‘ยศชนัน’ เผย เอลนีโญกระทบไทย ทำ 43 จังหวัดเสี่ยงเจอทั้งน้ำท่วม-น้ำแล้งซ้ำซ้อน ปูพรมรับมือแล้ว 76 จังหวัด
‘ยศชนัน’ เผย เอลนีโญกระทบไทย ทำ 43 จังหวัดเสี่ยงเจอทั้งน้ำท่วม-น้ำแล้งซ้ำซ้อน ปูพรมรับมือแล้ว 76 จังหวัด อัปเกรดคลังข้อมูลน้ำสู่นวัตกรรมชุมชน เข้าถึงข้อมูลแบบเรียลไทม์
วันนี้ (6 พ.ค. 69) ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย นายวัชระพล ขาวขำ รมช.เกษตรและสหกรณ์ และคณะ ตรวจเยี่ยมสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) หรือ สสน. พร้อมหารือแนวทางรับมือความแปรปรวนของสภาพอากาศจากสภาวะเอลนีโญ
ทั้งนี้ สสน. รายงานการคาดการณ์สถานการณ์น้ำช่วง 6 เดือนข้างหน้า (พ.ค. – ต.ค.) และนำชมเทคโนโลยีสำรวจภูมิประเทศ เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ เทคโนโลยีโทรมาตรอัตโนมัติสำหรับตรวจวัดข้อมูลสภาพอากาศและระดับน้ำ ระบบคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูง เพื่อรองรับคลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า จากการวิเคราะห์ข้อมูลผ่าน thaiwater.net พบว่า พ.ค.–ต.ค. 69 สถานการณ์น้ำมีความท้าทายอย่างมาก มีพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม 64 จังหวัด โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก เสี่ยงภัยแล้ง 58 จังหวัด โดยเฉพาะช่วงต้น และปลายฤดูฝน อีกทั้งมี 43 จังหวัด ที่ต้องเผชิญความเสี่ยงทั้งน้ำท่วม และภัยแล้งในพื้นที่เดียว
สถานการณ์ปีนี้ต้องจับตาเป็นพิเศษเนื่องจากเอลนีโญไม่ได้หมายถึงฝนน้อยอย่างเดียว แต่ทำให้รูปแบบฝนเปลี่ยนไป เกิดฝนตกหนักแบบกระจุกตัวบางพื้นที่ อีกหลายพื้นที่กลับเผชิญฝนทิ้งช่วง ประเทศไทยต้องเผชิญ 2 วิกฤตพร้อมกัน คือ น้ำท่วม และภัยแล้ง
การตรวจเยี่ยมครั้งนี้จึงมี 3 ประเด็นสำคัญ คือ เตรียมความพร้อม "คลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ" ที่มีฐานข้อมูลรองรับ 76 จังหวัด, การวิเคราะห์สถานการณ์สถานการณ์เอลนีโญ หรือซูเปอร์เอลนีโญ และการขยายผล "ศูนย์บริหารจัดการสารสนเทศน้ำระดับจังหวัด" เพื่อให้ข้อมูลส่งถึงมือประชาชนในพื้นที่
สิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการคือการสื่อสาร หรือการกระจายข้อมูลจากส่วนกลางลงสู่ระดับพื้นที่ เพื่อให้หน่วยงานระดับปฏิบัติการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเกษตรกร เข้าถึงข้อมูลแบบเรียลไทม์ นำไปจัดการความเสี่ยง ใช้วางแผน ลดรายจ่าย และเตรียมรับมือภัยพิบัติ
ปัจจุบันได้ผนึกกำลังร่วมกับมหาวิทยาลัยพี่เลี้ยง 12 แห่ง และ 12 พื้นที่นวัตกรรม สร้างทั้ง คน และระบบในการบริหารจัดการน้ำเชิงพื้นที่ ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ในการขับเคลื่อนงานวิจัยที่ตอบโจทย์ความยั่งยืน พร้อมประสานกระทรวงเกษตรฯ วางแผนการขุดลอกแหล่งน้ำ ทั้งใน และนอกเขตชลประทาน รวมถึงกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในการชี้เป้าพื้นที่เสี่ยงภัยพิบัติล่วงหน้า ขณะเดียวกัน ยังเตรียมหารือเอกชนวางแผนรองรับผลกระทบทั้งในมิติการขาดแคลนน้ำ และอุทกภัย