โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

กรรมการวัด ผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านรวมตัวขึ้นโรงพักแจ้งความอดีตเจ้าอาวาสวัดยักยอกทรัพย์ กว่า 3,086,139 บาท

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 21 ม.ค. 2568 เวลา 08.03 น. • เผยแพร่ 21 ม.ค. 2568 เวลา 08.03 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

(21 ม.ค.68) ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองลำพูน กรรมการวัดชาวบ้านกรรมการหมู่บ้าน รวมตัวพากันขึ้นโรงพักเข้าแจ้งความตำรวจให้ดำเนินคดีกับ พระครูนิวิฐวิริยคุณ เจ้าอาวาสวัดศรีบุญยืน อดีตเจ้าอาวาสวัดศรีบุญยืน และอดีตเจ้าคณะตำบลเหมือง่า ในข้อหายักยอกทรัพย์ เงินในบัญชีธนาคาร 6 บัญชี 1 ล้าน 8 แสนบาทหายเกลี้ยง และเงินจากบัญชีทุนนิธิโรงเรียนศรีบุญยืนฯ 1 ล้าน 3 แสนบาทเหลือเงินในบัญชี 5 หมื่นบาท รวมเป็นเงินกว่า 3,086,139 บาท

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

จี้ตรวจสอบ "เจ้าอาวาส" ยักยอกเงินวัดกว่า 2-3 ล้านบาท เจ้าตัวรับเอาไปจริง บอกวันที่ 16 มกราคมนี้จะเอาเงินมาคืน

จากกรณีที่ชาวบ้านรวมตัวกันที่ศาลาวัดศรีบุญยืน ตำบลเหมืองง่า อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน เพื่อตรวจสอบบัญชีของวัดเมื่อช่วงเย็นวันที่ 12 มกราคม 2568 หลังจากพบพิรุธว่าโครงการก่อสร้างภายในวัดไม่คืบหน้า จนนำไปสู่การตรวจสอบ จนพบว่ามีการทุจริตเงินของวัดไปใช้ส่วนตัว จำนวนหลายล้านบาท หลังประชุมและตรวจสอบก็พบว่ามียอดเงินของวัดและของมูลนิธิฯหายไปจริง และยังพบว่าพระครูนิวิฐวิริยคุณ เจ้าอาวาสวัดศรีบุญยืน ยังมีการยืมเงินจากผู้รับเหมา ยืมเงินพระด้วยกันอีกหลายราย ยอดเงินนับล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องผิดปกติ

เมื่อสอบถามกับทางพระครูนิวิฐวิริยคุณ เจ้าอาวาสวัดศรีบุญยืน กลับบ่ายเบี้ยงที่จะให้ข้อมูลกับคณะกรรมการวัดและชาวบ้าน โดยอ้างว่าได้นำเงินไปลงทุนบ้าง อ้างว่าถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกให้ลงทุนบ้าง นำเงินไปช่วยเหลือสีกาคนหนึ่งเพื่อผ่าตัดดวงตาบ้าง เป็นการแก้ตัวเฉไฉจนไม่รู้ข้อเท็จจริงว่าอันไหนจริงหรือไม่จริง

ล่าสุดพบว่ามีหลักฐานการโอนเงินให้ร้านนวด โดยโอนให้พนักงานของร้านนวดชื่อ แพรว รหัส C30 โดยหัวข้อระบุว่า ค่าคอร์สนวด spa โดยมีการโอนหลายครั้ง ในเอกสารบิลดังกล่าว (ตามภาพ) มีการโอนเมื่อวันที่ 29 พ.ย.2567 วันที่ 2 ธ.ค.2568 วันที่ 6 ธค.2568 ระบุยอดเงินเงินว่าเป็นราคาค่าคอสนวด Spa ราคา 3,020,022 + 1000.200 ยังไม่ทราบว่าร้านนวดแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ใด ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจข้อมูลว่าสิ่งที่ได้หลักฐานมากับข้อมูลที่ทางพระครูนิวิฐวิริยคุณ เจ้าอาวาสวัดศรีบุญยืน ให้ข้อมูลนั้นข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร

หลังเป็นข่าว พระครูนิวิฐวิริยคุณ เจ้าอาวาสวัดศรีบุญยืน และเจ้าคณะตำบลเหมืองง่าได้ยื่นหนังสือถึงพระเทพรัตนนายก เจ้าคณะจังหวัด ขอลาออกจากตำแหน่งเจ้าคณะตำบลเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2568

ล่าสุดได้ยื่นหนังสือถึงเจ้าคณะจังหวัดลำพูนอีกครั้งเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2568 เพื่อขอล่าออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดศรีบุญยืน ซึ่งคำสั่งดังกล่าวมีผลแล้วทั้งหมด โดยมีพระเทพรัตนนายกเจ้าคณะจังหวัดลำพูนเป็นผู้ลงนามและมีการแต่งตั้งผู้รักษาการตามที่ลาออกไปแล้ว

วันนี้คณะกรรมการวัด กรรมการหมู่บ้าน ผู้นำชุมชน และชาวบ้านศรีบุญยืน ต.เหมืองง่า อ.เมือง จ.ลำพูน มีหลักฐานการนำเงินของวัดไปใช้ส่วนตัวจริง จึงพากันเดินทางเข้าแจ้งความกับ

พันตำรวจโทวิทยา วิญญายอง รองผู้กำกับการสอบสวน สภ.เมืองลำพูน เพื่อเอาผิดกับอดีตเจ้าอาวาสวัด และอดีตเจ้าคณะตำบลเหมืองง่า หลังจากเมื่อวันที่ 12 มกราคม ที่ผ่านมา ชาวบ้านจำนวนกว่า 100 คนรวมตัวกันเพื่อตรวจสอบพระครูนิวิฐวิริยคุณ เจ้าอาวาสวัดศรีบุญยืน หลังพบว่าเงินวัดหายไปหลายล้านบาท

สืบเนื่องจากชาวบ้านศรีบุญยืน หมู่ที่ 3 ตำบลเหมืองง่า อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน ต่างระแคะระคายว่า โครงการก่อสร้างต่างๆภายในวัดได้หยุดชนักลงมานานนับเดือน ทั้งๆที่เงินทำบุญเงินทอดกฐิน และเงินรายได้ต่างๆของวัดจำนวนหลายล้านบาทนั้นมีเพียงพอในการก่อสร้าง แต่โครงการต่างๆเช่นการสร้างอาคารการก่อสร้างเจดีย์ไม่คืบหน้า ชาวบ้านจึงพากันสืบหาข้อมูลพบพฤติกรรมน่าสงสัยหลายอย่าง เช่น ไม่นำเงินทำบุญต่างๆเช่นเงินทอดกฐิน เงินทำบุญ เงินบริจาคก็ไม่นำเข้าฝากบัญชีของวัดแต่กลับนำไปใช้ส่วนตัว

นอกจากนั้นยังมีพฤติการณ์ ไปยืมเงินพระด้วยกันตามวัดต่างๆ ยืมเงินช่างที่มาก่อสร้างวัด ในการตรวจสอบเบื้องต้นยอดเงินประมาณมากกว่า 2-3 ล้านบาท ทำให้ชาวบ้านสงสัยว่านำเงินไปทำอะไร นำเงินไปให้ใครหรือนำไปเปย์ใครหรือเปล่า หลังจากชาวบ้านรวมตัวกันแล้วก็มีการตรวจสอบบัญชีค่าใช้จ่ายต่างๆของวัดในเบื้องต้นพบว่า มีการปลอมแปลงทำบัญชีรายจ่ายปลอมขึ้นมาจำนวนหลายรายการ โครงการก่อสร้างต่างๆภายในวัดก็ไม่มีการทำสัญญาก่อสร้างใดๆ ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบและสอบสวนข้อเท็จจริง ที่เป็นเอกสารอีกจำนวนมาก

หลังจากนั้นชาวบ้านได้เชิญทางพระครูนิวิฐวิริยคุณฯ มาพูดคุยและยืนยันกับชาวบ้าน พร้อมที่จะคืนให้ในวันที่ 16 มกราคม แต่เมื่อถึงครบกำหนด พระครูนิวิฐวิริยคุณฯ ไม่มีเงินมาคืนให้ชาวบ้าน ซึ่งจากการสอบถามข้อมูลกับกรรมการหมู่บ้านทราบว่ามีเงินวัดหายไปจากบัญชีธนาคาร 1,839,091 บาท เหลือเงิน 39,652 บาทและเงินจากทุนนิธิโรงเรียนวัดศรีบุญยืน 1,301,000 บาท เหลือเงินในบัญชี 5 หมื่นบาท ซึ่งเงินทุนนิธิฯเป็นชื่อของมัคนายก มีการถอนออก 3 ครั้ง ทำให้ชาวบ้านรวมตัวกันนำหลักฐานมาแจ้งความเอาผิดกับพระครูนิวิฐวิริยคุณฯ

ตอนนี้ทางกรรมการวัดและชาวบ้านยื่นเรื่องให้เจ้าคณะจังหวัดตรวจสอบ อยู่ระหว่างรอผลอยู่ ซึ่งตามหลักฐานพบเจ้าอาวาสวัดยืมเงินช่างรับเหมาก่อสร้างวิหารวัดและพระธาตุ 1.7 แสน ติดค่าแรง 1.2 ล้าน ยืมพระลูกวัด 5 แสน ยืมเงินสำรองวัด 1.6 แสน ยืมเงินไวยาวัจกร ผู้ทำกิจธุระแทนภิกษุหรือสงฆ์, ผู้ทำการขวนขวายแทนภิกษุหรือสงฆ์ 1.2 แสน เงินวัด 1.4 ล้าน ยืมเงินทุนนิธิโรงเรียนวัดศรีบุญยืน 1.1 ล้าน บาท เจ้าอาวาสบอกว่าวันที่ 16 จะมีคนเอาเงินทาให้ 6 ล้าน แล้วจะเอาเงินทั้งหมดมาคืน

ด้านนายสมนึก ชาวบ้านศรีบุญยืน เปิดเผยว่า วันนี้ชาวบ้านได้เดินทางมาแจ้งความอดีตเจ้าอาวาสวัดเรื่องเงินวัดที่หายไปหลายล้านบาท ก่อนหน้านี้อดีตเจ้าอาวาสวัดได้ พูดคุยกับกรรมการวัดไว้ว่าจะขอรับผิดชอบเงิน ของวัดที่ได้หายไปและรับปากว่าจะมีการนำมาคืนในวันที่ 16 มกราคม ที่ผ่านมาแต่อดีต เจ้าอาวาสวัดไม่ได้นำเงินมาคืนตามที่เคยตกลงกับชาวบ้าน จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้การก่อสร้างวิหารและเจดีย์พระธาตุ ต้องหยุดชะงักลง เนื่องจากไม่มีเงินไปจ่ายค่าแรงให้กับผู้รับเหมาจนปัจจุบันอดีตเจ้าอาวาสวัดกลับทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทำให้ชาวบ้านที่ทราบเรื่องดังกล่าวรู้สึกคับแค้นใจ รวมตัวกันมาแจ้งความกับอดีตเจ้าอาวาสวัดในวันนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...