โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เช็คลิสต์ได้ที่นี่! ประกันลดหย่อนภาษี ปี 2563 รีบวางแผนก่อนสิ้นปี

The Bangkok Insight

อัพเดต 15 พ.ย. 2563 เวลา 11.40 น. • เผยแพร่ 15 พ.ย. 2563 เวลา 09.49 น. • The Bangkok Insight

ประกันลดหย่อนภาษี ใกล้สิ้นปี 2563 ห้ามพลาด เป็นจังหวะที่หลายคนหามาตรการลดหย่อนภาษี นอกจากลดหย่อนภาษีตามนโยบายรัฐบาลในบางปีแล้ว ยังมีการลดหย่อนภาษีที่ให้ผู้เสียภาษีลดหย่อนได้จากการ "ซื้อประกัน" เพื่อเป็นหลักประกันให้กับตนเองและครอบครัว

การลดหย่อนภาษีผ่านการ "ซื้อประกัน" เป็นไปตามนโยบายรัฐบาลหลายยุคหลายสมัย ออกมามาตรการเพิ่มเติมหลายรายการ เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนมีหลักประกันทางสังคม นอกจากระบบประกันของรัฐบาล เช่น ประกันสังคม ประกันสุขภาพถ้วนหน้า ยังส่งเสริมให้คนทำหลักประกันให้กับตนเองด้วย

คนที่ซื้อประกันเพื่อลดหย่อนภาษี ทราบเงื่อนไขแต่ละปีตั้งแต่ซื้อประกัน แต่เมื่อเวลาผ่านไป รายได้มากขึ้นอาจต้องซื้อประเภทอื่นเพิ่มเติม ซึ่งบางกรณีรัฐบาลได้ประกาศรายการลดหย่อนประเภท "ซื้อประกัน" เพิ่มเติม ทำให้สามารถลดหย่อนภาษีเพิ่มได้ หากสามารถวางแผนทางการเงินได้

ในปี 2563 ซึ่งกำหนดยื่นภาษีบุคคลธรรมดาภายในเดือน มี.ค. 2564 (ต้องรอประกาศของกรมสรรพากรว่าจะมีการเลื่อนให้จ่ายภาษีหรือไม่จากผลกระทบโควิด-19) แต่ผู้เสียภาษีต้องทำธุรกิจทุกประเภทภายในปี 2563 นั่นคือเหลือเวลาอีกไม่ถึง 2 เดือน

สำหรับการลดหย่อนภาษีในปี 2563 ประเภท"ประกันลดหย่อนภาษี" มีทั้งหมด 4 รายการ คือ ประกันชีวิตทั่วไป (ซึ่งรวมถึงเงินฝากแบบมีประกันชีวิต) เบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดา เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ และ เบี้ยประกันสุขภาพตัวเอง ซึ่งรายการหลังเป็นรายการล่าสุดที่เพิ่มเติมขึ้นมาสำหรับรายการลดหย่อนภาษีประเภท"ประกัน"

เบี้ยประกันชีวิตทั่วไปและเงินฝากแบบมีประกันชีวิต : เป็นการซื้อประกันที่มีมายาวนาน เนื่องจากรัฐบาลต้องการสนับสนุนให้ผู้เสียภาษีมีหลักประกันในชีวิต โดยสามารถลดหย่อนสูงสุดได้ไม่เกิน 100,000 บาท และในกรณีครอบครัวไหนที่คู่สมรสไม่มีรายได้ ก็สามารถใช้สิทธิประเภทนี้ได้ แต่ไม่เกิน 10,000 บาท

เบี้ยประกันสุขภาพบิดามารดา : เป็นมาตรการทางภาษีที่มีขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้ดูแลบิดามารดา และ เป็นการลดภาระหากบิดามารดาเจ็บป่วย ซึ่งผู้เสียภาษีสามารถซื้อประกันประเภท "ประกันสุขภาพ"ได้ แต่ไม่เกิน 15,000 บาท ซึ่งลดหย่อน "บิดามารดา"ทุกคนรวมกัน ไม่ใช่ "คนละ" 15,000 บาท

สำหรับการประกันชีวิตประเภทนี้ต้องซื้อประกันกับบริษัทในไทยเท่านั้น โดยเป็นการประกันที่ให้ความคุ้มครองเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลจากเจ็บป่วยและได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ประกันภัยโรคร้ายแรงและประกันภัยดูแลระยะยาว

กรณีคู่สมรสที่ไม่มีรายได้ ก็สามารถนำ "เบี้ยประกัน"ของบิดามารกาคู่สมรสมาหักลดหย่อนได้เช่นเดียวกัน แต่รวมกัน "ทุกคน" ต้องไม่เกิน 15,000 บาท และต้องมีรายได้ทั้งปีไม่เกิน 30,000 บาท

เบี้ยประกันสุขภาพตนเอง : ผู้เสียภาษีที่ต้องการประกันสุขภาพให้กับตนเองที่เริ่มจ่ายตั้งแต่ 1 ม.ค. 2563 สามารถซื้อประกันประเภทนี้ได้ "ตามที่จ่ายจริง" แต่ต้องไม่เกิน 25,000 บาท แต่ในหลักการทางภาษีที่ให้สิทธิลดหย่อน "ประกันชีวิต" และ "เงินฝากแบบมีประกัน"อยู่แล้ว จึงถือว่าเป็นประเภทเดียวกัน เมื่อรวมกันทั้ง 3 ประเภทต้องไม่เกิน 100,000 บาท

สำหรับการประกันชีวิตประเภทนี้ต้องซื้อประกันกับบริษัทในไทยเท่านั้น โดยเป็นการประกันที่ให้ความคุ้มครองเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลจากเจ็บป่วยและได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ประกันภัยโรคร้ายแรงและประกันภัยดูแลระยะยาว ซึ่งผู้ซื้อประกันจะ"ต้องแจ้ง"บริษัทประกันด้วยว่าต้องการนำปลดหย่อนภาษี เนื่องจากจะต้องส่งข้อมูลให้กรมสรรพากรภายในวันที่ 7 ม.ค.ของทุกปี

เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ : ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ต้องไม่เกิน 15% ของเงินได้ที่ต้องเสียภาษี และไม่เกิน 200,000 บาทต่อปีภาษี แต่กรณีที่ยังไม่ได้ซื้อประกันชีวิตแบบทั่วไป ก็อาจลดหย่อนได้ถึง 300,000 บาท

สำหรับเงื่อนไข "เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ" จะต้องมีกรมธรรม์ประกันชีวิตที่มีระยะเวลาคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป และกำหนดช่วงอายุที่จ่ายผลประโยชน์ตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป อีกทั้งต้องจ่ายเบี้ยประกันให้ครบตามเงื่อนไขก่อนได้รับผลประโยชน์จากการประกัน

อย่างไรก็ตาม เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ ถือเป็นรุปแบบหนึ่งของการออม ซึ่งรัฐบาลมีมาตรการส่งสริมอยู่แล้ว ดังนั้น เบี้ยประกันชีวิตประเภทนี้ต้องนำไปรวมกับระบบการออมประเภทอื่นด้วย คือ กองทุน RMF กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนบำเหน็จบำนาญราชการ และกองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน เมื่อรวมกันแล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาท

กล่าวโดยสรุป การลดหย่อนภาษีประเภท "ซื้อประกัน" ในรอบปีภาษี 2563 มีทั้งสิ้น 4 ประเภท แต่ละประเภทมีเงื่อนไขและรายละเอียดเพิ่มเติมขึ้นมา ขึ้นกับวัตถุปรสงค์ของการส่งเสริมให้ประชาชนมี "ประกัน"

สำหรับมีผู้รายได้ประจำและมีความมั่นคงด้านรายได้ สามารถวางแผนภาษีได้เพื่อมี"คืนเงินภาษี"ได้มากขึ้น แต่ต้องจำไว้เสมอว่าการลดหย่อนภาษีประเภท "ซื้อประกัน" เป็นภาระผูกพันระยะยาว แม้จะไม่มีความเสี่ยงจาก"การลงทุน" เหมือนประเภทอื่น เพราะส่วนใหญ่บริษัทประกันไปลงทุนในสินทรัพย์มั่นคง แต่เป็นความเสี่ยงของผู้เสียภาษีเองในเรื่อง "ภาระผูกพัน" ที่จะเกิดขึ้น

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...