พระ-เณร สุดทน ขึ้นปราศรัย ชู 3 นิ้ว ถ้าการเมืองดีหลวงพี่คงไม่มาบวช เล่าวันถูกสลายชุมนุม
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 5 พ.ย.63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณหอนาฬิกา ด้านหน้ามหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา จ.นครปฐม หลังจากเพจเฟซบุ๊กของภาคีนักศึกษาศาลายาได้ประกาศเชิญชวน รวมพล "ราษฎร" ศาลายาในช่วงเวลา 17.00 น. เพื่ออกมาเรียกร้อง 3 ข้อ โดยร่วมกิจกรรมในการเปิดพื้นที่แสดงออกให้ถนนทั้งสาย ณ วงเวียนหอนาฬิกา ศาลายา เต็มไปด้วยราษฎรและเปิดพื้นที่เสรี "ฟรีไมค์" มาร่วมกันประกาศศักดา ทำให้ทุกพื้นที่เป็นพื้นที่ของ "ราษฎร" โดยแท้จริง
เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด
จากนั้นได้มีประชาชน รวมไปถึงบรรดานักศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั้งในเขตนครปฐมและเขตใกล้เคียง รวมไปถึงพระภิกษุสงฆ์ ได้ทยอยมารวมตัวกันตามนัด ทั้งนี้ได้มีการจัดเวทีเพื่อปราศรัย บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.ธีรศักดิ์ ศรีประเสริฐ ผกก.สภ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ได้เดินทางมาในพื้นที่ของการจัดชุมนุมครั้งนี้ โดยยื่นหนังสือให้กับประธานภาคีนักศึกษาศาลายา เนื่องจากในการชุมนุมสาธารณะครั้งนี้ไม่ได้มีการขออนุญาตก่อน ภายใน 24 ชั่วโมงจากเจ้าหน้าที่ จึงแจ้งขอความร่วมมือในการเปิดทางการจราจรให้ประชาชนได้สัญจรได้อย่างสะดวก และขอความร่วมมือให้ยุติการชุมนุมภายในเวลา 20.00 น.
น.ส.ฉัตรรพี อาจสมบูรณ์ อายุ 22 ปี นักศึกษาวิทยาลัยนานาชาติ มหิดล ศาลายา ซึ่งเป็นประธานภาคีนักศึกษาศาลายา เปิดเผยว่า ในการจัดกิจกรรมครั้งนี้เพื่อต้องการเรียกร้อง ในจำนวน 3 ข้อ คือ 1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะต้องลาออกจากตำแหน่งนายก 2.จัดให้มีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน 3.ต้องการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ให้อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ แต่ไม่ใช่การล้มล้างสถาบัน ขอประกาศอีก 1 จุดยืนคือ "ไม่ร่วมสังฆกรรมกรรมการสมานฉันท์" เพราะเราเล็งเห็นว่าเป็นแค่การต่ออายุให้รัฐบาล จะขอยืนยันสามข้อเรียกร้องเดิมเท่านั้น
นอกจานี้ยังมีการทำสัญลักษณ์เพื่อล้อการเมือง โดยมีลุงหุ่น อายุ 55 ปี ชาวพิษณุโลก ได้แต่งตัวล้อเลียนทางการเมืองเพื่อบอกเล่าเรื่องราว โดยสวมใส่ชุดนักโทษสีน้ำตาลและล่ามโซ่ตรวน สะพายกล่องรับบริจาคสนับสนุนหุ่นโชว์แสดงสัญลักษณ์ทั่วประเทศ ทั้งยังทาแป้งจนเป็นหน้าสีขาวนวลเขียนระบุไว้ที่ใบหน้าว่าไม่ใช่นักโทษ
ขณะเดียวกันได้มี "พระเอิร์ธ" ขึ้นปราศรัย โดยกล่าวว่า ถ้าการเมืองดีหลวงพี่คงต้องไม่มาบวชเรียน เพราะเศรษฐกิจไทยบีบบังคับให้หลวงพี่เป็นผู้อ่อนแอและต้องมาพึ่งผ้าเหลืองในการบวชเรียน สิ่งที่ทำให้พระสงฆ์ไทยมีสิทธิบางอย่างเหนือการเมือง คงจะปฏิเสธไปไม่ได้ว่า เป็นระบบพัดยศ เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้พระสงฆ์มีความยึดติดกับยศ ตำแหน่ง พระใช้ระบบนี้ในการกดขี่พระลูกวัดและสร้างค่านิยม จึงอยากฝากไปถึงพระด้วยกันเอง พวกเราไม่ออกมาไม่เป็นไร เพราะตอนนี้พวกเรายังสบายอยู่ ถือบาตรออกบิณฑบาต ก็ได้ข้าวกลับมาใช้ชีวิตให้อยู่รอดภายใน 1 วัน
ส่วนพระที่มียศมีตำแหน่งก็ได้เงินจากการออกกิจนิมนต์ พวกเราไม่ได้รับรู้ถึงความรู้สึกของคนที่อยู่ด้านหน้าที่มาชุมนุม ที่บางคนจะต้องส่งเงินเสียตัวเองให้ได้เล่าเรียน พ่อแม่บางคนอดข้าวอดน้ำเพื่อที่จะให้ลูกมีเงินไปใช้จ่ายที่โรงเรียนซื้อข้าวกลางวัน แต่พระสงฆ์เพียงแค่ถือบาตรออกไปเดินก็มีข้าวกินแล้ว
อย่าลืมว่าโรงเรียนพระปริยัติธรรมก็เป็นเงินภาษีของประชาชนเช่นเดียวกัน พระพุทธศาสนาจะแยกตัวออกจากการเมืองได้อย่างไร ในเมื่อประชาชนเสียเงินภาษีให้พวกเราได้เล่าเรียน ในเมื่อประชาชนเสียภาษีให้พวกเราได้เล่าเรียนเรียนฟรีใน ร.ร.พระปริยัติธรรม แต่โยมไม่ได้อะไรกลับไปเลยนอกจากน้ำลาย และเป็นน้ำลายสลิ่ม ที่เข้าข้างศักดินา ประชาชนไม่ได้อะไรเลยนอกจากคำว่ารักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ หากเราปฏิรูปเราก็สามารถอยู่ด้วยกันได้ภายใต้รัฐเดียวกัน มีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เหมือนกันและเท่าเทียมกัน
จากนั้น หลวงพี่เอิร์ธ ก็ได้ชู 3 นิ้ว พร้อมกล่าวว่า "สาธุ" ก่อนที่ สามเณรสหรัฐ จะขึ้นเวที พร้อมเล่าถึงเหตุการณ์สลายชุมนุมที่แยกปทุมวัน เมื่อ 16 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งสามเณรสหรัฐ ก็อยู่อยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย