โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ย” เทพเจ้าแห่งโภคทรัพย์ เทพเจ้าจีนองค์แรกที่บูชาเมื่อเข้าสู่นักษัตรใหม่

Ticy City

เผยแพร่ 26 ม.ค. 2568 เวลา 14.09 น.

เทศกาลตรุษจีน

วันนี้..วันที่ 27 มกราคม 2568ตามกำหนดการวันตรุษจีน ถือว่าเป็นวันก่อนสิ้นปีบรรดาชาวจีนและชาวไทยเชื้อสายจีนคงกำลังวุ่นวายกับเครื่องเซ่นไหว้ต่างๆ เพื่อเตรียมไหว้เทพเจ้าและบรรพบุรุษในเทศกาลสำคัญนี้ที่สืบทอดกันมายาวนานเป็นแน่

ซึ่งการไหว้ในเทศกาลตรุษจีนนี้หลักๆ แล้วคือการไหว้เทพเจ้าเพื่อความเป็นสิริมงคลและความอุดมสมบูรณ์ของครอบครัว ซึ่ง God’s City โดย Nai Mu กรูรูสายมูผู้มีเรื่องเล่ามากมายจาก Ticy City จะพาสายมูทั้งหลายไปทำความรู้จัก “เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ย” เทพเจ้าแห่งโภคทรัพย์ เทพเจ้าจีนองค์แรกที่บูชาเมื่อเข้าสู่นักษัตรใหม่กัน

“สุขสันต์ปีมะเส็ง- “เฮงๆ ปังๆ ร่ำรวย ก้าวหน้า อนาคตสดใส สุขสมในสิ่งปรารถนาทุกเรื่องราว”

Nai Mu ขอถือโอกาสอวยพรในเทศกาลตรุษจีน เพราะ พรุ่งนี้ วันที่ 28 มกราคม 2568 เวลาหลังเที่ยงคืนนับเป็นฤกษ์แรกที่นำพาเข้าสู่เทศกาลตรุษจีนแล้ว และเทพเจ้าจีนองค์ที่จะได้ยินคนพูดถึงบ่อยๆ ในวาระนี้คือ “เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ย” หรือ เทพเจ้าแห่งโชคลาภ ซึ่งคือเทพเจ้าองค์แรกที่นิยมบูชาตามประเพณีเมื่อเข้าสู่นักษัตรใหม่

แน่นอนว่า “ทรัพย์สินเงินทอง” เป็นความต้องการของมนุษย์ทุกผู้ทุกนาม และยังมีโภคทรัพย์อีก 4 ประเภทที่คนให้ความสำคัญรองลงมาคือ โชค, วาสนา, อายุยืน และความสุข

สำหรับ “เทพเจ้าแห่งโชคลาภ” คือ ตำแหน่งของเทพหลายองค์ แต่เรียกชื่อตำแหน่งแบบรวมๆ เพราะเทพเจ้าแห่งโชคลาภ มีหลายสาแหรกแยกย่อยตามความเชื่อ คนส่วนใหญ่คุ้นเคยกับ ชื่อ “ปี่กาน (ฝ่ายบุ๋น) และ จ้าวกงหมิง (ฝ่ายบู๊) ” มากกว่าท่านอื่นๆ เช่น ฟ่านหลี่ (ผู้เป็นปรมาจารย์ทางการค้า) รวมถึง เทพเจ้าแห่งโภคทรัพย์ทั้ง 5 แม้แต่ เทพกวนอู หรือ กวนกง และตั่วเหล่าเอี้ย (เจ้าพ่อเสือ) ซึ่งถึงจะมีคุณสมบัติอื่น แต่ก็เชื่อกันว่า ดำรงฐานะเป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภด้วย

ทุกชนชาติล้วนมี “เทพเจ้าแห่งโชคลาภ” ของตน ชาวอินเดีย ถือ พระลักษมี, พระกุเบร,พุทธฝ่ายวัชรยาน มี พระชัมภลโพธิสัตว์ (กล่าวในสัปดาห์ที่แล้ว) , คติจีน มีเทพเจ้าในหมวดหมู่นี้ถึง 28 พระองค์ , ญี่ปุ่น มีเทพเจ้าโชคลาภถึง 7 พระองค์ นี่แค่เพียงตัวอย่างที่ Nai Mu หยิบยกมาเฉพาะชนชาติที่คุ้นเคยนะ ซึ่งนั้นย่อมแสดงให้เห็นความปรารถนาของมนุษย์ได้เป็นอย่างดี

ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว Nai Muขอเล่าเรื่องราวของ “เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ย” ของ สายบุ๋น (ปี่กาน) และสายบู๊ (จ้าวกง หมิง) ให้ฟังกัน ตอนรับเทศกาลตรุษจีนเลยก็แล้วกัน

“ปี่กาน” เทพเจ้าแห่งโชคลาภผู้ไม่มีหัวใจ

“เจียงไท้กง” ผู้มีหน้าที่แต่งตั้งเทพเจ้า ทราบโดยญาณทิพย์ว่า ปี่กาน อัครเสนาบดี ลุงของของจักรพรรดิโจ้หวังกำลังจะมีภัย ด้วยพระจักรพรรดิไม่สนใจราชกิจ มัวเมาลุ่มหลงพระสนมนางหนึ่ง ซึ่งเป็นนางปีศาจจิ้งจอกแปลงกายมา นางหมายกำจัดเสนาบดีปี่กานให้พ้นเส้นทาง เพราะท่านเสนาบดีมักจะทัดทานและทูลเตือนหลานผู้เป็นฮ่องเต้แต่ไม่อยู่ในศีลธรรมอยู่เรื่อยจนนางรำคาญ ไม่สามารถทำอะไรตามอำเภอใจได้

เช้าวันหนึ่ง ที่หน้าบ้านปี่กานมีชายชรามาร้องขายหัวใจอยู่หน้าบ้าน ปี่กานคิด… คนไม่มีหัวใจจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร? ปี่กานจึงถามแก่ชายชราว่า จริงหรือที่จะขายหัวใจ? ชายชราว่าจริง ! พลางกล่าวให้ข้อคิดแก่ปี่กานว่า “หัวใจ คือ ต้นเหตุของความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ถ้าใจไม่เที่ยงธรรมเสียแล้ว มือเท้าก็จะทำแต่สิ่งไม่ดี ถ้าเอาหัวใจออกมาจากร่างกาย ต่อไปก็จะไม่เลือกที่รักมักที่ชัง จัดการปัญหาได้อย่างยุติธรรม ”

ปี่กานยอมรับว่า ชายชราพูดนั้นก็ถูก แต่ยังคิดแย้งถามกลับว่า แล้วท่านจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร ? ชายชราว่า “อยู่ได้แน่นอน เพราะข้ามียาอยู่เม็ดนึง กินแล้ว ต่อให้ไม่มีหัวใจ แต่ร่างกายก็จะยังอยู่ได้ ทำงาน เดินเหินได้ตามปกติ ”

ปี่กานชักสนใจในคำกล่าว จึงขอดูยาเม็ดนั้น ชายชราควักยาลูกกลอนออกมาให้ดู ปี่กานนำยาเม็ดนั้นไปดมดู ได้กลิ่นหอมประหลาดของสมุนไพรอ่อนๆ พอปี่กานเงยหน้าจะคืนยาเม็ดนั้น ชายชราผู้นั้นก็หายไปแล้ว

ที่จริง ชายชราผู้นั้นคือ เจียงไท้กง นั่นเอง

ฝ่ายนางจิ้งจอกแสร้งทำเป็นไม่สบาย บอกฮ่องเต้ว่า ต้องได้หัวใจของปี่กานมาทำยาจึงจะหาย

จักรพรรดิโจ้หวังจึงมีบัญชาให้เสนาบดีปี่กานเข้าเฝ้า ปี่กานถามองครักษ์ที่มาเชิญตัวถึงบ้าน จึงรู้ว่า นางสนมจิ้งจอกป่วย และต้องการหัวใจของปี่กาน นี่มันแผนเด็ดชีพของนางแพศยาชัดๆ ดังนั้น ปี่กานจึงตัดสินใจกินยาเม็ดนั้นและเดินทางไปเข้าเฝ้าที่ท้องพระโรง เสนาบดีกล่าววาทะสุดท้ายว่า “ข้า อัครเสนาบดีปี่กานยินดีควักหัวใจตามพระบรมราชโองการ แต่การที่ฮ่องเต้ไม่ใส่ใจในอาณาประชาราษฎร์ ทำแต่เรื่องเหลวใหล หมกมุ่นในกาม น่าเสียดายที่ราชวงศ์คงจะต้องสิ้นสุด แต่เพียงนี้ !”

การควักหัวใจครั้งนี้ ปี่กานไม่ให้ใครทำหน้าที่นี้ นอกจากตัวเอง เขาใช้มีดจ้วงแทงไปที่อกด้านซ้าย แหวกและควักหัวใจออกมาโยนไว้ที่พื้นอย่างไม่ใยดี เหตุการณ์สยดสยองหน้าพระพักตร์เป็นเรื่องแปลกที่ไม่มีเลือดสักหยด… แล้วปี่กานก็เดินพาร่างไร้หัวใจออกจากท้องพระโรง ทิ้งยศถาบรรดาศักดิ์ทั้งหลาย ใช้ชีวิตอย่างสามัญชน ไร้ข้อผูกมัด เดินทางไปทุกหนแห่งอย่างอิสระ และโปรยเงินแจกจ่ายไปทั่ว ไม่สนใจในสิ่งใด

“จ้าวกงหมิง” นักพรตจอมขมังเวทย์อยากได้ตำแหน่ง

จ้าวกงหมิง บำเพ็ญพรตจนสำเร็จเป็นเซียน คงจะเรียนวิชามาก จนเพี้ยนไปกลายเป็นนักพรตอำมหิต จ้าวกง หมิงมีของวิเศษคู่กายหลายอย่าง และมีเสือดำเป็นบริวาร สิ่งที่เขาต้องการคือ อยากจะครอบครองทรัพย์สินแต่เพียงผู้เดียว เกิดจิตริษยาว่า “ปี่กาน” ได้รับการแต่งตั้งเป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภจากเจียงไท้กง

ตำแหน่งนี้ ต้องเป็นของข้าฯ แต่เพียงผู้เดียว ! เมื่อเจียงไท้กง แต่งตั้งได้ ก็ต้องถอดถอนได้

ดังนั้น จ้าวกงหมิงจึงไปจับตัวเจียงไท้กงมากักขัง หน่วงเหนี่ยวให้ขาดอิสรภาพ ทั้งยังขู่เข็ญ บีบบังคับ ทรมานสารพัด จะให้เจียงไท้กง แต่งตั้งให้เป็น “เทพเจ้าแห่งโชคลาภ” แทนปี่กานแต่เพียงผู้เดียว

เจียงไท้กงกล่าวว่า “จะเป็นไปได้อย่างไร ในเมื่อเราแต่งตั้งปี่กานไปแล้ว แต่ถ้าเจ้าต้องการ ก็ไปควักหัวใจของปี่กานออกมา เมื่อปี่กานไม่มีหัวใจจะต้องตาย แล้วตำแหน่งเทพเจ้าแห่งโชคลาภก็จะเป็นของเจ้า ! โดยปริยาย”

จ้าวกงหมิงไม่รู้ในอุบายของเจียงไท้กง ก็เห็นดีเห็นงามด้วย จึงบัญชาให้บริวารเสือดำไปควักหัวใจปี่กาน ปรากฏว่า เสือดำ ตะกุยหน้าอกหาหัวใจปี่กานไม่เจอ แต่แผลที่หน้าอกของปี่กานที่ถูกเสือดำตะกรุยนั้นทำให้การทำงานของอวัยวะภายในอื่นๆ ทั้งหมดเกิดสับสน ส่งผลให้ความยุติธรรมผิดเพี้ยนไป ปี่กานแจกเงินแบบใครมาก่อน เจอใครก่อนจะได้เงินก่อน แล้วเจ้าสัวเศรษฐีและพวกไร้คุณธรรม จริยธรรมทั้งหลายก็จะใช้อุบายมารับเงินก่อน คนดีและคนจนถูกทิ้งห่างไปเรื่อยๆ นี่อาจเป็นความชอบธรรมในการแต่งตั้งเทพเจ้าแห่งโชคลาภ “สายบู๊” อีกองค์หนึ่ง เพื่อทำหน้าที่นี้

เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ย 2 องค์นี้ เป็นที่รู้จักและนับถือกันมากกว่าองค์อื่นๆ ทั้งสองจะเป็นหัวหน้าของเทพเจ้าอีก 4 องค์ ซึ่งเป็นคติความเชื่อเรื่องเทพเจ้าแห่งโภคทรัพย์ อันได้แก่

เซียงเซิง หรือ เทพเจาเป่าเทียน องค์เทพแห่งการเรียกหาของวิเศษ
เฉาเป่า หรือ เทพน่าเจินเทียน องค์เทพแห่งการรวมสิ่งล้ำเลอค่า
เฉินจิ่วกง หรือ เทวทูตเจาไฉสื่อเจ่อ องค์เทพแห่งการเรียกทรัพย์สิน
เหยาเส้าซือ หรือ ขุนนางสวรรค์ลี่ซื่อเซียน องค์เทพแห่งการค้าขาย

มาครบทั้ง 5 องค์รับรองเป็นอภิมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลกแน่!

สำหรับในการบูชา “ไฉ่ซิงเอี้ย” ฤกษ์แรกของตรุษจีน นิยมไหว้ในที่โล่งแจ้ง เช่น หน้าบ้าน ดาดฟ้า ควรเป็น

พื้นที่โล่งกว้างสักหน่อย เพราะในแต่ละปี ทิศทางของเทพเจ้าแห่งโชคลาภที่จะเสด็จมา ไม่เหมือนกัน (บางครอบครัว ก็จะมีรายละเอียดลงไปว่า เจ้าของบ้านต้องโฉลกกับโชคลาภ เงินทอง ทิศไหน) นิยมหันโต๊ะบูชาไปยังทิศที่ระบุในแต่ละปี ปูกระดาษเงิน กระดาษทอง และกระดาษเซ่นไหว้ ที่เยาวราชมีขายชุดเครื่องไหว้ เป็นชุด พร้อมเทียบเชิญเทพเจ้า , ธูป และเทียนแดง เครื่องบูชาประกอบด้วย “เจฉ่าย” ผลไม้ ข้าวสุก ขนมฟูต่างๆ น้ำชา อย่าลืมตั้งแก้วน้ำเปล่าพร้อมกิ่งทับทิม เพื่อใช้ในการปะพรมเป็นสิริมงคลกับคนในบ้านด้วยนะ

ทั้งนี้ ในคืนวันที่ 28 มกราคม วัดจีนหลายแห่งจะเปิดทั้งคืน เพื่อต้อนรับศาสนิกชน วันนี้ผู้คนนิยมใส่ชุดแดง หรือกี่เพ้าแดง มาวัดจีน -ศาลเจ้าย่านเยาวราช และที่ต่างๆ เพื่อกราบไหว้บูชาเทพเจ้าแห่งโชคลาภกัน เป็นคืนที่คนแน่นสุดๆ

Nai Mu ชี้พิกัดให้แล้วก็อย่่าลือไปกราบไหว้กันนะ

เรื่อง : โดย Nai Mu

www.ticycity.com

www.facebook.com/TicyCity

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...