โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธ.กรุงไทย ตั้ง KT Ventures ทุ่ม 3 พันล้าน ลงทุนสตาร์ตอัพช่วยแปลงร่าง SMEs สู่ดิจิทัล

Businesstoday

เผยแพร่ 06 เม.ย. 2563 เวลา 10.28 น. • Businesstoday

สามทหารเสือจากทีมสตาร์ตอัพ dtac Accelerate ออกมาสร้างทีมใหม่ KT Ventures Capital ด้วยเงินลงทุนเริ่มต้น 3,000 ล้านบาท โดยมีกรุงไทยเป็น Back up กับกลยุทธ์ช่วยสตาร์ตอัพให้พ้นวิกฤติโควิด-19

-สมโภชน์ อดีต dtac Accelerate พาทีมลุย KT Ventures

มโภชน์ จันทร์สมบูรณ์ CEO, KT Venture Capital กล่าวว่า ทีมทั้งสามคนตั้งใจสานต่อในสิ่งที่ทำไว้ อยากเป็นฟันเฟืองเข้ามาช่วยเหลือสตาร์ตอัพไทยเพราะยังมีหลายรายต้องการความช่วยเหลือ เมื่อมีโอกาสได้พบกับ "ผยง ศรีวณิช" CEO ธนาคารกรุงไทย เมื่อต้นปี 2563 ได้คุยวิสัยทัศน์กัน เรื่องการทำ SMEs ให้เป็นดิจิทัล และการสร้างระบบนิเวศของสตาร์ตอัพไทย ซึ่งดีมาก จึงตกลงเข้ามาร่วมงานที่ KT Ventures

KT Ventures เป็นหน่วยงานใหม่ที่ ธนาคารกรุงไทย เพิ่งจัดตั้งขึ้นมา เป็น Investment arm ที่มีเป้าหมาย โฟกัสเรื่องการทำ SMEs ให้เป็นดิจิทัล โดยการสร้างระบบนิเวศผ่านการลงทุนในสตาร์ตอัพไทย เพื่อนำเทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุน SMEs ไทยทั้ง B2B และ B2C

SMEs ที่จะนำสตาร์ตอัพเข้าไปร่วมไม่จำเป็นต้องเป็นลูกค้ากรุงไทย แต่ถ้าเป็นลูกค้ากรุงไทยจะเชื่อมต่อได้เร็วกว่า นอกจากนี้ KT Ventures ยังตั้งเป้าร่วมมือกับพันธมิตรทั้งรัฐ เอกชน สตาร์ตอัพและ CVC (corporate centure capital) ที่อยู่ในระบบนิเวศทั้งหมด

"เราไม่ได้มองว่าจะ KT Ventures จะได้ประโยชน์จากการเข้าไปลงทุน แต่มองว่าลูกค้าจะได้ประโยชน์อย่างไร และเราจะเข้าไปช่วยอย่างไรได้บ้าง เพื่อให้เขาเติบโต"

KT Ventures มีทุนในรอบแรก 3,000 ล้านบาท สำหรับใช้ 10 ปี ตั้งเป้าลงทุนกับสตาร์ตอัพระดับ Pre Series A อละ Series A ขึ้นไป ที่มีโอกาสเติบโตมาก ๆ แต่ถ้าใช้หมดใน 4 ปี จะสามารถขอเพิ่มได้

แบ่งเป็น 80% ใช้ในการลงทุน อีก 20% ใช้สำหรับช่วยบ่มเพาะสตาร์ตอัพในเรื่องการสร้างเครือข่าย ทั้งเรื่องลงทุนไปแล้ว และธุรกิจที่มีโอกาสเติบโต

"ตั้งเป้าในปีแรกจะใช้ประมาณ 200 ล้าน แต่เมื่อเกิดวิกฤติ COVID-19 จึงยังไม่แน่ใจว่าจะใช้ได้ในช่วงเวลาไหน"

CGO และ CIO ทำหน้าที่อะไร

KT Ventures อยากเห็นการเติบโตของสตาร์ตอัพอย่างต่อเนื่องทั้งในพอร์ทและที่กำลังจะไปลงทุน โดยศึกษาตัวอย่างความสำเร็จของ Accelerator ดัง ๆ ในต่างประเทศ

เฉลิมยุทธ บุญมา chief growth officer หรือ CGO, KT Venture Capital กล่าวว่า ทีมจะนำสิ่งที่เคยทำกับ dtac Accelerate มาใช้กับ KT Ventures คือ ช่วยเสริมอาวุธที่สตาร์ตอัพขาด เชื่อมต่อเครือข่าย เสริมวิสัยทัศน์ และความเป็นผู้นำ เพื่อให้ธุรกิจเติบโตได้ในอนาคต แต่ความยากจะมากกว่าเดิมถึง 10 เท่า

เริ่มต้นจากสตาร์ตอัพที่ KT Ventures เข้าไปลงทุน และนำเคสที่ประสบความสำเร็จมาแชร์ให้กับชุมชนสตาร์ตอัพไทยเพื่อให้ธุรกิจไปต่อได้ คาดว่าจะใช้เวลาสัก 3-6 เดือน เพื่อให้เห็นแผนและรูปแบบโปรแกรม

อณัฐภิสา จันทะไท chief investment officer หรือ CIO, KT Ventures Capital กล่าาว่า เธอมีหน้าที่ดูแลด้านการลงทุน ตามหาสตาร์ตอัพที่จะเข้าไปลงทุน เลือกสตาร์ตอัพที่มีโอกาสเติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ ประเมินมูลค่าบริษัทสตาร์ตอัพ และหยอดเงินลงทุนเข้าไป ซึ่งกำลังดูว่าจะลงทุนในธุรกิจใดบ้าง

บทบาท KT Ventures ช่วยสตาร์ตอัพด้านใดบ้าง

สมโภชน์ กล่าวว่า KT Ventures ไม่ได้ทำงานเพียงลำพัง แต่จะมีควาาร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ อาทิ Depa และ Hubba ที่จะช่วยเหลือสตาร์ตอัพใน Early Stage ค่อนข้างมาก คาดว่าจะทำงานใกล้ชิดกันมากขึ้น ซึ่งเป็นแผนงานที่เตรียมไว้

“เราคุยกันมาตลอด 2-3 เดือนว่าจะช่วยสตาร์ตอัพได้อย่างไร"

มีการแชร์กับสตาร์ตอัพเพื่อจะช่วยการท่องเที่ยวที่ประสบปัญหา ประคองให้รอดในระยะสั้น และแผนในระยะกลาง

ด้านกลุ่มทุน "Venture Capital" จะต้องมาดูว่าจะช่วยกันได้อย่างไร จะนำสตาร์ตอัพมาพาร์ทเนอร์กันมากขึ้นได้หรือไม่ เช่น Freshket กับ Skootar ที่พาร์ทเนอร์กัน

"แต่ในวิกฤติรอบนี้อาจจะได้เห็นสตาร์ตอัพล้มหายตายจากไปบ้างใน 3-6 เดือนนี้"

สมโภชน์ กล่าวต่อว่า "การประเมินมูลค่าทรัพย์สินสตาร์ตอัพหลังจากวิกฤติโควิด-19 จะเปลี่ยนไป จะต้องนำเรื่องวิกฤติทั้งโรคระบาดหรือปัจจัยทางเศรษฐกิจเข้ามาประเมินด้วย"

เป้าหมายส่วนตัวของแต่ละคน

สมโภชน์ กล่าวว่า "อยากเป็นฟันเฟืองช่วยสตาร์ตอัพไทยให้ลืมตาอ้าปากได้ ให้สตาร์ตอัพไทยปักธงในแผนที่โลก ในระดับยูนิคอร์น หรือ exit ในตลาดหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าสูง ทั้งนี้ต้องการความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเข้ามาช่วยเหลือกัน เมื่อประสบกับวิกฤติก็เข้ามาช่วยให้สตาร์ตอัพรอดไปได้"

อณัฐภิสา กล่าวว่า "วิกฤติโควิด-19 ทำให้เห็นขาขึ้นของ Online Service และพฤติกรรมของคนส่วนมากเปลี่ยนไป ขณะที่สตาร์ตอัพที่ได้ประโยชน์อย่างอีคอมเมิร์ซ หรือ บริการส่งอาหาร ไม่ใช่ของคนไทย อยากเห็นสตาร์ตอัพไทยเป็น 1 ในนี้บ้าง มีสเกลใหญ่ที่สามารถสู้กับต่างชาติได้ ใน 5-10 ปีข้างหน้า แต่ต้องได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน"

เฉลิมยุทธ กล่าวว่า "ก่อนจะเข้ามา dtac Accelerate เคยทำสตาร์ตอัพมาก่อน จะสามารถนำสิ่งที่เคยทำและไม่ประสบความสำเร็จมาสอนคนได้ ในเรื่องการสร้างเครือข่ายให้สตาร์ตอัพให้เขาเชื่อมต่อกับพาร์ทเนอร์ได้ นอกจากนี้ยังเก็บข้อมูลเป็นกรณีศึกษาเพื่อนำไปเผยแพร่เมื่อเกิดวิกฤติลักษณะนี้อีกในอนาคต สุดท้ายคืออุดหนุนผู้ประกอบการที่อยู่ใกล้บ้านเพื่อให้ธุรกิจเขาดำเนินต่อไปได้"

ฟังการสัมภาษณ์ทั้งหมดได้จาก ที่นี่

https://web.facebook.com/BusinesstodayThailand/videos/1618394511648612/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...