โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

ส่อวุ่น คดีขน 42 แรงงานเมียนมา ปกครองเต้นสอบ จนท.ไม่เรียกตรวจรถทัวร์แล่นผ่านด่าน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 12 ส.ค. 2564 เวลา 13.33 น. • เผยแพร่ 12 ส.ค. 2564 เวลา 12.48 น.

ส่อวุ่นคดีขน 42 แรงงานเมียนมา ปกครองเต้นสอบ จนท.ไม่เรียกตรวจรถทัวร์แล่นผ่านด่านโควิดถนนบายพาสปราณบุรี-ชะอำ

จากกรณีเจ้าหน้าที่ อส.ปกครองประจวบคีรีขันธ์จับกุมผู้ต้องหาแรงงานเมียนมา 42 คน อ้างว่าจะเดินทางกลับประเทศเมียนมาผ่านจุดผ่อนปรนพิเศษด่านสิงขร ต.คลองวาฬ อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ ขณะนั่งรถทัวร์โดยสาร 2 ชั้น ทะเบียน 30-5714 กรุงเทพมหานคร ของบริษัทนครชัยทัวร์ ผ่านจุดตรวจประชารัฐ หรือด่าน ส.น.ตีนเป็ด ถนนเพชรเกษม-ด่านสิงขร หมู่ 6 ต.คลองวาฬ จากนั้นควบคุมตัวไปตรวจหาเชื้อโควิด-19 ที่กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ที่ 146 ด่านสิงขร เมื่อช่วงค่ำวันที่ 6 สิงหาคม 2564

เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม นายศิริศักดิ์ ศิริมังคลา รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า การจับกุมแรงงานเมียนมา 42 คน ถือเป็นกรณีศึกษา เนื่องจากแรงงานทั้งหมดมีนายจ้าง มีพาสปอร์ต แต่ทำผิดกฎหมายอื่นจึงไม่เข้าหลักเกณฑ์แรงงานหลบหนีเข้าเมืองในสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 แต่ต้องนำเข้ากักตัว 14 วันก่อนดำเนินคดี ภายในสถานที่กักตัวที่กำหนด ขณะที่ศูนย์กักกันที่กองร้อย ตชด.ที่ 146 ไม่รับแรงงานกักตัว แต่อนุเคราะห์ให้ใช้สถานที่บริเวณสนามหญ้าภายในกองร้อยกางเต็นท์ให้กักตัวผู้ที่มีความเสี่ยงสูงพักอาศัยเป็นการชั่วคราว

นายศิริศักดิ์กล่าวว่า หลังจากมีผู้ติดเชื้อโควิด 17 ราย ได้นำตัวไปรักษาที่จุดพักคอยในตลาดร้างทุ่งกระต่ายขัง ต.อ่าวน้อย สำหรับการดำเนินการดังกล่าวเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แต่ในอนาคตจังหวัดชายแดนจะต้องมีแนวทางจัดตั้งศูนย์กักกันโดยเฉพาะสำหรับคดีแรงงานต่างด้าวที่ไม่ได้หลบหนีเข้าเมือง เพื่อให้การทำงานของเจ้าหน้าทุกฝ่ายสามารถเบิกจ่ายงบประมาณ ไม่มีปัญหาการทำงานที่ขัดกับหลักสิทธิมนุษยชน

พล.ต.ต.วันชัย ธารณธรรม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด (ผบก.ภ) ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ได้จัดซื้อข้าวสาร จำนวน 2 กระสอบ และให้เรือนจำจังหวัดทำอาหารกล่องนำไปมอบให้ผู้ต้องหาชาวเมียนมากลุ่มเสี่ยงสูงภายใน ตชด.ที่ 146 เนื่องจากยังไม่มีการจัดสรรงบประมาณเลี้ยงอาหาร 3 มื้อ และทราบว่าที่ผ่านมาผู้ต้องหาอดอาหารเป็นบางมื้อ ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ต้องหาทั้งหมดมีความเครียด หากหลบหนีออกนอกสถานที่กักตัวจะสร้างปัญหาเพิ่มขึ้น จึงใช้เงินส่วนตัวให้การช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรม จากนั้นจะจัดหาสถานที่กักตัวแรงงานเมียนมาภายในค่ายทหารแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.คลองวาฬ ขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดเตรียมสถานที่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด (ผบก.ภ) ประจวบคีรีขันธ์ สั่งย้าย ผกก.สภ.สามร้อยยอด ไปประจำ ศปก.ตำรวจภูธรจังหวัดโดยไม่มีกำหนด กรณีรถทัวร์บรรทุกแรงงานเมียนมาขับผ่านด่านตรวจความมั่นคงตามมติ ครม.บนถนนเพชรเกษมขาล่องใต้โดยไม่เรียกตรวจ ขณะที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ยกระดับเป็นพื้นที่สีแดงเข้มตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม 2564 ต่อมาผู้ว่าราชการจังหวัดมีประกาศจังหวัดตั้งด่านตรวจ 2 จุด ที่ อ.หัวหิน ประกอบด้วยบนถนนเพชรเกษม ในเขตเทศบาลหัวหิน และถนนบายพาสปราณบุรี-ชะอำ มีการสนธิกำลังตั้งด่านตรวจเมื่อเวลา 00.01 น.วันที่ 4 สิงหาคม 2564

จากการตรวจสอบพบว่าไม่มีเจ้าหน้าที่ประจำด่านเรียกตรวจรถทัวร์ดังกล่าวแต่อย่างใด ขณะรถแล่นผ่านถนนสายบายพาสปราณบุรี-ชะอำ ขณะที่ฝ่ายปกครองจังหวัดอ้างว่าขอตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีผู้ควบคุมด่านและเจ้าหน้าที่อาจเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เช่นเดียวกับการจับกุมรถทัวร์ที่ด่านตรวจประชารัฐ ยอมรับว่าในวันจับกุมไม่มีกล้องวงจรปิดบันทึกภาพ จึงไม่สามารถยืนยันได้ว่าวันเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ อส.ได้ยืนตรวจบนถนนหรือพนักงานขับรถลงไปสอบถามเจ้าหน้าที่ประจำด่านก่อนถูกจับกุมในช่วงเวลาเคอร์ฟิว

พ.ต.ท.ทวี ภาน้อย ผบ.ร้อย ตชด.146 ต.คลองวาฬ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาแรงงานเมียนมาและพนักงานขับรถไว้ภายในกองร้อย พร้อมอำนวยความสะดวกตามสมควรเพื่อรอตรวจเชื้ออีกครั้งในวันที่ 19 สิงหาคม เนื่องจากจังหวัดยังไม่กำหนดสถานที่อื่นที่เหมาะสม และเชื่อว่าแรงงานทั้งหมดไม่ได้ต้องการเดินทางกลับประเทศตามที่กล่าวอ้าง เพราะทุกคนมีหลักฐานถูกต้อง มีนายจ้าง และการนำเมียนมาทั้งหมดมากักตัวในสนามยอมรับว่าสร้างความลำบากใจให้กับครอบครัวของเจ้าหน้าที่และประชาชนในบริเวณใกล้เคียง แต่ได้ทำความเข้าใจว่าผู้ต้องใช้พื้นที่ชั่วคราว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...