โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชัชชาติชี้แจงงบ 68 รายรับสูงกว่ารายจ่าย 5,000 ลบ. ย้ำใช้หลัก ‘งบประมาณสมดุล’

เดลินิวส์

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ผู้ว่าฯ ชัชชาติเผยงบปี 68 รายรับสูงกว่ารายจ่าย 5,000 ล้านบาท ใช้หลัก ‘งบประมาณสมดุล’ กำชับให้ประหยัดเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ ยันไม่เคยเคลมผลงาน จ่ายหนี้บีทีเอสใช้เงินสะสมที่มีมาหลายสิบปี

เมื่อวันที่ 7 พ.ค. หน้าห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกทม. (เสาชิงช้า) เขตพระนคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยถึงกรณีที่ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศ กทม. ปีงบประมาณ 2568 มีรายรับสูงกว่าประมาณการ ขณะที่รายจ่ายต่ำกว่าประมาณการ ส่งผลให้ดุลการใช้จ่ายมีรายรับสูงกว่ารายจ่าย 5,395.56 ล้านบาท เมื่อวันที่ 1 พ.ค. 69 ที่ผ่านมา ว่า ในการจัดทำงบประมาณของ กทม. เราจัดทำแบบ “งบประมาณสมดุล” คือรายรับและรายจ่ายเท่ากัน โดยเริ่มจากการประมาณการรายรับและวางแผนรายจ่ายให้สอดคล้องกัน เนื่องจาก กทม. จะไม่ก่อหนี้ ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยมีการกู้เงิน

อย่างไรก็ตาม หากสามารถจัดเก็บรายได้สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ ประกอบกับประหยัดค่าใช้จ่ายลง เช่น การประมูลงานที่ได้ราคาต่ำลง ก็จะทำให้เกิดส่วนต่างขึ้น เช่น ในปี 2568 ที่มีส่วนต่างสะสมกว่า 5,000 ล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมาเชื่อว่าก็เคยมีทั้งช่วงที่มีเงินเพิ่มขึ้นและช่วงที่ลดลง โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่รายได้ลดลง ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ

ส่วนหนึ่งที่เราพยายามบริหารจัดการให้มีเงินเหลือมากที่สุด เนื่องจาก กทม. มีภาระค่าใช้จ่ายในการชำระหนี้ BTS ซึ่งงบประมาณในส่วนนี้ไม่ได้มาจากงบประมาณปกติ แต่มาจากเงินสะสมจ่ายขาด ซึ่งเป็นเงินที่สะสมต่อเนื่องมาหลายสิบปี การนำเงินก้อนนี้ไปชำระหนี้กว่า 60,000 ล้านบาท อาจส่งผลให้ในอนาคต หากเงินส่วนนี้หมดลง ผู้บริหารชุดใหม่ที่เข้ามาอาจประสบปัญหาขาดงบประมาณสำหรับใช้ในกรณีฉุกเฉินได้ ดังนั้น เราจึงพยายามบริหารให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อให้มีเงินเหลือไว้สำหรับอนาคต ย้ำว่า ไม่ได้เคลมว่าเป็นผลงานเฉพาะของเรา เพราะในอดีตก็มีทั้งช่วงที่ตัวเลขเป็นบวกและติดลบ แต่เราได้เน้นย้ำนโยบายการจัดเก็บรายได้ให้ได้มากที่สุด ควบคู่ไปกับการประหยัดค่าใช้จ่าย และการประมูลงานให้ได้ราคาที่เหมาะสมที่สุด

ทั้งนี้ จากกรณีที่มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า เงินที่นำไปชำระหนี้ BTS มาจากเงินสะสมตั้งแต่สมัยก่อนนั้น ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวย้ำว่า ตนไม่ได้บอกว่าเงินนี้เกิดจากตนเพียงคนเดียว แต่เป็นเงินที่สะสมต่อเนื่องกันมา หน้าที่ของเราในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา คือพยายามบริหารจัดการเพื่อเติมเงินเข้าตุ่ม เนื่องจากค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งเป็นภาระที่เกิดขึ้นก่อนที่เราจะเข้ามาบริหาร จึงต้องใช้เงินที่มีอยู่ ซึ่งก็เป็นผลจากการบริหารและการสะสมงบประมาณของผู้บริหารที่ผ่านมา.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...