โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Slipknot วงร็อกที่ ‘กาลเวลา’ และ ‘ดราม่า’ ก็ฆ่าไม่ตาย

The Momentum

อัพเดต 07 มิ.ย. 2562 เวลา 06.13 น. • เผยแพร่ 07 มิ.ย. 2562 เวลา 06.13 น. • วัลลภ สวัสดี

In focus

  • Slipknot วงเมทัลชื่อดังมีอายุครบ 24 ปีแล้ว โดยกำลังจะปล่อยสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 6 We Are Not Your Kind ออกมาในวันที่ 9 สิงหาคม
  • Slipknot ยังคงยืนหยัดอยู่ในกระแสดนตรีเมทัลได้อย่างยาวนาน ไม่ว่ากระแสคนฟังเพลงจะนิยมเพลงแนวไหน พวกเขาก็มีแฟนคลับเหนียวแน่น หรือแม้แต่วงมีการเปลี่ยนแปลงสมาชิกก็ตาม
  • ต่อปัญหาดราม่าที่เกิดขึ้นกับวง พวกเขามีการจัดการที่ดี และการรักษามาตรฐานการทำเพลง เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ Slipknot ยืนระยะได้อย่างยาวนาน

 

วันที่ 9 สิงหาคม ของปีนี้ Slipknot วงเมทัลระบือนามแห่งสหรัฐอเมริกา จะปล่อยสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 6 ชื่อ We Are Not Your Kind ออกมาให้สาวกได้อุดหนุนกันตามช่องทางต่างๆ ทั้ง CD, แผ่นเสียง, Streaming พร้อมทัวร์คอนเสิร์ตทั่วยุโรปกับอเมริกา เชื้อเชิญแฟนคลับออกมาโยกหัวกันอย่างเมามันถึงสิ้นปี

นึกแล้วก็ตกใจเหมือนกันว่าวงร็อคฉายา ‘9 หน้ากากนรก’ ที่กำเนิดขึ้นตั้งแต่ปี 1995 จากการรวมตัวของเหล่าคนดนตรีในแวดวงเมทัลซีนที่ Iowa จะมีอายุยืนยาวมาถึง 24 ปีแล้ว แถมยังคงรักษาความนิยมระดับแนวหน้าไว้ได้ด้วย ขณะที่วงร่วมยุคสมัยนูเมทัลครองเมืองที่โด่งดังมาด้วยกันต่างแยกย้ายล้มตาย ความนิยมตก หายตัวไปจากวงการกันเยอะ

Slipknot ยังยืนหยัดอยู่ในกระแสธารดนตรีโลกได้อย่างสง่าผ่าเผยถึงวันนี้ หากถามว่าเพราะอะไร เมื่อผู้เขียนลองนึกเหตผลดูก็พอจะพบเจอ ‘คำตอบ’ สำหรับคำถามนี้ได้เหมือนกัน

หน้าปกอัลบั้มใหม่ We Are Not Your Kind ที่จะออกปีนี้ (ภาพ – FB Slipknot)

 

ย้อนไปเมื่อปี 1999 ยุคสมัยที่ดนตรีร็อกสไตล์ Nu-Metal ครองโลกและชาร์ตเพลงต่างๆ วงเมทัลที่มีกิมมิคประหลาด ใส่ชุดฟอร์มสีส้มพร้อมหน้ากากสุดสยอง แถมมีสมาชิกมากถึง 9 คน (แบ่งเป็น 2 วงยังได้) ยื่นนามบัตรเปิดตัวแก่คอเพลงสายโลหะนรกได้รู้จักด้วยสตูดิโออัลบั้มแรกที่ใช้ชื่อเดียวกับวง ‘Slipknot’  พวกเขาแจ้งเกิดในเวลาไม่นานด้วยบทเพลงสไตล์เมทัลสุดปั่นป่วน, เสียงหวดกลองกับเพอร์คัสชั่นที่โหมกระหน่ำดั่งปืนกล, กีต้าร์คู่ที่สอดประสานริฟฟ์กันได้อย่างเข้าขา, เสียงสำรอกที่โหดลากไส้ พร้อมเนื้อเพลงก่นด่าโลกและสังคมอันแสนเน่าเฟะโดนใจวัยรุ่นวัยขบถอย่างแรง

ชื่อของ Slipknot เข้าไปอยู่ในใจแฟนเพลงร็อกอย่างง่ายดายด้วยบทเพลงและลีลาแสดงสดอันบ้าคลั่ง เดือดดาล ก่อนจะออกอัลบั้มตอกย้ำความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ไล่ตั้งแต่ Iowa (2001), Vol. 3: The Subliminal Verses (2004), All Hope Is Gone (2008), .5: The Gray Chapter (2014) และ We Are Not Your Kind ที่จะออกในเดือนสิงหาคมปีนี้ โดยปล่อย 2 เพลงอย่าง All Out Life กับ Unsainted มาเรียกน้ำย่อย แล้วก็ได้กระแสตอบรับที่ดีจากแฟนเพลงแบบอบอุ่น รวมถึงหน้ากากที่เปลี่ยนทุกอัลบั้ม สร้างความฮือฮาได้เสมอ

แน่นอนว่า 24 ปีบนเส้นทางดนตรีโลก Slipknot ไม่ได้เดินผ่านทางที่โรยกลีบกุหลาบทุกครั้ง พวกเขาทำยอดขายอัลบั้มได้กว่า 30 ล้านชุดทั่วโลก, ได้รางวัลแกรมมี่ประดับบารมีเมื่อปี 2006 กระนั้นสมาชิกทั้ง 9 ก็ต้องเจออุปสรรค, การสูญเสีย และความขัดแย้งเหมือนวงอื่นๆ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้เสมอกับทุกวง แต่ก็ไม่ใช่กับทุกวงที่ผ่านมันมาได้

การเดินทางสายวิบากของ Slipknot (ที่เป็นเรื่องภายในของวง) เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2010 เมื่อพวกเขาสูญเสีย ‘พอล เกรย์’ มือเบสผู้ร่วมก่อตั้งวงจากอาการโอเวอร์โดส เรื่องนี้เข้าใจได้ว่าไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่ก็มีดราม่าเมื่อภรรยาของเจ้าตัวออกมาแสดงความผิดหวังที่สมาชิกวงคนหนึ่งไม่ให้ความช่วยเหลืออะไรเลยทั้งที่อยู่ใกล้ๆ ตอนวันเกิดเหตุ แต่เรื่องก็จบลงในระยะสั้นๆ และแพทย์ที่ให้ยาแก่ พอล เกรย์ จนเสียชีวิตจากการใช้ยาเกินขนาดก็ถูกดำเนินคดีไป ส่วนวงก็โพสต์ข้อความอาลัย รำลึกถึงเพื่อนคนนี้ทุกปีเมื่อถึงวันครบรอบการจากไปของมือเบสผู้ร่วมสร้างวง

 พอล เกรย์ มือเบสผู้ล่วงลับ (ภาพ – FB Slipknot)

ต่อมาในปี 2013 วงประกาศแยกทางกับ ‘โจอี้ จอร์ดิสัน’ มือกลองหน้ากากคาบูกิผู้เป็นรองหัวหน้าวง ขวัญใจแฟนเพลงและไอดอลของมือหวดกลองทั่วโลก โดย คอรีย์ เทย์เลอร์ นักร้องนำเสียงโหดชี้แจงว่าเป็นเพราะทัศนคติที่ไม่ตรงกันในช่วงหลัง แต่ โจอี้ ก็ตอบโต้ทำนองว่าโดนสมาชิกบีบให้ออกจากวงผ่านทางอีเมล์ และถูกกล่าวหาว่าติดยาจนไม่มีสมาธิทำงาน (โจอี้ มีปัญหาเกี่ยวกับเส้นประสาทบริเวณสันหลังอันเป็นผลจากการตีกลองแบบหนักหน่วงมานาน จนต้องทำกายภาพบำบัดและใช้ยาระงับอาการปวด) แน่นอนว่าการที่ต่างคนต่างพูดในมุมของตัวเองก็ทำให้แฟนเพลงไม่รู้ว่าฝั่งไหนพูดจริง ฝั่งไหนโกหก แต่ที่สุดแล้ววงก็เลือกทำงานต่อไปโดยไม่มีมือกลองหมายเลข #1 พร้อมหาคนใหม่มาแทน ส่วน โจอี้ ก็ไปทำวงใหม่อย่าง Vimic กับ Sinsaenum แต่ก็ไม่ดังเท่าวงที่เขาปั้นมากับมือ

กระทั่งดราม่าหนล่าสุดเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา วงแถลงแยกทาง ‘คริส เฟห์น’ มือเพอร์คัสชั่นหน้ากากจมูกยาวที่อยู่กันมาตั้งแต่แรกเริ่มอีกคน โดยต้นเรื่องคือ คริส สังเกตเห็นว่าสมาชิกทั้งสองคนอย่าง คอรีย์ เทย์เลอร์ นักร้องกับ ชอว์น คราฮาน มือเพอร์คัสชั่นหัวหน้าวง (เปิดชื่อกันโต้งๆ เลย) แอบเปิดบริษัทใหม่ที่ใช้ดูแลบัญชีรายได้ของวงในรัฐอื่นๆ โดยไม่บอกกล่าวและไม่จ่ายส่วนแบ่งให้กับเขา  แต่ไม่กี่วันหลังจากนั้น คริส ก็ถูกอัปเปหิออกจากวงไปโดย Slipknot ชี้แจงว่าพวกเขาผิดหวังที่ คริส ฟ้องเพื่อนร่วมวงทั้งที่ควรเอาเวลาไปใส่ใจกับการทำอัลบั้มใหม่ We Are Not Your Kind และทัวร์คอนเสิร์ตที่จะมาถึงมากกว่า

เรื่องการฟ้องร้องระหว่าง คริส กับวง Slipknot ยังดำเนินต่อไป แต่สิ่งที่ทำเอา คริส และแฟนคลับไม่ชอบใจนักคือการที่วงให้ผู้จัดการออกมาเปิดเผยต่อสื่อว่า คริส เป็นแค่ ‘ลูกจ้าง’ ไม่ใช่เจ้าของหรือสมาชิกวงเหมือนคนอื่น ข่าวนี้ทำเอาสาวก The Maggots (ชื่อเรียกแฟนคลับของ Slipknot) ที่ติดตามกันมานานรับไม่ได้และตราหน้าวงเป็นพวกหน้าเงิน เห็นเงินสำคัญกว่ามิตรภาพไปโดยปริยาย เข้าไปรุมถล่มคอมเมนต์ในเฟซบุ๊กของ Slipknot แบบหนักหน่วง แต่สุดท้ายวงก็ไม่สนใจเสียงต่อต้าน ทำงานกันต่อโดยปล่อยเพลง Unsainted ที่เปิดตัวสมาชิกวงคนใหม่มาหวดเพอร์คัสชั่นแทน คริส เฟห์น ออกมากลบกระแส ทำให้แฟนเพลงที่ด่าวงในทีแรก เปลี่ยนประเด็นมานั่งเดากันว่าไอ้เด็กใหม่นี่มันใครกัน ก่อนที่ ชอว์น จะบอกสื่อว่าฟังเพลงไปเหอะ สมาชิกใหม่นั้นจะเป็นใคร ไม่ใช่ธุระของพวกเอ็ง (ฮา)

 คอรีย์ เทย์เลอร์ 

อย่างไรก็ดี แม้วงจะมีดราม่าขนาดหนักแต่ Slipknot ยังรักษาชื่อเสียงกับความนิยมไว้อยู่ระดับแถวหน้าเสมอ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะพวกเขาเลือกที่จะ ‘เงียบ’ กับปัญหาต่างๆ ชี้แจงเท่าที่จำเป็นโดยอ้างว่าเป็นเรื่องของฝ่ายกฏหมาย แล้วหันไปทำงานเพลงกันอย่างเดียว ยกตัวอย่างซิงเกิลล่าสุด Unsainted แม้จะถูกปล่อยออกมาหลังดราม่าเรื่องของ คริส เฟห์น แต่ก็ได้รับการตอบรับจากคนฟังอย่างถล่มทลายไม่เปลี่ยน ยอดวิวใน Youtube ปัจจุบันปาเข้าไป 20 กว่าล้านวิวแล้ว กลบเรื่องดราม่าพี่เพอร์คัสชั่นจมูกยาวไปได้เสียฉิบ (อย่างน้อยก็ระยะหนึ่ง)

ตัดมาที่เรื่องเพลง แม้อัลบั้มชุดหลังๆ ของ Slipknot จะไม่หนักหน่วงรุนแรงเท่า 2 ชุดแรกที่แฟนคลับชื่นชอบ (ซึ่งก็ตามวัยของนักดนตรีด้วย) แต่มองกันแบบไม่ลำเอียง Slipknot ยังคงรักษาโทนเพลงและมาตรฐานของพวกเขาไว้ได้แบบน่าพอใจ เนื้อเพลงยังคงก่นด่าสังคมแบบที่เป็นมา ส่วนดนตรีถึงจะเบาลงบ้างแต่ก็ยังดุเดือดชวนโยกหัวได้ คอรีย์ เทย์เลอร์ ในวัย 45 ปี ก็ยังร้องเพลงเสียงคลีนสลับกับสำรอกได้อย่างสาแก่ใจ มาตรฐานไม่ตก รวมถึงการแสดงสดที่ยังสนุกสุดมัน กระชากวัยแบบไม่น่าเชื่อว่าแต่ละคนอายุใกล้แตะเลข 5 แล้ว

อีกเรื่องที่น่าสนใจคือวงนี้ใช้สื่อโซเชียล มีเดีย โปรโมทวงและผลงานได้เก่งมาก หากจำกันได้ก่อนออกอัลบั้ม .5: The Gray Chapter ปี 2014 วงได้สมาชิกใหม่ 2 คนมาแทนตำแหน่งเบสของ พอล เกรย์ กับกลองของ โจอี้ จอร์ดิสัน ทว่าแทนที่จะประกาศเปิดตัวเป็นทางการ พวกเขาปล่อยให้มันเป็นปริศนาชวนแฟนเพลงไปคาดเดากันเองว่าเป็นใคร กระทั่งถึงวันปล่อย MV เพลง The Devil In I วงก็ให้แฟนเพลงเห็น 2 สมาชิกใหม่ สวมหน้ากากปรากฏตัวใน MV  จนมีแฟนเพลงแอบสังเกตเห็นรอยสักของมือเบสจนรู้ว่าเขาคือ ‘อเลสซานโดร เวนตูเรลล่า’ ส่วนมือกลองคือ ‘เจย์ ไวน์เบิร์ก’ ที่กวนบาทากว่านั้นคือ 2-3 เดือนต่อมา ก็มีภาพหลุดที่ระบุชื่อของ 2 คนนี้ออกมาทางโซเชียล มีเดีย เป็นการยืนยันว่าสิ่งที่แฟนเพลงคาดเดานั้นถูกต้อง ก่อนที่ คอรีย์ จะเกิดอารมณ์หัวร้อนว่าใครทำชื่อ 2 คนนี้หลุดออกสื่อวะ (แฟนเพลงบอก – ก็พวกแกนั่นแหละ ฮาๆ)

ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ชี้ชัดว่า Slipknot คือวงที่รับมือกับการเปลี่ยนแปลงและดราม่าต่างๆได้ดี พวกเขาก้าวข้ามผ่านยุคสมัย นูเมทัล ที่ตายไปแล้วได้อย่างสง่างามด้วยการมุ่งมั่นทำเพลงในแบบที่ตัวเอง ‘เชื่อ’ ต่อไป โดยมาตรฐานไม่ตกหล่นไปจากเดิมนัก (ขณะที่วงร่วมยุคนูเมทัลทั้ง Limp Bizkit, Papa Roach, Coal Chambers และวงอื่นๆ ถึงจะยังอยู่แต่แทบไม่เป็นที่พูดถึงในปัจจุบันแล้ว) ใช้ผลงานเพลงตอบโต้ข่าวแย่ๆ ทั้งหมด แถมยังรักษาฐานแฟนเพลงของตัวเองไว้ได้อย่างเหนียวแน่นเหมือนเดิม รวมถึงแฟนเพลงชาวไทยที่อยากให้พวกเขากลับมาเล่นคอนเสิร์ต Live in Bangkok อีกสักทีหลังหายไปนานมากตั้งแต่มาเปิดฟลอร์นรกเมื่อปี 2004 ที่ลานแอคทีฟ สแควร์ เมืองทองธานี

ต้องยอมรับโดยสดุดีว่า ‘กาลเวลา’ หรือ ‘ดราม่า’ ก็ฆ่าพี่คอรีย์ และชาวคณะ Slipknot ไม่ได้จริงๆ

 

ภาพ: www.facebook.com/slipknot/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...