โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จ้าง น.ศ.-บัณฑิตใหม่ 3 แสนคน เงินเดือนหมื่นห้า “สุวิทย์” ชงอนุมัติ 3 หมื่นล้าน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 ส.ค. 2565 เวลา 06.32 น. • เผยแพร่ 19 มิ.ย. 2563 เวลา 02.02 น.

“สุวิทย์” ปาดหน้าเค้กเงินกู้ฟื้นฟูเศรษฐกิจ 3 หมื่นล้าน ชงใส่มือนายกรัฐมนตรี จ้างงานบัณฑิตจบใหม่-นักศึกษาฝึกงาน 3 แสนคน หัวละหมื่นห้า ระยะ 2 ปีหลังโควิด ทำข้อมูลชุมชน 7,000 ตำบล เผยพวกจบปริญญาตรีเตะฝุ่น-ถูกเลิกจ้างนับล้านคน มั่นใจนโยบาย รัฐมนตรีคนใหม่เข้ามาทำได้ทันที

จ้างบัณฑิต-น.ศ.ตกงาน 3 แสน

นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หลังจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 คลี่คลายลง กระทรวง อว.มีนโยบายสร้างคน-สร้างงานบัณฑิตและนักศึกษาระยะเวลา 1 ปี จำนวน 300,000 คน แบ่งออกเป็น บัณฑิตจบใหม่ 200,000 คน นักศึกษา 100,000 คน ภายใต้ชื่อโครงการ “1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย” คาดว่าจะใช้วงเงินประมาณราว 20,000-30,000 ล้านบาท

รมว.อุดมศึกษาฯ ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม รับหลักการแล้ว หลังจากนี้จะชี้แจงให้คณะกรรมการกลั่นกรองงบฯฟื้นฟูเศรษฐกิจ 4 แสนล้านบาท เพื่อนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบต่อไป ทั้งนี้ เป็นการขออนุมัตินอกเหนือจากโครงการ “อว.สร้างงาน” สำหรับประชาชนทั่วไป 40,000 คน

“ให้ทั้งบัณฑิตและนักศึกษา 300,000 คน มีงานทำ 1 ปี เงินเดือน 15,000 บาท พร้อมพัฒนาชุมชน เอาอาวุธทางปัญญาไปลงในชุมชน งานนี้งานใหญ่ (big bang) ใช้เงินทั้งหมด 2-3 หมื่นล้านบาท ท่านนายกรัฐมนตรีเห็นภาพนี้แล้ว”

โดยให้มหาวิทยาลัยเป็นผู้ว่าจ้าง แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ประกอบด้วย ส่วนที่ 1 มหาวิทยาลัยในพื้นที่ ส่วนที่ 2 มหาวิทยาลัยภูมิภาค ได้แก่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็น regional center ดำเนินการ 4 เรื่อง เรื่องแรก เก็บข้อมูล (data) นักศึกษาและบัณฑิต 50,000 คน ทำเรื่องข้อมูล อีก 250,000 คน ลงพื้นที่พัฒนาสมาร์ทฟาร์มเมอร์ ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี

เรื่องที่สอง แหล่งน้ำ โดยร่วมกับแม่ทัพภาค 2 ปูพรมในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้เป็น “อีสานเขียว” เรื่องที่สาม ขยะและน้ำเสีย นำเทคโนโลยีและการบริหารจัดการเรื่องที่สี่ 1 ตำบล 1 ผลิตภัณฑ์ (OTOP) พัฒนา packaging ผลิตภัณฑ์ OTOP การสร้าง story telling โดยใช้อาจารย์และนักศึกษานิเทศศาสตร์ และเรื่องที่ห้า ท่องเที่ยวชุมชนและผลิตภัณฑ์ที่เป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (geographical indications : GI)

ติดอาวุธปูพรม 7,000 ตำบล

นายสุวิทย์กล่าวว่า หลังวิกฤตโควิด-19 อว.จะไปเพ้อฝันอนาคตอย่างเดียวไม่ได้ ต้องสร้างงานก่อน ถ้าเป็นไปได้สร้างนักศึกษาติดถิ่นยิ่งดี พร้อมกันนั้นยังมีกองทุนยุวสตาร์ตอัพให้แก่บัณฑิตและนักศึกษาที่ทำงาน 1 ปี ระหว่างนั้นเห็นช่องทางต่อยอด ติดปลายนวมด้วยการฝึกภาษาอังกฤษ และสังคมดิจิทัล (digital social literacy) ทักษะชีวิต (life skills) เพื่อในอนาคตออกจากโครงการไปจะมีอาวุธทางปัญญาติดตัว

นอกจากนี้ ยังถือโอกาสทำเรื่อง big data ทุกตำบล โดยใช้พลังนักศึกษาหรือบัณฑิต 50,000 คน ปูพรม 7,000 ตำบล พร้อมกับใช้พลังนักศึกษาสร้างดิจิทัลแพลตฟอร์ม โดยทำเป็นแผนที่ชุมชน (community map)

คาดจบใหม่ตกงาน 8 แสนคน

นายสุวิทย์กล่าวว่า ก่อนโควิด-19 คาดว่าจะมีนักศึกษาตกงาน 500,000 คน แต่หลังเกิดโควิด-19 โครงการนี้สำคัญมาก เพราะบัณฑิตตกงานเดิม รวมกับบัณฑิตใหม่ที่จะจบออกมาตกงาน ที่คาดว่าจะมีบัณฑิตจบใหม่ตกงานประมาณ 30% กลายเป็นมีบัณฑิตตกงาน 70% ทำให้มีบัณฑิตใหม่ตกงานเพิ่มเป็น 700,000-800,000 คน รวมถึงบัณฑิตที่ถูกเลิกจ้าง ทำให้รวมมีบัณฑิตตกงานเป็นล้านคน การจ้างงานบัณฑิตและนักศึกษา 300,000 คน แม้ตอบโจทย์ไม่ถึง 100% แต่อย่างน้อยเป็นจุดเริ่มต้น

การใช้พลังนักศึกษา 300,000 คน ปูพรมลงพื้นที่ ถ้าบริหารให้ดีจะสามารถต่อยอดและตั้งตัวได้จากโครงการนี้ โดยกองทุนยุวสร้างชาติร่วมกับธนาคารออมสิน ขออย่างเดียวอย่าโกง ได้มวลชนอีกด้วย เป็นการสร้างงาน (job creation) ติดอาวุธทางปัญญาให้บัณฑิตและนักศึกษา รวมถึงชุมชน เพราะระยะเวลา 1 ปีที่เข้าร่วมโครงการ 2 เดือน ต้อง reskill-upskill ยกระดับชุมชนด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและการจัดการ

จ้างเรียนอาชีพหายากหมื่นห้า

นายสุวิทย์กล่าวว่า นอกจากโครงการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย จ้างงานบัณฑิตและนักศึกษา 300,000 คนแล้ว อว.กำลังจะทำโครงการ reskill-upskill คน ครั้งใหญ่ เดิมก่อนโควิด-19 ถูกดิสรัปต์อยู่แล้ว แต่หลังโควิด-19 สำหรับคนทั่วไปที่จะเปลี่ยนงาน หรือบัณฑิตที่จะตกงานมากขึ้น โดยให้มหาวิทยาลัยจ้างเรียนอีก 1 ปี เพื่อ reskill-upskill ขณะนี้อยู่ระหว่างทำหลักสูตร

“สมมุติเรียนจบปริญญาตรี 4 ปี ให้มหาวิทยาลัยจ้างเรียนอีก 1 ปี จบแล้วอย่าเพิ่งหางาน มา reskill-upskill ในอาชีพที่หายากของประเทศ โดยให้ทุนการศึกษา แต่อาจไม่ได้ให้ทุนการศึกษา 100% อาจให้ 20% หรือ 50% เท่ากับได้ปริญญาตรีแล้ว ยังได้ปริญญาตรีตัวที่ 2 ใช้เวลาแค่ 1 ปี หรือ 2 ปี อาจจะเป็นต่อปริญญาโท 1 ปี แต่ต้องเรียนในสาขาที่ประเทศต้องการ ขณะนี้อยู่ระหว่างทำหลักสูตร อาจจะเป็นปริญญาตรีแล้วต่อ nondegree ยังเป็นการแก้ปัญหาการแย่งงานในระบบ และประชาชนทั่วไปที่ต้องถูก reskill-upskill เช่น แรงงานในระบบ SMEs”

“ต้องผูกงาน ทำโครงการและขอเงินจากงบฯเงินกู้ 4 แสนล้านไว้ หากมีการปรับเปลี่ยนรัฐมนตรี อว. คนใหม่จะได้สานงานต่อได้ทันที” นายสุวิทย์ทิ้งท้าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...