โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อั้นไม่อยู่! ปรับขึ้นน้ำมันดีเซล 50 สตางค์-แก๊สโซฮอล์ 95 1 บาท เริ่ม 18 มี.ค.69 เซ่นพิษสงคราม

SpringNews

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สถานการณ์พลังงานไทยยังคงตึงตัวจากแรงกระเพื่อมสงครามตะวันออกกลาง แต่ภาพรวมยังไม่ถึงขั้น ‘ขาดแคลน’ หากแต่กำลังเผชิญแรงกดดันจากความกังวลของประชาชนที่เร่งเติมน้ำมันมากกว่าปกติ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รมว.พลังงาน แถลงภายหลังการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ยืนยันว่า ไทยยังมีสต๊อกน้ำมันเพียงพอใช้งานได้กว่า 100 วัน และยังสามารถจัดหาน้ำมันดิบจากแหล่งอื่นนอกตะวันออกกลางเพิ่มเติมได้อย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้อยู่ที่ ‘ปลายทาง’ ของระบบ โดยเฉพาะการขนส่งน้ำมันไปยังสถานีบริการ หลังความต้องการใช้งานพุ่งสูงเกือบเท่าตัวในบางช่วง ทำให้รอบการขนส่งไม่ทันต่อความต้องการ รัฐจึงเร่งเปิดคลังน้ำมันตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมผ่อนคลายข้อจำกัดรถขนส่ง และเตรียมเพิ่มเที่ยววิ่งเพื่อเร่งกระจายน้ำมันเข้าสู่ระบบ

ในด้านราคา ที่ประชุม ศบก. เห็นชอบให้มีการปรับราคาน้ำมันดีเซล ในวันพรุ่งนี้ (18 มี.ค.) ลิตรละ 50 สตางค์ ซึ่งจะเป็นลักษณะการทยอยปรับราคา โดยมีเพดานไม่เกินลิตรละ 33 บาท ซึ่งถือว่ามีความใกล้เคียงกับราคาน้ำมันดีเซลของมาเลเซีย ซึ่งมีการปรับขึ้นไปอยู่ลิตรละ 32 บาท แนวทางดังกล่าวสะท้อนการบริหารราคาแบบค่อยเป็นค่อยไป เพื่อลดผลกระทบต่อค่าครองชีพและต้นทุนภาคธุรกิจ

ขณะเดียวกัน ฝั่งน้ำมันเบนซินจะปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด โดยในวันพรุ่งนี้ แก๊สโซฮอล์ 95 จะปรับขึ้น 1 บาท ส่วน E20 จะลดลง 79 สตางค์ เพื่อจูงใจให้ผู้บริโภคหันมาใช้เชื้อเพลิงทางเลือกมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันรถยนต์ส่วนใหญ่ในตลาดสามารถรองรับ E20 ได้แล้ว แต่สัดส่วนการใช้งานจริงยังอยู่ในระดับต่ำ

นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานยังเดินหน้าผลักดันเชื้อเพลิงชีวภาพ โดยเพิ่มบทบาทน้ำมันดีเซล B10 และ B20 ซึ่งมีราคาถูกกว่า B7 อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะ B20 ที่เน้นกลุ่มรถบรรทุกให้เติมที่คลังน้ำมันโดยตรง เพื่อลดความแออัดหน้าสถานีบริการ

ในระยะสั้น รัฐบาลยังคงเน้นมาตรการดูแลไม่ให้เกิดการกักตุนหรือจำหน่ายเกินราคา ควบคู่กับการสร้างความเชื่อมั่นว่า ‘น้ำมันมีเพียงพอ’ เพื่อคลายความตื่นตระหนกของประชาชน

โจทย์ใหญ่ของสถานการณ์นี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องราคา แต่คือการบริหาร ‘ความเชื่อมั่น’ และ ‘พฤติกรรมการใช้’ หากการใช้น้ำมันกลับเข้าสู่ระดับปกติเมื่อใด แรงตึงในระบบก็มีแนวโน้มจะคลี่คลายลงอย่างรวดเร็ว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...