โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ชัวร์ก่อนแชร์ : 8 ประโยชน์ของ น้ำด่าง จริงหรือ ?

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 31 ธ.ค. 2567 เวลา 15.30 น. • เผยแพร่ 31 ธ.ค. 2567 เวลา 08.29 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

บนสื่อสังคมออนไลน์มีการแชร์ 8 ประโยชน์ของน้ำด่าง มีทั้งลดความเป็นกรดในเลือด ปรับสมดุลร่างกาย ต้านอนุมูลอิสระ ขับสารพิษ ไปจนถึงการชะลอความแก่ชรา จริงหรือ ?

🎯 ตรวจสอบข้อเท็จจริงและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ รศ.ภก.ดร.บดินทร์ ติวสุวรรณ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เรื่องน้ำด่างที่แชร์กันไม่จริง เพราะว่าร่างกายมีระบบ Buffer และกลไกอื่นที่ช่วยควบคุมค่าความเป็นกรดและด่างให้มีความเป็นกลางอยู่แล้ว

การดื่มน้ำด่าง ถ้าร่างกายปกติก็ไม่มีผลกระทบต่อระบบกรด-ด่างในร่างกายและของกระแสเลือด

ข้อ 1. น้ำด่างช่วยลดความเป็นกรดในกระแสเลือดและปรับสมดุลของร่างกาย จริงหรือ ?

ไม่จริง เพราะเรื่องของการปรับสมดุลความเป็นกรด-ด่างในร่างกาย เกิดขึ้นเนื่องจากระบบของร่างกาย และถูกควบคุมไว้อย่างดี ที่ช่วง pH 7.4 (บวก ลบ 0.5) อยู่แล้ว การดื่มอะไรเข้าไปจะไม่สามารถกระทบค่าความเป็นกรด-ด่าง หรือ pH ในกระแสเลือดได้

ข้อ 2. น้ำด่างมีฤทธิ์เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย จริงหรือ ?

ไม่จริง สารเหล่านี้ต้องอาศัยสารที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) ไม่เกี่ยวกับความเป็นด่าง

ข้อ 3. น้ำด่างปรับสมดุลระบบย่อยอาหาร และระบบเผาผลาญ จริงหรือ ?

โดยทั่วไปแล้ว การที่คนเรากินอาหารสารพัดอย่าง ไม่ว่าจะเป็นกรดบ้าง ด่างบ้าง ในที่สุดแล้วระบบย่อยจะมีวิธีจัดการให้ค่าความเป็นกรด-ด่างอยู่ในภาวะที่เหมาะสมของการย่อยและการดูดซึมอยู่แล้ว

ดังนั้น การกินอะไรเข้าไป (ทั้งกรดและด่าง) ไม่มีผลต่อระบบย่อยโดยตรง ถ้าร่างกายปกติไม่มีอาการเจ็บป่วย

ข้อ 4. น้ำด่างมีแร่ธาตุที่ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย จริงหรือ ?

น้ำด่างทั่วไปมีการใส่แร่ธาตุหลายอย่าง เช่น แคลเซียม โซเดียม แมกนีเซียม บรรดาแร่ธาตุเหล่านี้เป็นสิ่งที่พบเจอในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว

บางคนอาจจะขาดแร่ธาตุบางตัว เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม ลำพังแค่น้ำด่างคงไม่ได้ช่วย ต้องอาศัยยา หรือวิตามินและแร่ธาตุในการเสริมสร้างและเข้าไปชดเชยสิ่งที่พร่องไป

ข้อ 5. น้ำด่างมีแร่ธาตุช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก ช่วยป้องกันความเสื่อมของกระดูก จริงหรือ ?

ถ้าหวังแคลเซียมจากน้ำดื่ม ก็อยู่ที่ว่ามีการปรับความเป็นด่างของน้ำดื่มด้วยแคลเซียมหรือเปล่า บางครั้งอาจจะใช้โซเดียมก็ได้ เพราะฉะนั้นอาจจะไม่ตอบโจทย์โดยตรง

ถ้าอยากได้ความแข็งแรงของกระดูกก็จะต้องเสริมแคลเซียมที่ได้มาจากอาหาร เช่น กระดูกปลา หรือพืชผักบางชนิดที่มีแคลเซียม และรวมถึงยาด้วย

ข้อ 6. น้ำด่างปรับสมดุลของระบบขับถ่าย ช่วยให้ขับถ่ายสะดวก บรรเทาปัญหาท้องผูกได้ จริงหรือ ?

ยังนึกไม่ออกเลยว่าน้ำด่างช่วยเรื่องระบบขับถ่ายได้ดีอย่างไร

ระบบขับถ่ายเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัยด้วยกัน

1. ต้องมีกากใยมากพอสมควร

2. ต้องทำให้กากใยที่อุ้มน้ำเคลื่อนที่ได้ระดับหนึ่ง

3. ร่างกายต้องมีระบบที่ทำให้ลำไส้เกิดการบีบตัว เพื่อให้ขับถ่ายออก เช่น ไม่เคลื่อนไหวร่างกาย ไม่ออกกำลังกาย นอนติดเตียง เหล่านี้ทำให้ระบบขับถ่ายมีปัญหา

ข้อ 7. น้ำด่างยับยั้งปฏิกิริยาออกซิเดชัน ช่วยชะลอความแก่ชราได้ จริงหรือ ?

เรื่องนี้ยังนึกไม่ออกเลยว่ากลไกน้ำด่างจะช่วยชะลอความแก่ชราได้อย่างไร

ร่างกายคนเราถ้าขาดน้ำก็จะเหี่ยวย่น เพราะเกิดภาวะแห้ง และน้ำโดยทั่วไปก็ช่วยไม่ต่างกัน

ข้อ 8. น้ำด่างช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ร่างกายมากกว่าน้ำทั่วไป จริงหรือ ?

น้ำก็คือน้ำที่ช่วยส่งเสริมสนับสนุนให้ร่างกายสามารถทำงานได้อย่างปกติ และช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ร่างกาย

“น้ำด่าง” ก็คือน้ำดื่มชนิดหนึ่ง ช่วยทำให้คนเราได้รับน้ำในปริมาณที่มากพอสำหรับการดำรงชีวิตในแต่ละวัน

“กินยา” และ “ดื่มน้ำด่าง” ตาม อาจเกิดผลที่ไม่พึงประสงค์

“น้ำด่าง” จะส่งผลกับยาบางชนิดได้

ยาบางชนิดถ้ากินพร้อมภาวะที่เป็นด่าง จะทำให้ยาสูญเสียการออกฤทธิ์ที่จำเป็นต่อร่างกาย เพราะมียาบางชนิดถูกออกแบบมาให้ไม่แตกตัวในกรด แต่หวังให้ยาแตกตัวในลำไส้ หรือออกฤทธิ์ที่ลำไส้และดูดซึม

ดังนั้น ถ้าทำให้ทางเดินอาหารไม่มีความเป็นกรดมากพอ การออกฤทธิ์ของยาผิดปกติไปทันที

โดยทั่วไปบนฉลากยาจะมีระบุไว้ว่า “ห้ามกินยาร่วมกับยาลดกรด” หรือ “ห้ามกินยาร่วมกับนม และ/หรือ เกลือแร่”

“การกินยาร่วมกับน้ำปกติ” จะดีที่สุด

สัมภาษณ์โดย พีรพล อนุตรโสตถิ์

เรียบเรียงโดย คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล

ดูเพิ่มเติมรายการ ชัวร์ก่อนแชร์ : 8 ประโยชน์ของ น้ำด่าง จริงหรือ ?

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...