โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘บลจ.ทหารไทย’ จ่ายเงินคืนไม่เกิน 10% วันแรกหลังประกาศปิด 4 กองทุน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 ส.ค. 2565 เวลา 06.53 น. • เผยแพร่ 30 มี.ค. 2563 เวลา 09.27 น.

‘บลจ.ทหารไทย’ ขายทรัพย์จ่ายเงินคืนผู้ถือหน่วยวันนี้วันแรกไม่เกิน 10% ของ NAV จากกรณีประกาศเลิก 4 กองทุนในสัปดาห์ที่ผ่านมา เบื้องต้นประเมินภายใน 1 เดือนจ่ายคืนได้ขั้นต่ำไม่เกิน 20% ฝั่งแบงก์แม่ ‘ทีเอ็มบี’ เสนอสินเชื่อดอกระยะสั้นดอกเบี้ยพิเศษเสริมสภาพคล่องให้ผู้ลงทุน

นายบุญชัย เกียรติธนาวิทย์ รักษาการกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทหารไทย (TMBAM Eastspring) เปิดเผยว่า จากรณีที่ บลจ.ทหารไทยประกาศเลิก 4 กองทุนตราสารหนี้ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้แก่ 1.กองทุนเปิดทหารไทย ธนเพิ่มพูน 2.กองทุนเปิดทหารไทย ธนไพบูลย์ 3.กองทุนเปิดทหารไทย ธนพลัส และ 4.กองทุนเปิดทหารไทย ธนไพศาล เนื่องจากเผชิญแรงขายต่อเนื่องจากผู้ถือหน่วยลงทุน ส่งผลให้เกิดปัญหาในการบริการจัดการสภาพคล่องให้เพียงพอกับความต้องการขาย

ในส่วนของแนวทางการดูแลผู้ถือหน่วยลงทุนหลังจากนี้ เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 บลจ.จึงให้ความสำคัญแก่สภาพคล่องของผู้ลงทุนเป็นอันดับแรก โดยได้เร่งพิจารณาตราสารที่ใกล้ครบกำหนดอายุในกองทุน เพื่อนำสินทรัพย์ดังกล่าวมาจ่ายคืนให้แก่ผู้ถือหน่วย โดยวันนี้จะเป็นวันแรกที่มีการจ่ายเงินคืนให้แก่ผู้ถือหน่วยทั้ง 4 กองทุนตามสภาพคล่องที่มี

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากนโยบายการลงทุนของทั้ง 4 กองทุนมีความแตกต่างกันในแง่ของอายุตราสาร บลจ.ทหารไทยจะมีการตัดทำตารางประมาณการจ่ายคืนเงิน ตั้งแต่ระยะเวลา 2 สัปดาห์ และอีก 3 เดือนต่อจากนี้เผยแพร่บนเว็บไซต์ www.tmbameastspring.com ของบริษัทฯ ต่อไป

“เบื้องต้นอัตราการจ่ายคืนวันนี้สูงสุดไม่เกิน 10% ของมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (NAV) โดยเราคาดการณ์ว่าภายในระยะเวลา 1 เดือนจะสามารถจ่ายคืนเงินให้ผู้ถือหน่วยได้สูงสุดไม่เกิน 20% ของ NAV ซึ่งเป็นประมาณการขั้นต่ำ แต่หากตลาดการเงินกลับมาซื้อขายตราสารหนี้ได้ตามปกติ คาดว่าจะสามารถเพิ่มสภาพคล่องจากประมาณการขั้นต่ำที่ประเมินไว้ได้ โดยบริษัทฯ ตั้งใจจ่ายเงินคืนให้เท่ากับหรือมากกว่า NAV ณ วันประกาศเลิกกองทุน ซึ่งจะต้องพิจารณาภาวะตลาดในช่วง 3 เดือนต่อจากนี้ด้วยเช่นกัน” นายบุญชัย กล่าว

อนึ่ง มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (NAV) ณ วันที่ 25 มี.ค.63 กองทุนเปิดทหารไทยธนพลัส 78,433 ล้านบาท กองทุนเปิดทหารไทย ธนเพิ่มพูน 25,191 ล้านบาท กองทุนเปิดทหารไทย ธนไพบูลย์ 38,234 ล้านบาท และกองทุนเปิดทหารไทย ธนไพศาล 10,681 ล้านบาท ลดลงจาก NAV ณ วันที่ 13 มี.ค.63 ดังนี้ 99,295 ล้านบาท 73,039 ล้านบาท 67,212 ล้านบาท และ 14,553 ล้านบาท ตามลำดับ

ทั้งนี้ กรอบเวลาในการจัดสรรเงินคืนตามกฎของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อยู่ที่ประมาณ 90 วัน ดังนั้น อย่างไรก็ตาม ก.ล.ต.เปิดให้ผ่อนผันเกินระยะเวลาที่กำหนดได้จากภาวะที่ไม่ปกติ ซึ่งบริษัทฯ ยังคงความตั้งใจเดิมที่จะคืนเงินลูกค้าให้เสร็จสิ้นตามระยะเวลาที่กำหนด

นอกจากนี้ ในส่วนของธนาคารทหารไทย (TMB) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ในสัดส่วน 35% ได้ให้ความช่วยเหลือโดยเตรียมออกสินเชื่อระยะสั้นแก่ผู้ถือหน่วยในอัตราดอกเบี้ยพิเศษ โดยเบื้องต้นสินเชื่ออาจไม่ครอบคลุมมูลสินทรัพย์ของผู้ถือหน่วย 100% แต่เชื่อว่าอย่างน้อยจะสามารถให้สภาพคล่องแก่ผู้ลงทุนได้ ซึ่งรายละเอียดธนาคารจะประกาศออกมาภายในวันนี้ (30 มี.ค.63)

เมื่อสอบถามถึงกรณีที่ บลจ.ทหารไทยเป็นเจ้าเดียวในตลาดที่ประกาศเลิกกองทุนตราสารหนี้ นายบุญชัย กล่าวว่า เหตุผลที่ชัดเจนอาจประเมินได้ลำบาก อย่างไรก็ตาม มองว่าจากลักษณะของกองทุน ลักษณะของผู้ลงทุน และโครงสร้างกองทุนที่แตกต่างกันเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้นักลงทุนเทขาย รวมถึงอารมณ์ของผู้ลงทุนในช่วงสถานการณ์ไม่ปกติเช่นนี้ก็เป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดการเทขายโดยไม่ได้พิจารณาถึงปัจจัยพื้นฐาน

“หากถามว่าจากสภาวะตลาดปัจจุบันจะมีการปิดกองทุนอีกหรือไม่ เรามองว่าจากที่ 3 เสาหลักหน่วยงานด้านการเงินของรัฐ ทั้งกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงาน ก.ล.ต.มีการสนับสนุนเต็มที่ที่อยากจะให้กองทุนตราสารหนี้เป็นเครื่องมือการเงินในตลาด ดังนั้น คาดว่าจะไม่มีการปิดจากความตั้งใจและความพยายามของหน่วยงานภาครัฐทุดหน่วยงาน แต่ก็ต้องรอดูสถานการณ์ต่อไป” นายบุญชัย กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...