‘บลจ.ทหารไทย’ จ่ายเงินคืนไม่เกิน 10% วันแรกหลังประกาศปิด 4 กองทุน
‘บลจ.ทหารไทย’ ขายทรัพย์จ่ายเงินคืนผู้ถือหน่วยวันนี้วันแรกไม่เกิน 10% ของ NAV จากกรณีประกาศเลิก 4 กองทุนในสัปดาห์ที่ผ่านมา เบื้องต้นประเมินภายใน 1 เดือนจ่ายคืนได้ขั้นต่ำไม่เกิน 20% ฝั่งแบงก์แม่ ‘ทีเอ็มบี’ เสนอสินเชื่อดอกระยะสั้นดอกเบี้ยพิเศษเสริมสภาพคล่องให้ผู้ลงทุน
นายบุญชัย เกียรติธนาวิทย์ รักษาการกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทหารไทย (TMBAM Eastspring) เปิดเผยว่า จากรณีที่ บลจ.ทหารไทยประกาศเลิก 4 กองทุนตราสารหนี้ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้แก่ 1.กองทุนเปิดทหารไทย ธนเพิ่มพูน 2.กองทุนเปิดทหารไทย ธนไพบูลย์ 3.กองทุนเปิดทหารไทย ธนพลัส และ 4.กองทุนเปิดทหารไทย ธนไพศาล เนื่องจากเผชิญแรงขายต่อเนื่องจากผู้ถือหน่วยลงทุน ส่งผลให้เกิดปัญหาในการบริการจัดการสภาพคล่องให้เพียงพอกับความต้องการขาย
ในส่วนของแนวทางการดูแลผู้ถือหน่วยลงทุนหลังจากนี้ เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 บลจ.จึงให้ความสำคัญแก่สภาพคล่องของผู้ลงทุนเป็นอันดับแรก โดยได้เร่งพิจารณาตราสารที่ใกล้ครบกำหนดอายุในกองทุน เพื่อนำสินทรัพย์ดังกล่าวมาจ่ายคืนให้แก่ผู้ถือหน่วย โดยวันนี้จะเป็นวันแรกที่มีการจ่ายเงินคืนให้แก่ผู้ถือหน่วยทั้ง 4 กองทุนตามสภาพคล่องที่มี
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากนโยบายการลงทุนของทั้ง 4 กองทุนมีความแตกต่างกันในแง่ของอายุตราสาร บลจ.ทหารไทยจะมีการตัดทำตารางประมาณการจ่ายคืนเงิน ตั้งแต่ระยะเวลา 2 สัปดาห์ และอีก 3 เดือนต่อจากนี้เผยแพร่บนเว็บไซต์ www.tmbameastspring.com ของบริษัทฯ ต่อไป
“เบื้องต้นอัตราการจ่ายคืนวันนี้สูงสุดไม่เกิน 10% ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (NAV) โดยเราคาดการณ์ว่าภายในระยะเวลา 1 เดือนจะสามารถจ่ายคืนเงินให้ผู้ถือหน่วยได้สูงสุดไม่เกิน 20% ของ NAV ซึ่งเป็นประมาณการขั้นต่ำ แต่หากตลาดการเงินกลับมาซื้อขายตราสารหนี้ได้ตามปกติ คาดว่าจะสามารถเพิ่มสภาพคล่องจากประมาณการขั้นต่ำที่ประเมินไว้ได้ โดยบริษัทฯ ตั้งใจจ่ายเงินคืนให้เท่ากับหรือมากกว่า NAV ณ วันประกาศเลิกกองทุน ซึ่งจะต้องพิจารณาภาวะตลาดในช่วง 3 เดือนต่อจากนี้ด้วยเช่นกัน” นายบุญชัย กล่าว
อนึ่ง มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (NAV) ณ วันที่ 25 มี.ค.63 กองทุนเปิดทหารไทยธนพลัส 78,433 ล้านบาท กองทุนเปิดทหารไทย ธนเพิ่มพูน 25,191 ล้านบาท กองทุนเปิดทหารไทย ธนไพบูลย์ 38,234 ล้านบาท และกองทุนเปิดทหารไทย ธนไพศาล 10,681 ล้านบาท ลดลงจาก NAV ณ วันที่ 13 มี.ค.63 ดังนี้ 99,295 ล้านบาท 73,039 ล้านบาท 67,212 ล้านบาท และ 14,553 ล้านบาท ตามลำดับ
ทั้งนี้ กรอบเวลาในการจัดสรรเงินคืนตามกฎของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อยู่ที่ประมาณ 90 วัน ดังนั้น อย่างไรก็ตาม ก.ล.ต.เปิดให้ผ่อนผันเกินระยะเวลาที่กำหนดได้จากภาวะที่ไม่ปกติ ซึ่งบริษัทฯ ยังคงความตั้งใจเดิมที่จะคืนเงินลูกค้าให้เสร็จสิ้นตามระยะเวลาที่กำหนด
นอกจากนี้ ในส่วนของธนาคารทหารไทย (TMB) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ในสัดส่วน 35% ได้ให้ความช่วยเหลือโดยเตรียมออกสินเชื่อระยะสั้นแก่ผู้ถือหน่วยในอัตราดอกเบี้ยพิเศษ โดยเบื้องต้นสินเชื่ออาจไม่ครอบคลุมมูลสินทรัพย์ของผู้ถือหน่วย 100% แต่เชื่อว่าอย่างน้อยจะสามารถให้สภาพคล่องแก่ผู้ลงทุนได้ ซึ่งรายละเอียดธนาคารจะประกาศออกมาภายในวันนี้ (30 มี.ค.63)
เมื่อสอบถามถึงกรณีที่ บลจ.ทหารไทยเป็นเจ้าเดียวในตลาดที่ประกาศเลิกกองทุนตราสารหนี้ นายบุญชัย กล่าวว่า เหตุผลที่ชัดเจนอาจประเมินได้ลำบาก อย่างไรก็ตาม มองว่าจากลักษณะของกองทุน ลักษณะของผู้ลงทุน และโครงสร้างกองทุนที่แตกต่างกันเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้นักลงทุนเทขาย รวมถึงอารมณ์ของผู้ลงทุนในช่วงสถานการณ์ไม่ปกติเช่นนี้ก็เป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดการเทขายโดยไม่ได้พิจารณาถึงปัจจัยพื้นฐาน
“หากถามว่าจากสภาวะตลาดปัจจุบันจะมีการปิดกองทุนอีกหรือไม่ เรามองว่าจากที่ 3 เสาหลักหน่วยงานด้านการเงินของรัฐ ทั้งกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงาน ก.ล.ต.มีการสนับสนุนเต็มที่ที่อยากจะให้กองทุนตราสารหนี้เป็นเครื่องมือการเงินในตลาด ดังนั้น คาดว่าจะไม่มีการปิดจากความตั้งใจและความพยายามของหน่วยงานภาครัฐทุดหน่วยงาน แต่ก็ต้องรอดูสถานการณ์ต่อไป” นายบุญชัย กล่าว