โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เกษตรกรเมืองตรังเลี้ยง "ปูม้า-ปูนิ่ม" เพิ่มทางเลือกอาชีพเชื่อมโยงท่องเที่ยว

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 27 มี.ค. 2563 เวลา 23.34 น. • เผยแพร่ 27 มี.ค. 2563 เวลา 23.34 น.

หลายปีที่ผ่านมาพืชผลทางการเกษตรสำคัญของภาคใต้อย่างยางพาราและปาล์มน้ำมันมีราคาตกต่ำอย่างต่อเนื่อง แม้รัฐบาลพยายามกระตุ้นการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าหลายช่องทาง แต่ไม่มีทีท่าว่าจะประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม เกษตรกรหลายรายเริ่มหันไปปลูกพืชอื่นทดแทน เช่น ทุเรียน กาแฟ ทำสวนผสม และการทำประมง โดยเกษตรกรในจังหวัดตรังเลือกที่จะหันมาเลี้ยง “ปูม้า-ปูนิ่ม” มากขึ้น เพราะเป็นที่ต้องการของร้านอาหาร รีสอร์ต โรงแรม รวมไปถึงตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ

“ประพจน์ ศรีไตรรัตน์” เกษตรกรผู้เลี้ยงปูนิ่ม ตำบลบ้านนา อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง บอกว่า จังหวัดตรังเป็นจังหวัดที่มีประชากรทำอาชีพการเกษตรโดยเฉพาะการปลูกยางพาราและปาล์มน้ำมันเป็นส่วนใหญ่ แต่ที่ผ่านมาทั้งยางพาราและปาล์มน้ำมันจะประสบปัญหาเรื่องความไม่มีเสถียรภาพของราคา เกษตรกรขาดทุนจนแทบจะอยู่กันไม่ได้จึงต้องหันไปทำอาชีพอื่นเสริม และตนได้เลือกมาทำการเลี้ยงปูนิ่มขาย ปรับเปลี่ยนพื้นที่สวนมาเลี้ยงปูนิ่มแทน ซึ่งตลาดมีความต้องการมากทั้งในประเทศและต่างประเทศ

“ผมเริ่มเลี้ยงปูนิ่มตั้งแต่ช่วงต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมามี 2 บ่อ ในเนื้อที่ประมาณ 9 ไร่ โดยมีกล่องสำหรับเลี้ยงโดยเฉพาะ ซึ่งการเลี้ยงแต่ละรอบประมาณ 7,000 กล่อง ซึ่งในขณะนี้ผมมีกล่องเลี้ยงปูนิ่มอยู่ 20,000 กล่อง เมื่อเลี้ยงเต็มพื้นที่ ทุกอย่างพร้อมจะได้รอบละ 20,000 กล่อง โดยแต่ละกล่องจะเลี้ยงได้ 1 ตัว ส่วนอาหารที่เลี้ยงจะเป็นอาหารสด เช่น ปลาหลังเขียว ปลาทูแขก กิโลละไม่เกิน 20 บาท เมื่ออยู่ในช่วงปูลอกคราบจะไม่ให้อาหาร ถ้าให้อาหารปูจะหยุดลอกคราบ เมื่อปูลอกคราบก็เก็บปูนิ่มขึ้นไปแช่ในน้ำจืดทันที หากปล่อยไว้ในกล่องนานจะแข็งตัวไม่เป็นปูนิ่มต่อไป เมื่อเก็บปูที่ลอกคราบทั้งหมดแช่ในน้ำจืดแล้ว ใช้เวลา 1 ชั่วโมง จึงนำไปวางเก็บไว้โดยไม่ใส่น้ำ อยู่ได้วันหรือสองวันก็ยังไม่ตาย”

ส่วนราคาจำหน่ายปูนิ่มอยู่ที่กิโลละ 300-400 บาท มีผู้มารับซื้อถึงที่ ยิ่งในเมืองท่องเที่ยวจะขายได้ดี เช่น ภูเก็ต พัทยา เพราะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเยอะ อาหารชนิดนี้เมื่อขึ้นโต๊ะในโรงแรม ในภัตตาคาร ราคาจะแพงขึ้น และต้องคิดต่อว่าจะทำอย่างไรให้สามารถมีตลาดรองรับผลผลิตที่เลี้ยงออกมาได้ โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอปะเหลียน อำเภอหาดสำราญ อำเภอกันตัง อำเภอสิเกา จังหวัดตรังในพื้นที่ติดทะเลส่วนใหญ่ที่เริ่มทำการเลี้ยงปูนิ่มกันมากขึ้นเกือบทุกพื้นที่ ซึ่งในขณะนี้จะมีพวกยี่ปั๊ว ซาปั๊ว คอยรับซื้ออยู่ ผลกำไรจึงแบ่งกันเป็นทอด ๆ ส่วนผู้เลี้ยงต้องทำให้ปูนิ่มมีอัตราการตายไม่เกิน 20-30% จึงจะมีกำไร

ขณะเดียวกันในพื้นที่เกาะลิบง “นายอะบีดีน จิเหลา (บังดีน)” เกษตรกรเจ้าของฟาร์มปูม้าขุน เล่าว่า ตนเป็นประธานวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเกาะลิบง ตำบลเกาะลิบง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง และเป็นเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ Young Smart Farmer ปี 2563 ของจังหวัดตรัง มีแนวคิดอยากพัฒนาคุณภาพปูม้าทั่วไปที่ชาวประมงตำบลเกาะลิบงหาได้ตามท้องทะเลตามธรรมชาติ เพื่อที่จะให้ได้ปูม้าขุนคุณภาพอีกเกรดหนึ่ง เมื่อนำมาขุนในกระชังแล้วจะได้ปูม้าที่ตัวใหญ่ขึ้น น้ำหนักมากขึ้น เนื้อแน่น และรสชาติหวาน

โดยเริ่มจากการรับซื้อปูม้าของชาวประมงในพื้นที่ แล้วนำมาขุนในกระชัง เลี้ยงปูในกล่องพลาสติกกล่องละ 1 ตัว ให้ลูกปลาเล็ก ๆ เป็นอาหาร ประมาณ 7 วันก็จะได้ปูม้าขุนไซซ์ใหญ่กว่าปูทั่วไป ปูที่นำมาขุนในอายุ 7 วัน จะได้น้ำหนักที่เพิ่มขึ้น 10-15% จากน้ำหนักเดิม และยังขายได้ราคาที่สูงขึ้นอีกด้วย โดยจะสามารถอัพราคาขายได้สูงถึง 400-500 บาท/กก. และเน้นทำตลาดตามร้านอาหาร รีสอร์ต โรงแรม ที่ใช้วัตถุดิบที่มีคุณภาพ

ด้าน “มานพ แก้วอัมพร” เกษตรจังหวัดตรัง บอกว่า การเลี้ยงปูม้าเป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มรายได้ให้กับประชาชน ซึ่งทีมเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรจังหวัดตรัง และเกษตรอำเภอกันตัง ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนฟาร์มเลี้ยงปูม้าขุน ของเกษตรกร Young Smart Farmer ปี 2563 ที่ตำบลเกาะลิบง พร้อมแนะแนวทางการจัดการกระชังปูม้าขุน ทั้งด้านคุณภาพ ราคา การตลาด และการเชื่อมโยงธุรกิจสู่การท่องเที่ยวเกาะลิบง โดยวางแผนไว้ว่าจะใช้ธุรกิจนี้ในการเชื่อมโยงการท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่ ให้นักท่องเที่ยวได้มากินปูสด ๆ ถึงกระชัง ภายใต้ชื่อ “วิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเกาะลิบง” ที่เกษตรกรได้จดทะเบียนกับสำนักงานเกษตรอำเภอกันตังไว้แล้ว

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากกรมประมงระบุว่า ความต้องการบริโภคปูของผู้บริโภคยังคงมีสูงตลอดปี ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลและฤดูกาลท่องเที่ยว สำหรับตลาดต่างประเทศ มีการส่งออกไปยังประเทศต่าง ๆ เช่น จีน ไต้หวัน ฮ่องกง สิงคโปร์ เป็นต้น ปัจจุบันราคาปูที่จำหน่ายโดยเฉลี่ยในท้องตลาด มีดังนี้ ปูเนื้อ ขนาด 300-400 กรัม/ตัว ราคา 150-190 บาท/กก. ขนาด 400-500 กรัม/ตัว ราคา 190-250 บาท/กก. ปูไข่ขนาด 200-300 กรัม/ตัว ราคา 200-250 บาท/กก. ขนาด 300 กรัมขึ้นไป ราคา 300 บาทขึ้นไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...