ท่าเรือ ยันไม่ใช่ความผิดสโมสรส่งแข้งขาดคุณสมบัติ - จ่อฟ้องฝ่ายจัดฟุตซอลลีก
จากผลการประชุมคณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาท ครั้งที่ 13 ฟุตซอลรายการ MEA ฟุตซอลไทยลีก ประจำฤดูกาล 2567/68 เมื่อ 5 พ.ย. คณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาท จัดประชุม ครั้งที่ 13 ประจำฤดูกาล 2567/68 โดยมี นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ เป็นประธาน ได้พิจารณากรณีเหตุการณ์ไม่ปกติในการแข่งขัน MEA ฟุตซอลไทยลีก 2024 วันที่ 20 ต.ค. คู่ระหว่างสโมสร ฟุตซอลการท่าเรือ เอเอสเอ็ม พบ สโมสร ราชภัฎเพชรบุรี (สโมสรราชภัฎเพชรบุรี ยื่น ประท้วง)
จากเหตุการณ์ ที่สโมสรราชภัฎเพชรบุรี ได้ยื่นประท้วงว่าสโมสรฟุตซอลการท่าเรือ เอเอสเอ็ม ได้ทำการส่งรายชื่อผู้เล่นที่มีคุณสมบัติไม่ถูกต้องตามระเบียบลงทำการแข่งขัน คือนายธนากูล วิเชียรกุล เนื่องจากนักกีฬาคนดังกล่าว ได้เดินทางไปแข่งรายการฟุตซอลลีก ไซนีส ซูเปอร์ลีก 2024 ที่จีน ให้กับสโมสรซินเจียง จิ่งหง สปาร์ตา เอฟซี จนกระทั่งนักกีฬาคนดังกล่าวเดินทางกลับมาเล่นให้กับสโมสรฟุตซอล การท่าเรือ เอเอสเอ็ม ต้น สังกัดเดิมในไทย โดยปรากฏว่าเอกสารใบโอนย้ายนักกีฬาระหว่างประเทศ (ITC) ของนักกีฬาคนดังกล่าว ปัจจุบันยังคงอยู่ที่ตันสังกัดเดิมในประเทศจีน
ผลพิจารณาโทษ ทางคณะฯ สั่งลงโทษสโมสรฟุตซอลการท่าเรือ เอเอสเอ็ม เนื่องจากส่งนักกีฬาที่มีคุณสมบัติตามระเบียบข้อบังคับตามหมวดที่ 5 ข้อ 5.7 และข้อ 5.10 ประกอบกับระเบียบว่าด้วยการลงโทษวินัย มารยาท และข้อประท้วงของการแข่งขันกีฬาฟุตซอลฯ ตามหมวดที่ 3 ข้อ 5.9 จึงปรับสโมสรฟุตซอลการท่าเรือ เอเอสเอ็ม แพ้ สโมสรราชภัฎเพชรบุรี 0-2
ขณะที่เกมก่อนหน้านี้ทางการท่าเรือ เอเอสเอ็ม ได้ส่งนักเตะคนดังกล่าวลงเล่น แต่ว่าเลยกำหนดเวลาในการยื่นประท้วง หรือเกิน 48 ชั่วโมง ทำให้ไม่สามารถนำมาพิจารณาได้ ทำให้ตารางคะแนน MEA ฟุตซอลไทยลีก 2024 ล่าสุดจ่าฝูงเป็น ห้องเย็นท่าข้าม 13 นัด มี 33 แต้ม , รองจ่าฝูง การท่าเรือ เอเอสเอ็ม ที่โดนตัด 3 แต้ม จาก 34 เหลือ 31 แต้ม , ที่ 3 บลูเวฟ ชลบุรี 13 นัด มี 28 แต้ม , ที่ 4 ธรรมศาสตร์ สแตลเลี่ยน 13 นัด มี 28 แต้ม และ ที่ 5 แบล็คเพิร์ล ยูไนเต็ด 13 นัด มี 28 แต้ม
ล่าสุดเมื่อ 14 พ.ย. นายนคร พวงบุบผา ประธานสโมสร "โต๊ะเล็กสิงห์คลองเตย“ การท่าเรือ เอเอสเอ็ม พร้อมด้วย "โค้ชดม"อุดม ทวีสุข หัวหน้าผู้ฝึกสอนเปิดแถลงการณ์ชี้แจงรายละเอียดดังกล่าว
นายนคร กล่าวว่า "วันนี้ขอโอกาสชี้แจงกรณีที่เราถูกตัด 3 แต้ม จากการที่เราส่งนักกีฬาผิดคุณสมบัติลงสนามในเกมกับราชภัฏเพชรบุรี ความจริงแล้วเราตั้งแต่ทำฟุตซอลมาไม่เคยมีความคิดที่จะทำอะไรผิดระเบียบเลย ถ้าเราทราบเรายิ่งไม่ทำ ซึ่งเราได้ทำการชี้แจงไปตามขั้นตอนต่างๆ ให้กับทางสมาคม แต่การชี้แจงของเราไม่ได้รับการพิจารณา ตรงข้ามกลับเป็นการลงโทษเลย ไม่ว่าจะจากฝ่ายพิจารณาวินัย มารยาท พอเราใช้สิทธิอุทธรณ์กลับไม่ได้รับพิจารณา"
"เรื่องที่เกิดขึ้นไม่น่าจะเป็นความบกพร่องของเราเพียงฝ่ายเดียว เพราะเริ่มแรกเจ้าหน้าที่สมาคมโทรศัพท์มาสอบถามว่านายอนันตชัย ปราบวงษา ย้ายไปสโมสรท่าข้ามหรือไม่ เรายืนยันว่าไม่ได้ปล่อยตัวไป ต่อมาเจ้าหน้าที่สมาคมได้ไลน์มาสอบถามผมว่านายอนันตชัย กับนายธนากูล วิเชียรกุล ได้ย้ายไปเล่นในลีกประเทศจีนหรือเปล่า ผมได้ตอบเขาไปว่าต้องทำอย่างไรบ้าง เพราะไม่รู้ระเบียบในการส่งนักกีฬาไทยไปเล่นลีกต่างประเทศ แต่นักเตะจะกลับมาการท่าเรือในเลกที่สอง"
"จากนั้นเจ้าหน้าที่สมาคมได้ทำใบโอนย้ายนักเตะทั้งสองคนไปเล่นที่จีนแล้ว และได้แจ้งให้กับฝ่ายจัดการแข่งขันฟุตซอลไทยลีกทราบแล้ว แต่ทำไมไม่แจ้งกลับมาให้สโมสรการท่าเรือทราบเรื่องด้วย เพราะว่าเมื่อนักเตะย้ายกลับมาจะต้องทำใบโอนย้ายประกอบในการยื่นเอกสารกับฝ่ายจัดฟุตซอลลีก และเมื่อสอบถามกับฝ่ายจัดกลับได้รับคำตอบว่าไม่รู้เรื่อง สุดท้ายมีเพียงสมาคมที่รู้ว่านักเตะทั้งสองคนย้ายไป ส่วนฝ่ายจัดกับสโมสรการท่าเรือไม่รู้เรื่อง"
"ดังนั้นเมื่อถึงฤดูกาลเราจึงส่งรายชื่อนักกีฬาให้กับฝ่ายจัดตรวจสอบคุณสมบัตินักกีฬา และทางฝ่ายจัดต้องรู้ว่านักกีฬาที่เราส่งชื่อไปนั้นคุณสมบัติผ่านหรือไม่ผ่าน ในเมื่อเราส่งรายชื่อไปแล้วฝ่ายจัดไม่โต้แย้งไม่ได้แจ้งว่าใครขาดคุณสมบัตินั่นหมายความว่าเราสามารถส่งนักกีฬาแข่งได้ตามปกติ ซึ่ง ธนากูล วิเชียรกุล ลงเล่นตั้งแต่แมตช์ที่ 6 ของฤดูกาลเมื่อเดือนส.ค. พบกับอาร์มี่ แต่ไม่พบมีการร้องเรียน กระทั่งมาถึงนัดสุดท้ายเลกแรก คือนัดที่ 13 ถึงได้มีการร้องเรียนนักเตะขาดคุณสมบัติ"
"ในเมื่อแม้แต่ฝ่ายจัด หรือการท่าเรือตัวสโมสรเองยังไม่รู้รายละเอียดเกี่ยวกับนักเตะ แล้วสโมสรราชภัฏเพชรบุรีที่เป็นผู้ร้องเรียนรู้รายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ได้อย่างไร ซึ่งเรื่องนี้สมควรรู้เฉพาะสมาคมกับสโมสรเท่านั้น แต่ทางราชภัฏเพชรบุรีรู้แม้กระทั่งชื่อของสโมสรในประเทศจีน ซึ่งแม้แต่ตัวผมเองยังไม่รู้จักชื่อสโมสรที่จีน"
"เมื่อโดนร้องเรียนทางเราต้องมีหน้าที่ชี้แจง แต่เขาไม่รับฟังบอกเพียงว่าการท่าเรือผิดระเบียบข้อนั้น ข้อนี้ และสั่งลงโทษเลย โดยเปิดโอกาสให้อุทธรณ์แต่จะต้องยื่นเงินประกันอุทธรณ์ 5,000 บาท เมื่อเรายื่นอุทธรณ์ได้ชี้แจงทุกขั้นตอนอย่างละเอียด พร้อมให้สอบถามเจ้าหน้าที่สมาคมและฝ่ายจัดแข่งขันว่าขั้นตอนนั้นผิดตรงจุดไหน เนื่องจากเราไม่รู้ว่าเราผิดที่ตรงไหน แต่สุดท้ายฝ่ายพิจารณาวินัย มารยาท ตัดสินว่าผิดเลยโดยไม่สนใจรายละเอียดในการยื่นอุทธรณ์"
"เรื่องผลแพ้-ชนะเกิดขึ้นได้เสมอ เราไม่ได้สนใจตรงนั้น แต่เราต้องการรู้ว่าถ้าเราผิด เราผิดตรงไหน และเชื่อว่าเราไม่ได้ผิดฝั่งเดียว ที่เราผิดเพราะฝ่ายจัดไม่ได้แจ้งอะไรกับเราเลย แล้วเราจะทำอย่างไร"
"ต้องขอโทษการท่าเรือแห่งประเทศไทย รวมถึงแฟนคลับ กองเชียร์ของสโมสรทุกคน เรื่องแบบนี้ไม่อยากให้เกิดขึ้น เพราะเราทำทีมด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้ตั้งใจเอาเปรียบใคร โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางสโมสรได้ทำเรื่องอุทธรณ์ไปแล้ว ซึ่งไม่ได้มีโอกาสชี้แจงอะไรเลย แต่ผลอุทธรณ์ก็คือยืนยันคำตัดสินเดิม ฉะนั้นทางสโมสรก็คงจะต้องดำเนินการทางกฎหมายต่อไป"
ด้าน "โค้ชดม" กล่าวว่า "ที่ผ่านมาผมถูกพาดพิงว่าคนเป็นโค้ชทำไมถึงส่งนักกีฬาผิดคุณสมบัติลงเล่น ผมต้องย้อนถามกลับไปว่าในเมื่อคุณเป็นฝ่ายตรวจสอบคุณสมบัตินักกีฬา เมื่อมีนักกีฬาไม่ผ่านคุณสมบัติคุณต้องไม่อนุญาตให้นักกีฬาลงเล่น แล้วทำไมฝ่ายจัดจึงออกไอดีการ์ดให้กับนักกีฬาทั้งสองคน ทุกครั้งที่ส่งรายชื่อนักเตะลงแข่ง ฝ่ายจัดไม่ได้คัดค้านเรื่องนักกีฬาขาดคุณสมบัติเช่นกัน ถ้ามีการแจ้งว่านักกีฬาคนใดไม่มีคุณสมบัติแล้วผมส่งนักกีฬาคนนั้นลงเล่นจึงจะถือว่าเป็นความผิดของผมที่เป็นโค้ช"
"ในเมื่อนักเตะมีไอดีการ์ด ใบรายชื่อไม่มีการขีดห้ามลงเล่น ผมจึงต้องการทราบว่าประเด็นนี้ทำไมไม่เรียกเราเข้าไปชี้แจง กลับตัดสินว่าเราผิดทันที เรื่องความผิดไม่ได้เกิดจากการท่าเรือหากแต่เป็นความผิดของฝ่ายจัด ความผิดของสมาคมที่ไม่ละเอียดรอบคอบ แล้วกลับมาโยนความผิดใหักับสโมสร"
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ท่าเรือ ยันไม่ใช่ความผิดสโมสรส่งแข้งขาดคุณสมบัติ - จ่อฟ้องฝ่ายจัดฟุตซอลลีก
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th