Bank of America กำไร Q1 พุ่ง 17% แตะสูงสุดรอบ 20 ปี แรงหนุนเทรดหุ้น-วาณิชธนกิจ
Bank of America กำไร Q1 พุ่ง 17% แตะสูงสุดรอบ 20 ปี แรงหนุนเทรดหุ้น-วาณิชธนกิจ สะท้อนเศรษฐกิจสหรัฐยังมีแรงส่ง แม้ธุรกิจตราสารหนี้ต่ำกว่าคาด
วันที่ 15 เมษายน 2569 เวลา 18.25 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า Bank of America ธนาคารใหญ่อันดับ 2 ของสหรัฐฯ รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ทั้งในด้านรายได้และกำไร โดยมีกำไรต่อหุ้น (EPS) อยู่ที่ 1.11 ดอลลาร์ สูงกว่าคาดการณ์ที่ 1.01 ดอลลาร์ ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 3.043 หมื่นล้านดอลลาร์ สูงกว่าคาดที่ 2.993 หมื่นล้านดอลลาร์
ผลประกอบการที่แข็งแกร่งดังกล่าวส่งผลให้กำไรสุทธิของธนาคารเพิ่มขึ้น 17% มาอยู่ที่ 8.6 พันล้านดอลลาร์ หรือ 1.11 ดอลลาร์ต่อหุ้น ซึ่งถือเป็นระดับกำไรต่อหุ้นที่สูงที่สุดในรอบเกือบ 20 ปี โดยรายได้รวมเพิ่มขึ้น 7.2% จากแรงหนุนของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (Net Interest Income) ที่เพิ่มขึ้น รายได้จากการซื้อขายหลักทรัพย์ รวมถึงค่าธรรมเนียมจากธุรกิจวาณิชธนกิจและการบริหารสินทรัพย์
ปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันผลประกอบการในไตรมาสนี้คือธุรกิจซื้อขายหุ้น (Equities Trading) ซึ่งได้รับอานิสงส์จากความผันผวนในตลาดการเงินโลกจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ โดยรายได้ในธุรกิจดังกล่าวพุ่งขึ้นถึง 30% แตะ 2.83 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ประมาณ 350 ล้านดอลลาร์ และช่วยให้ธุรกิจซื้อขายโดยรวมทำผลงานได้ดีที่สุดในรอบ 15 ปี
นอกจากนี้ธุรกิจวาณิชธนกิจ (Investment Banking) ยังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยรายได้เพิ่มขึ้น 21% มาอยู่ที่ 1.8 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 9% แตะ 1.59 หมืืนล้านดอลลาร์ จากการขยายตัวของสินเชื่อและเงินฝาก รวมถึงการปรับราคาสินทรัพย์ในภาวะดอกเบี้ย
ในด้านคุณภาพสินทรัพย์ ธนาคารตั้งสำรองหนี้สูญ (Provision for Credit Losses) อยู่ที่ 1.3 พันล้านดอลลาร์ ลดลงจาก 1.5 พันล้านดอลลาร์ในช่วงเดียวกันของปีก่อน และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ สะท้อนให้เห็นว่าภาวะของลูกหนี้ยังไม่ได้อ่อนแอลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยอัตราหนี้เสียสุทธิ (Net charge-off ratio) ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 0.48%
Brian Moynihan ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของธนาคารระบุว่า แม้ยังคงต้องจับตาความเสี่ยงที่เปลี่ยนแปลงไป แต่กิจกรรมของลูกค้ายังคงอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะการใช้จ่ายของผู้บริโภค และคุณภาพของสินทรัพย์ที่ยังมีเสถียรภาพ ซึ่งสะท้อนถึงความยืดหยุ่นของเศรษฐกิจสหรัฐ
อย่างไรก็ตาม ธุรกิจตราสารหนี้ (Fixed Income) ยังคงเป็นจุดอ่อน โดยมีรายได้ประมาณ 3.5 พันล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ราว 330 ล้านดอลลาร์
อ้างอิง : www.cnbc.com