเท่าที่เราคุยกับทางผู้ประกอบการโรงกลั่นเขาบอกว่ายังรับไหวอยู่” นายเบญจพล กล่าว

@ตีมูลค่าความเสียหาย

บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ระบุว่า มาตรการภาครัฐแทรกแซงค่าการกลั่นจะกระทบต่อกลุ่มโรงกลั่นซึ่งจะทำให้กำไรลดลงตามปริมาณการจำหน่ายน้ำมันดีเซลออกจากโรงกลั่น โดยสามารถสรุปผลกระทบได้เป็น 3 ช่วง ตามประกาศของภาครัฐในปัจจุบัน ดังนี้

ระยะ 9 เมษายน 2569 – 23 เมษายน 2569 กระทบ 2 บาทต่อลิตร, 24 เมษายน 2569 – 9 พฤษภาคม 2569 กระทบ 5 บาทต่อลิตร และ 10 พฤษภาคม 2569 – 19 พฤษภาคม 2569 กระทบ 3 บาทต่อลิตร

หากพิจารณาตามสัดส่วนการผลิตน้ำมันดีเซล (อ้างอิงตัวเลขปี 2568) จะส่งผลกระทบจำแนกได้เช่น PTTGC กระทบรวมประมาณ3.7 พันล้านบาท, BCP กระทบรวมประมาณ 2.8 พันล้านบาท, TOP กระทบรวมประมาณ 2.7 พันล้านบาท และ IRPC กระทบรวมประมาณ 2.4 พันล้านบาท เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าราคาหุ้นกลุ่มโรงกลั่นได้ตอบรับ (Price-in) ประเด็นการแทรกแซงของรัฐบาล และแนวโน้มสถานการณ์สงครามที่อาจคลี่คลายลงไปแล้วในระดับหนึ่ง คำแนะนำการลงทุน เก็งกำไรระยะสั้น เนื่องจากความไม่แน่นอนจากการแทรกแซงของภาครัฐที่ยังขาดความชัดเจนในหลายประเด็น

@ไม่ชอบโดนแทรกแซง

บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ได้ Downgrade หุ้นโรงกลั่น จากความเสี่ยงที่เพิ่มเข้ามากดดัน Valuation ทั้งนี้ราคาน้ำมันยังอยู่ในระดับสูงจากความตึงเครียดตะวันออกกลาง แม้หนุนค่าการกลั่นบางผลิตภัณฑ์ (โดยเฉพาะดีเซล) แต่กลับมีความเสี่ยงเชิงนโยบายเพิ่ม โดยภาครัฐมีแนวโน้มเข้ามาควบคุมราคาหน้าโรงกลั่นเพิ่มเติมเพื่อกดราคาขายปลีก

ส่งผลให้ Upside ของ Margin และกำไรปี 2569 ถูกจำกัด ขณะเดียวกันความต้องการ หรือ demand น้ำมันในสหรัฐฯ ช่วงฤดูขับรถมีแนวโน้มอ่อนตัวกว่าปกติจากราคาน้ำมันที่สูง อีกทั้งในเชิง Sensitivity หากลดค่าการกลั่นลงทุก -3 บาทต่อลิตร (ช่วงทุกๆ 15 วัน) จะกระทบกำไรกลุ่มราว 429-831 ล้านบาท และจะเพิ่มเป็น 715-1,385 ล้านบาท หากลด -5 บาทต่อลิตร และสูงถึง 1,001-1,939 ล้านบาท ในกรณีรุนแรง

ดังนั้นภาพรวมจึงเปลี่ยนจากได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันไปเป็นถูกจำกัดด้วยRegulation โดยความเสี่ยงจากการแทรกแซงภาครัฐและความไม่แน่นอนเชิงนโยบายจะเป็นปัจจัยกดดัน Valuation (De-Rating) ของกลุ่มโรงกลั่นในระยะถัดไป โดยในอดีตช่วงปี 2565 ที่มีกระแสข่าว Intervention หนัก PBV กลุ่มถูกปรับลด -0.1-0.2 เท่า และมีโอกาสเกิดซ้ำในรอบนี้

ปรับคำแนะนำกลุ่มลงเป็น ต่ำกว่าตลาด และขาย TOP รวมไปถึง BCP, SPRC และIRPC ต่อ ในทางกลับกันขณะที่ในกลุ่มพลังงาน ชอบ BANPU และ PTTEP มากกว่า เนื่องจากได้ประโยชน์จากราคาพลังงาน และมีความเสี่ยงจากการแทรกแซงต่ำกว่า

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...