ครม.รับทราบรายงานผลการดำเนินงาน ด้านโภชนาการ สุขาภิบาลอาหารและน้ำ อนามัยสิ่งแวดล้อม และสุขาภิบาลเรือนจำ
ครม.รับทราบรายงานผลการดำเนินงาน ด้านโภชนาการ สุขาภิบาลอาหารและน้ำ อนามัยสิ่งแวดล้อม และสุขาภิบาลเรือนจำ
( 17 มีนาคม 2569 ) นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบรายงานผลการดำเนินงานด้านโภชนาการ สุขาภิบาล อาหารและน้ำ อนามัยสิ่งแวดล้อม และสุขาภิบาลเรือนจำ ตามที่กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) เสนอ และแจ้งให้ ผู้ตรวจการแผ่นดิน (ผผ.) ทราบต่อไป รวมทั้งให้ ยธ. รับความเห็นของ กต. และสำนักงาน ป.ป.ช. ไปพิจารณาดำเนินการต่อไปด้วย
สาระสำคัญของเรื่อง
1. ปัญหาความแออัดและสภาพแวดล้อมของเรือนจำที่มีจำนวนผู้ต้องขังเกินอัตราความจุของเรือนจำ ส่งผลต่อการบริหารจัดการด้านสาธารณูปโภค เช่น การบริหารจัดการพื้นที่ การจัดหาน้ำอุปโภค-บริโภค การกำจัดสิ่งปฏิกูล ประกอบกับข้อจำกัดด้านงบประมาณที่ได้รับจัดสรรส่งผลให้การพัฒนาและรักษามาตรฐานสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิตสำหรับผู้ต้องขังเป็นไปได้ยาก
อีกทั้งอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานที่มีไม่เพียงพอทำให้การดำเนินงานด้านสาธารณูปโภค อาจเป็นไปอย่างไม่ครอบคลุม อย่างไรก็ตาม ยธ. โดยกรมราชทัณฑ์ได้ดำเนินการต่างๆ ที่สอดคล้องกับข้อเสนอแนะฯ ของ ผผ.
2. รายงานผลการดำเนินงานด้านโภชนาการ สุขาภิบาล อาหารและน้ำ อนามัยสิ่งแวดล้อม และสุขาภิบาลเรือนจำ ตามที่กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) เสนอ เป็นการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 ที่ให้ ยธ. เป็นหน่วยงานหลักรับข้อเสนอแนะของผู้ตรวจการแผ่นดิน (ผผ.) เกี่ยวกับการบริหารจัดการของเรือนจำในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง กรณีการดำเนินงานด้านสุขาภิบาลอาหาร น้ำดื่ม-น้ำใช้ และโภชนาการของผู้ต้องขังในเรือนจำ ไปพิจารณาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และให้ ยธ. สรุปผลการดำเนินการเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป ซึ่ง ยธ. ได้รายงานผลการดำเนินงานที่สอดคล้องกับข้อเสนอแนะของ ผผ. ตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว เช่น
(1) กำหนดให้เรือนจำ ทัณฑสถาน และสถานกักขัง แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจรับอาหารดิบเป็นรายสิ่ง โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภายนอกที่เป็นกลางและมีความรู้เฉพาะด้านร่วมเป็นกรรมการ
(2) จัดทำตัวอย่างรายการอาหารตามหลักโภชนาการ ที่ผู้ต้องขังควรจะได้รับต่อวัน โดยคำนึงถึงความหลากหลายของรายการอาหาร
(3) กำหนดให้มิการตรวจสอบความปลอดภัยของคุณภาพน้ำเป็นประจำทุกเดือน หมุนเวียนตามจุดต่าง ๆ ใน 1 ปี
(4) มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้องกับข้อกำหนดขั้นต่ำแห่งสหประชาชาติว่าด้วยการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง จัดทำแบบสอบถาม ในภาพรวมของการดำเนินงานของกรมราชทัณฑ์ครอบคลุมถึงผู้ต้องขังในเรือนจำ ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) และสำนักงาน ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีความเห็นเพิ่มเติมบางประการ เช่น ให้พิจารณาดำเนินการตาม มาตรฐานเละข้อปฏิบัติตามหลักสากลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องควบคู่กัน กรมราชทัณฑ์ควรมุ่งเน้นบทบาท การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนเละภาคประชาสังคม เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ การดำเนินงานของภาครัฐ