ประสานฝนหลวง ช่วยดับไฟป่าพรุ เสียหาย 1,000 ไร่
(6 พ.ค. 69) สถานการณ์ไฟไหม้ป่าพรุต้นกระจูดเกาะสะบ้า ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาปะช้าง-แหลมขาม อ.เทพา จ.สงขลา ยังคงวิกฤตต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 โดยไฟได้ขยายวงกว้างสร้างความเสียหายแล้วกว่า 1,000 ไร่ กรมอุทยานแห่งชาติฯ ร่วมกับกำลังทหารและฝ่ายปกครองกว่า 100 นาย ต้องระดมเครื่องสูบน้ำแรงดันสูงเข้าฉีดสกัดบริเวณขอบนอกเพื่อไม่ให้ไฟลุกลามข้ามแนวถนนเข้าสู่พื้นที่การเกษตรของชาวบ้าน ขณะที่พื้นที่ใจกลางป่าพรุยังเข้าถึงได้ยากเนื่องจากกลุ่มควันหนาทึบและปริมาณเชื้อเพลิงที่สะสมมานานกว่า 5 ปี
.
นายสราวุธ ซุ่นพงศ์ นายอำเภอเทพา เปิดเผยว่าได้ประสานงานขอความช่วยเหลือไปยังหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อบินทำฝนดับไฟในจุดที่เจ้าหน้าที่เข้าไม่ถึง พร้อมสั่งการให้กำนันและผู้ใหญ่บ้านเร่งสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิด หลังตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าสาเหตุเกิดจากชาวบ้านเผาวัชพืชในที่นาจนสะเก็ดไฟปลิวไปตกในป่าพรุประกอบกับสภาพอากาศที่ร้อนจัดและลมแรง ทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว โดยกำชับให้ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดกับผู้ที่ฝ่าฝืนคำสั่งห้ามเผาในช่วงนี้
.
สำหรับผลกระทบด้านสุขภาพ ขณะนี้ยังไม่พบชาวบ้านมีปัญหาทางเดินหายใจเนื่องจากจุดเกิดเหตุอยู่ห่างไกลชุมชน อย่างไรก็ตาม ได้ประสาน รพ.สต. ในพื้นที่ให้ลงพื้นที่ตรวจสอบและให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด ส่วนแผนการดับไฟในวันนี้จะเน้นการวางแนวกันไฟรอบจุดเสี่ยงและรอผลการปฏิบัติการฝนหลวง เพื่อหวังให้ปริมาณฝนช่วยลดอุณหภูมิและดับไฟที่คุกรุ่นอยู่ใต้ชั้นดินป่าพรุให้สงบลงโดยเร็วที่สุด