หมดลาย! รวบหัวหน้าแก๊งยา "ปั้นน้ำเป็นเงิน" โหดเหี้ยม-แยบยล พยายามฆ่าตัวหลังโดนจับ
วันที่ 12 มิ.ย. ที่กองบินตำรวจ ถนนรามอินทรา แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม. พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผบช.ปส. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจํานงค์ ผบก.ปส.2 และเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ตม.4 ร่วมกันแถลงจับกุม นายภูษิต หรือบิว อินอ่อน อายุ 32 ปี หัวหน้าเครือข่ายค้ายาเสพติด “ปั้นน้ำเป็นเงิน” ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญาที่ 130/62 ลงวันที่ 7 มี.ค.62 ข้อหา สมคบกันโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดและได้มีการกระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน โดยจับกุมได้ที่บริเวณชายแดนไทย-ลาว อ.รัตนวาปี จ.หนองคาย
พล.ต.ต.พรชัย กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจาก เจ้าหน้าที่ บก.ปส.2 บช.ปส. ได้สืบสวนพบว่า มีกลุ่มนักค้ายาเสพติดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ลักลอบค้ายาเสพติดให้กับลูกค้าในพื้นที่ โดยนํายาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้าน มาจําหน่ายให้ลูกค้าในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตลอดจนพื้นที่ กทม. และปริมณฑล ต่อเนื่องไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยผ่านทางภาคใต้ของประเทศไทย โดยเปิดธุรกิจเกี่ยวกับน้ำดื่มบังหน้า และนําเงินที่ได้จากการค้ายาเสพติดไปลงทุนทํารีสอร์ตในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ และโรงงานผลิตน้ำดื่มที่ประเทศเพื่อนบ้าน
นอกจากนั้น กลุ่มเครือข่ายนี้ยังมีพฤติการณ์ ก่อเหตุอุกฉกรรจ์อื่นๆ อย่างต่อเนื่อง โดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย เช่น ก่อเหตุอุ้มผู้หญิงที่เบี้ยวเงินค้ายาเสพติด ที่หน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ มีการขู่ฆ่าทําร้ายเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่ขัดขวางการค้ายาเสพติดของกลุ่มเครือข่ายนี้
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้จับกุมกลุ่มผู้ก่อเหตุได้ พร้อมยาบ้า 4,000 เม็ด และสืบสวนทราบว่า ผู้หญิงที่ถูกอุ้มก็มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติดด้วย นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ตํารวจ สภ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ ได้จับกุมคนในเครือข่ายพร้อมยาเสพติด ก่อนขยายผลพบว่ามีความเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายเดียวกัน ทาง บก.ปส.2 บช.ปส. จึงได้ขยายผลต่อเนื่อง จนสามารถจับกุม นายชาญยุทธ เนาวบุตร และ น.ส.จันทร์เพ็ญ วิเชียรฉาย พร้อมยึดทรัพย์กว่า 34 ล้านบาท ส่วน นายภูษิต หัวหน้าแก๊ง ได้หลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้าน จนมาถูกจับกุมตัวได้ดังกล่าว
ด้าน พล.ต.ต.ยิ่งยศ กล่าวว่า ผู้ต้องหารายนี้ ถือว่าเป็นหมายเลข 1 ของเครือข่าย “ปั้นน้ำเป็นเงิน” ซึ่งเป็นผู้บงการเครือข่ายทั้งหมด หลังจากเปิดยุทธการแล้ว ผู้ต้องหาก็ได้หลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ต่อมาก็ได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ สปป.ลาว จนสามารถจับกุมตัวได้ จากการสอบสวนผู้ต้องหายังคงให้การปฎิเสธไม่รู้เรื่องการค้ายาเสพติด และทำธุรกิจขายน้ำ แต่จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินรวมถึงเครือข่าย พบว่าผู้ต้องหารายนี้เป็นผู้อยู่เบื้องหลังเครือข่ายดังกล่าวมีอิทธิพลในพื้นที่ทางภาคอีสานและภาคกลาง
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่
สำหรับพฤติการณ์ของผู้ต้องหารายนี้มีความโหดเหี้ยม ดักอุ้มขบวนการค้ายาเสพติดหน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ และมีการขู่ฆ่า รวมถึงใช้กำลังทำร้ายไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย และมีสติปัญญาค่อนข้างเหนือชั้นกว่าผู้ต้องหารายอื่น เนื่องจากมีการพูดลักษณะข่มขู่เอาตัวรอดให้เจ้าหน้าที่หวาดกลัว นอกจากนี้เมื่อถูกเจ้าหน้าที่ สปป.ลาว จับกุมตัวแล้ว ก็พยายามฆ่าตัวตายด้วยการอดอาหารและน้ำ ซึ่งยอมตายดีกว่ามาถูกดำเนินคดีในประเทศไทย ส่วนผู้ต้องหาคนอื่นๆ ในเครือข่ายนี้ยังหลบหนีอยู่อีก 2 ราย โดยอยู่ระหว่างการติดตามจับกุมตัว เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาไปสอบสวนขยายผลและเตรียมส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป