จับแก๊งแอพพ์เงินกู้ดอกโหด"แบบเวิร์คฟอร์มโฮม"
เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. พล.ต.อ.ปิยะ อุทาโย รอง ผบ.ตร./ฐานะผอ.ศปน.ตร. พล.ต.ท.สุทิน ทรัพย์พ่วง ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปน.ตร. พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบช.สง.ก.ตร./รอง ผอ.ศปน.ตร. พล.ต.ท.สมชาย เกาสำราญ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร./เลขานุการ ศปน.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ปัญญา ปิ่นสุข รอง ผบช.ก. และ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ผบก.ปอศ.) แถลงผลดำเนินการปราบปรามความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบอย่างเป็นรูปธรรม ทาง พ.ต.อ.ภาดล จันทร์ดอน พ.ต.ท.กริช วรทัต รองผกก.5 บก.ปอศ. พร้อมตำรวจสังกัด กก.5 บก.ปอศ. สืบสวนปราบปรามนายทุนเงินกู้นอกระบบ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการถูกเอารัดเอาเปรียบและการทวงถามหนี้โดยผิดกฎหมายอย่างจริงจัง จนพบว่าแอพพลิเคชั่น “Consumer Finance” และ “Mini Loan” ดำเนินงานโดย บริษัท ไทย วาลี จำกัด มีการประกอบธุรกิจให้กู้ยืมเงินโดยผิดกฎหมายเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด และมีการทวงหนี้โดยผิดกฎหมาย ย้ายที่อยู่เพื่อหลบหนีการจับกุมมาหลายครั้ง โดยหลบมาเช่าบ้านพักเป็นฐานสำหรับติดตามทวงถามหนี้และใช้เป็นที่พักพนักงาน อยู่ที่ หมู่ที่ 19 ต.รอบเวียง อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย ทั้งนี้สำหรับตัวนายทุนจะแยกไปสั่งการและบริหารงาน อยู่บนดอยแม่สลอง ต.แม่สลองใน อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อตะเข็บชายแดน เพื่อสะดวกต่อการหลบหนีและยากต่อการติดตามจับกุม
ต่อมาตำรวจศูนย์ป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับหนี้นอกระบบ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปน.ตร.) โดย กก.5 บก.ปอศ. พร้อมตำรวจ กก.ตชด.32 , กก.12 บก.รน. , กก.5 บก.ทล. และ กก.สส.ภ.จว.เชียงราย นำหมายค้นของศาลจังหวัดเชียงรายเข้าตรวจค้นสถานที่ทั้ง 2 แห่งดังกล่าว โดยจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมด 10 คน ประกอบด้วย 1.นายอนุวัตร กังสดาลบรรพต กรรมการผู้จัดการบริษัทฯ 2.น.ส. สุภาวรรณ กังสดาลบรรพต ทำหน้าที่ควบคุมพนักงานทวงหนี้ 3.น.ส.ปิยฉัตร นภาพันธ์ ทำหน้าที่อนุมัติสินเชื่อ 4.นายภัทรณิชา โพธิกุล ทำหน้าที่ฝ่ายบุคคล และจับกุมพนักงานทวงหนี้ของบริษัทฯอยู่ในที่เกิดเหตุอีก 6 คน พร้อมตรวจยึดของกลางประกอบด้วย เครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค 19 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 50 เครื่อง
สมุดบัญชีธนาคาร 7 เล่ม แฟ้มประวัติพนักงาน 3 แฟ้ม เอกสารแนะนำทวงหนี้ 3 ชุด เอกสารที่เกี่ยวข้อง 1 ลัง จึงแจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาทั้งหมดว่า ร่วมกันประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับโดยไม่ได้รับอนุญาต ,ร่วมกันเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด ,ร่วมกันกระทำการทวงหนี้ในลักษณะข่มขู่ การใช้ความรุนแรงหรือการกระทำอื่นใดที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่ร่างกาย ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของลูกหนี้หรือผู้อื่น
พล.ต.อ.ปิยะ พล.ต.ต.ไมตรี และ พ.ต.อ.ภาดล ร่วมกันสอบสวนกลุ่มผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่ากระทำความผิดดังกล่าวจริง โดยมีการปล่อยกู้ให้กับลูกหนี้ ปัจจุบันมีฐานลูกหนี้ทั่วประเทศกว่า 30,000 คน พนักงานทวงหนี้ของบริษัทจะทำการทวงหนี้วันละ 3,500 คน/วัน ทั้งนี้บริษัทยังมีการกระทำความผิดเชื่อมโยงทั้งหมด 21 แอพพลิเคชั่น มีพนักงานทวงหนี้ กว่า 100 คน โดยเมื่อรับพนักงานทวงหนี้เข้ามาจะทำการอบรมพร้อมแจกเอกสารวิธีทวงหนี้ให้พนักงาน จากนั้นจะให้แยกย้ายไปทำงานทวงหนี้แบบ เวิร์คฟอร์มโฮม เพื่อไม่ให้มีพนักงานรวมกันอยู่จำนวนมากเป็นที่ผิดสังเกต โดยในเอกสารจะระบุวิธีการทวงหนี้ต่างๆ เช่น การพูดกดดันทำอย่างไร ควรโทรเวลาไหน ถ้าลูกหนี้ปิดเครื่องหรือบล็อกเบอร์ให้โทรทวงกับคนใกล้ชิด รวมไปถึงการส่งข้อความทวงหนี้ หรือข่มขู่ในรูปแบบต่างๆ
พล.ต.อ.ปิยะกล่าวว่า ขณะนี้อายัดบัญชีที่เกี่ยวข้องทั้งหมด 60 บัญชี พบยอดเงินหมุนเวียน ในบัญชีกว่า 200 ล้านบาท และสามารถสืบสวนจนทราบรายชื่อพนักงานทวงหนี้เวิร์คฟอร์มโฮม หมดทุกคนแล้ว อยู่ระหว่างขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องต่อไป
โดย ศปน.ตร. จะรวบรวมพยานหลักฐานทุกชนิดที่เกี่ยวข้อง และติดตามผู้เสียหายมาสอบปากคำเพิ่มเติม ตรวจสอบเส้นทางการเงิน ตรวจสอบของกลางที่ตรวจยึดได้ และขยายผลดำเนินคดีกับนายทุนและผู้เกี่ยวข้องทุกราย ขอเตือนไปยังบุคคลบางกลุ่มที่ยังมีพฤติการณ์ที่ชอบเอารัดเอาเปรียบชาวบ้าน ประกอบกิจการหรือมีพฤติกรรมเป็นนายทุนปล่อยเงินกู้นอกระบบ คิดดอกเบี้ยโหด ทำร้ายร่างกาย ข่มขู่ คุกคามชาวบ้าน ให้หยุดการกระทำเสีย ตำรวจจะเอาจริงแบบถอนรากถอนโคน ดำเนินคดีทุกข้อหาความผิดอย่างเฉียบขาด และไม่ยอมให้มีการเอาเปรียบซ้ำเติมประชาชนเป็นอันขาด” พล.ต.อ.ปิยะฯ กล่าว