โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

19 สูตรสมุนไพร ใช้ระงับอาการไอ ได้ผลชะงัด

รักบ้านเกิด

อัพเดต 19 ส.ค. 2563 เวลา 09.54 น. • เผยแพร่ 19 ส.ค. 2563 เวลา 08.13 น. • รักบ้านเกิด.คอม

ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนเดี๋ยวหนาวเดี๋ยวร้อย ร่างกายคนเราอาจมีการปรับตัวไม่ทัน จึงเห็นหลายคนในออฟฟิศ ไอค๊อก ไอแค๊ก กันทั้งวี่ทั้งวัน บางท่านออกอาการไอจนตัวโยกตัวโยน และโลดโผนไปสู่การไอจนมีน้ำปัสสะวะกระปิดกระปอยออกมา จำต้องใส่ผ้าอ้อมช่วยก็มี หากใครลองได้เป็นไอที่ไม่ใช่ I Love You แล้วละก็ จะรู้ซึ้งใจดีว่ามีความทรมานสังขารมากขนาดไหน และสร้างความรำคาญให้คนรอบข้างได้มากน้อยเพียงใด ด้วยอาการไอนั้นสุดแสนจะรำคาญกายา แม้ว่าจะมีการใช้ยาแผนปัจจุบันเข้ามาช่วยบำบัด ก็อาจใช้เวลานานเป็น 2-3 สัปดาห์ กว่าร่างกายจะฟื้นตัวอวัยวะก็คงฉาบไปด้วยเคมีจากยาที่ทานเข้าไป ซึ่งรวมๆ แล้วก็มากโขอยู่ พอหายเจ็บไข้ หมดไอ ตับก็คงจะมีอาการล่อแล่ไปตามๆ กัน ดังนั้น หากใครมีอาการไอที่เกิดจากการเป็นหวัด ภูมิแพ้ ที่ไม่ใช่โรคร้ายแรง เช่น โรคปอดหรือวัณโรคแล้วล่ะก็ ลองหันมาพิจารณา สูตรสมุนไพร บรรเทาอาการไอ ตามแบบแผนโบราณ ที่มีการใช้กันมาอย่างแพร่หลายจนถึงปัจจุบัน ควบคู่ไปกับการทานยาจากโรงหมอ ด้วย 19 สูตรสมุนไพร ใช้ระงับอาการไอ แบบได้ผลชะงัด เหล่านี้ไว้เป็นทางเลือกกันดูดีกว่า รับรองว่าไม่เสี่ยงทำตับพัง และหลายวิธีมีดีกว่ายาเม็ดที่หมอจ่ายมาเสียอีก

Hilight-Kaset/25_1_IMG_0411_resize.JPG

*"มะแว้งเครือ"
ภาพ : พลอยโพยม*

19 สูตรสมุนไพร
ใช้ระงับอาการไอ ได้ผลชะงัด

1. มะขามป้อม : ไม่ว่าจะขบเคี้ยวผลสดๆ จิ้มเกลือหรืออมยาอมรสมะขามป้อมก็ช่วยบรรเทาอาการไอได้ทั้งสิ้น หากไอหนักๆ มีเสมหะแน่นๆ แนะให้ใช้ผลมะขามป้อมตากแห้ง 5-10 ผล ต้มกับน้ำ 2-3 แก้วกาแฟ ต้มจนเดือดเคี่ยวต่อไปอีกเล็กน้อยแล้วยกลงมาจิบอุ่นๆ ระหว่างวันจะช่วยขับเสมหะ ชุ่มคอ ดีนักแล
 

2. ฟ้าทะลายโจร : ความขมของฟ้าทะลายโจรนั้นเป็นที่เลื่องลือมาช้านานในหมู่คนไทยรุ่นเก่าก่อนว่า ใช้แก้ไข้ แก้ไอได้ผลชะงัดนัก แค่เพียงทานฟ้าทะลายโจรแบบแคปซูล ตามคำแนะนำข้างขวดหรือใช้ใบสดอมใต้ลิ้นไว้ทั้งวันจะช่วยบรรเทาไอ และทำให้หายไอได้เป็นปลิดทิ้ง (เชื่อเถอะผู้เขียนลองมาแล้ว)
3. มะนาว+น้ำผึ้ง+เกลือ : สูตรฮิตช่วยกู้ชีพเส้นเสียงให้กลับมาคืนดี คงหนีไม่พ้นการคั้นน้ำมะนาวสดๆ 1-2 ลูก ผสมน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ และ เกลือครึ่งช้อนชา จิบระหว่างวัน จะช่วยลดเสมหะ บรรเทาไอ ไม่ระคายคอ หรือ ถ้าทนความขมได้พอประมาณ ให้ใช้เมล็ดมะนาว 10-15 เมล็ด คั่วไฟอ่อนให้เหลืองแล้วบดกับพิมเสน 2-5 เกล็ด ให้ละเอียด จากนั้นนำไปชงทานกับน้ำร้อนจิบระหว่างวัน ก็จะได้ยาขับเสมหะชั้นเยี่ยม
4. ใบมะรุม : ใบมะรุมมีวิตามินซีสูง การทานใบมะรุมจึงเสมือนเสริมวิตามินซีจากธรรมชาติให้กับร่างกาย การนำมาใช้บำบัดอาการไอ ให้เลือกใบมะรุมแบบกึ่งแก่กึ่งอ่อน 1- 2 กำมือ มาตำหรือปั่นคั้นกับน้ำ 1 แก้ว แล้วกรองเอาน้ำคั้นที่ได้มาดื่มเพียงแก้วเดียว(ห้ามดื่มเกิน 1 แก้วเด็ดขาด) เท่านี้ก็จะหายจากอาการไอเป็นปลิดทิ้ง หรือ จะเลือกทานแบบแคปซูลตามคำแนะนำข้างขวด หรือ อมวิตามินซีเม็ดแทนก็ช่วยให้หายไอได้เช่นกัน
5. เห็ดหลินจือ : เห็ดหลินจือถูกนำมาใช้เป็นยารักษาโรคมาช้านานตั้งแต่เห็ดชนิดนี้ยังไม่เข้ามาในเมืองไทย คนจีนได้นำไปใช้รักษาโรคมายาวนานกว่า 2,000 ปี ซึ่งเห็ดหลินจือนั้นมีสรรพคุณหลักคือ ต้านเนื้องอก-มะเร็ง,ลดน้ำตาลในเลือด,ลดไขมัน ช่วยให้นอนหลับ ฯลฯ และ ช่วยแก้ไอ บรรเทาหวัดได้ โดยสามารถทานเป็นชาชงจิบดื่มระหว่างวันหรือทานในรูปแบบแคปซูลผงก็ช่วยให้หายได้ภายใน 1-2 วัน
 

6. เห็ดหูหนูขาว : ในบรรดาเห็ดที่คนจีนนิยมนำมาใช้ทำยารักษาโรคนั้น นอกจากเห็ดหลินจือ ก็มีเห็ดหูหนูขาวอยู่ด้วยเป็นอันดับต้นๆ ด้วยมีสรรพคุณเด่นด้านการบำรุงผิวพรรณ บำรุงสมอง ช่วยในการนอนหลับ บำรุงหัวใจ บำรุงไต และบรรเทาอาการไอแห้ง อย่างได้ผล การทานเห็ดหูหนูในรูปของยำหรือนำไปประกอบอาหารจานอื่น ๆ หรือ จะนำมาต้มกับน้ำ ในอัตรา เห็ดหูหนู 1 ส่วนต่อน้ำ 3 ส่วน จนเดือด แล้วเคี่ยวต่อไปอีกเล็กน้อย แล้วยกลงรินจิบอุ่นๆ ระหว่างวันจะช่วยลดการระคายคอสำหรับผู้ที่มีอาการไอแบบไม่มีเสมหะอย่างได้ผลดี

Hilight-Kaset/25_2_nam_tuyet.jpg

"เห็ดหูหนูขาว"
ภาพ : http://media.bizwebmedia.net

7. มะแว้งเครือหรือมะแว้งต้น : วิธีนี้รับรองได้ผลชะงัด ผู้เขียนชอบใช้เพราะได้ผลแบบทันตาเห็น โดยเฉพาะมะแว้งเครือนั้นให้ทานผลสด(สุก) ครั้งละ 5-6 ผล โดยใช้วิธีเคี้ยวช้าๆ ดูดกลืนน้ำจากผลแล้วคายกากทิ้ง ส่วนมะแว้งต้น ให้ใช้ผลสุกสดๆ 5-10 ผล ตำคั้นน้ำ 1 แก้ว ใส่เกลือเล็กน้อย จิบบ่อยๆ หรือใช้ผลสด 10 - 20 ผล เคี้ยวแล้วกลืนทั้งน้ำและเนื้อรับประทานบ่อยๆ จนกว่าอาการจะดีขึ้น ซึ่งมะแว้งต้นนั้นจะให้ผลดีไม่ต่างจากมะแว้งเครือ แต่มะแว้งเครือจะให้ผลดีกว่า
8. ชะเอมไทย : มีสรรพคุณโดดเด่นด้านแก้ไอ ขับเสมหะโดยเฉพาะ ดังจะเห็นได้ว่า ชะเอมไทย กลายเป็นส่วนผสมหลักในยาแก้ไอหลายขนาน มีทั้งในรูปแบบยาน้ำ ยาเม็ด และ น้ำเชื่อม แต่ถ้าอยากให้ได้ผลดี และมีต้นสดๆ อยู่ใกล้บ้าน ก็เป็นการดีกว่า ที่จะได้ทำยาแก้ไอจากต้นชะเอมไทยทานเอง แค่เพียงต้องใช้ในส่วนของราก เนื้อไม้ และ ฝัก ในอัตราส่วน รากยาว 3-4 นิ้ว + เนื้อไม้(ปลอกเปลือกออก) 3-4 ท่อน และ ฝัก 2-3 ฝัก ต้มกับน้ำ 5-8 ถ้วย ให้เดือดแล้วยกลง รินเอาน้ำต้มมาจิบดื่มระหว่างวัน ให้ผลดีเช่นเดียวกับการทานยาแก้ไอสำเร็จรูป แต่จะเข้มข้นกว่า
หมายเหตุ : น้ำต้มชะเอมไทยจะมีรสหวานเล็กน้อยจากน้ำตาลกลูโคสและซูโครสที่มีอยู่ในเนื้อไม้ของต้นชะเอมไทย ทำให้รับประทานง่าย
9. พริกไทยดำ + น้ำผึ้ง : ใช้เมล็ดพริกไทยดำ10-15 เมล็ด ตำให้แหลก แล้วนำไปแช่ในน้ำอุ่น 1 แก้ว นาน 10 นาที จากนั้นจึงกรองเอาน้ำที่ได้มาผสมกับน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ จิบดื่มระหว่างวัน ช่วยแก้ไอ ขับเสมหะได้ดี
10. มะดัน : มะดันมีรสเปรี้ยวแฝงอยู่ในทุกส่วนของต้น ดังนั้น ในฤดูที่ไม่มีผล ให้ใช้ใบกึ่งแก่กึ่งอ่อน มาทานจิ้มเกลือเล่นระหว่างวันจะช่วยบรรเทาอาการไอ ขับเสมหะ ได้ดีพอๆ กับการใช้ผล หรือ จะใช้ใบแห้ง 1 กำมือ บดเป็นผงต้มกับน้ำ 3-5 แก้ว แค่พอเดือด แล้วจิบทานขณะอุ่นระหว่างวัน หรือ ถ้าเป็นช่วงที่มีผลดก แนะให้ทานผลสดจิ้มเกลือ ไปเลยเพียวๆ รับรองเอาอยู่เรื่องแก้ไอ ขับเสมหะ

Hilight-Kaset/25_6_53698_1.jpg

"มะดัน"

Hilight-Kaset/25_7_มะรุม.JPG

"มะรุม"

 

Hilight-Kaset/25_8_dr.jpg

"หนุมานประสานกาย"
ภาพ : http://da.lnwfile.com

11. ตะลิงปลิง : ความเปรี้ยวของตะลิงปลิงนั้นเป็นที่ยอมรับไม่แพ้ มะดัน หรือ มะยม ที่คนไทยเก่าก่อนมีการนำลูกตะลิงปลิงไปใส่แกงต้ม แกงส้มต่างๆ ที่ต้องการรสเปรี้ยวมาช้านาน ซึ่งในส่วนของตะลิงปลิงนั้นมีสรรพคุณในการลดไข้ แก้เสมหะเหนียว แก้ไอ และ แก้ลักปิดลักเปิดได้ดี การทานผลสดหรือทานแบบจิ้มเกลือจึงช่วยขับเสมหะ ลดอาการไออย่างได้ผล
12. มะขาม(เปรี้ยว) : ความเปรี้ยวในมะขาม จะเป็นตัวช่วยกัดเสมหะ ทำให้เสมหะละลาย ลดการระคายคอ แก้ไออย่างได้ผล แค่เพียงทานเนื้อผล(มะขามเปียกหรือสด)จิ้มเกลือ หรือ คั้นเป็นน้ำผสมเกลือเล็กน้อย ใช้จิบบ่อยๆ ระหว่างวัน
13. หนุมานประสานกาย : มีคุณสมบัติโดดเด่นในการนำมาใช้บำบัดโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ เช่น หอบหืด หลอดลมอักเสบ วัณโรค แก้ไอ ขับเสมหะ ในยาไทยการนำมาใช้แก้ไอ ขับเสมหะ นั้นจะใช้ใบสดสะอาด 2-3ช่อ หรือ 1- 2 กำมือ ตำคั้นน้ำ 1 แก้ว กรองน้ำดื่ม วันละ 2 ครั้ง(ให้ทำ 2 ครั้ง) เช้า-เย็น หรือ ใช้ใบสด 4-5 กำมือ ต้มกับน้ำ 10แก้ว นาน 10นาที จากนั้นยกลงจากเตา รอให้อุ่น รินแต่น้ำดื่มทั้งวัน จะช่วยบรรเทาอาการไอได้ดีเช่นกัน
14.ขิง : เหง้าขิงมีรสเผ็ดร้อน จึงมีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อโรคและขับเสมหะได้ แค่เพียงใช้เหง้าขิงแก่ หั่นต้มกับน้ำจนเดือดและเคียวต่อไปจนได้น้ำขิงสีเหลืองเข้มข้นใน อัตราขิง 1 ส่วนต่อน้ำ 3 ส่วน จิบทานระหว่างวัน หรือจะเติมน้ำตาลทรายแดง ลงไปช่วยทำให้ชุ่มคอ และทานง่ายขึ้นก็ได้เช่นกัน
หมายเหตุ : การทานขิง แก้หวัด ขับเสมหะ หรือ แก้ไอ ควรเริ่มตั้งแต่มีอาการเจ็บระคายคอในเบื้องต้น จะช่วยลดการเจ็บคอ หรือ บรรเทาอาการหวัดลงคอ ขับเสมหะ แก้ไอ อย่างได้ผล

Hilight-Kaset/25_3_334_1.jpg

"ดีปลี"

Hilight-Kaset/25_4_12448_1.jpg

"กระเจี๊ยบเขียว"

Hilight-Kaset/25_5_34122_1.jpg

"เพกา"

15.ดีปลี : เป็นสมุนไพรที่มีรสเผ็ดร้อนจึงช่วยขับเสมหะได้ดี แค่เพียงนำผลดีปรีแห้ง ครึ่งผลฝนกับน้ำมะนาว ผสมเกลือเล็กน้อยกวาดล้วงคอ หรือ ใช้ต้มน้ำจิบเป็นชาระหว่างวันในอัตราส่วนดีปลี 1/2 ส่วน ต่อ น้ำ 3 ส่วน ก็ได้เช่นกัน
หมายเหตุ : ด้วยความเผ็ดร้อนในดีปลีที่มีอยู่มาก จึงไม่เหมาะต่อผู้ป่วยที่เป็นไข้ตัวร้อน เพราะจะกลายเป็นการเพิ่มความร้อนในตัวทำให้เกิดอาการร้อนในได้
16.เมล็ดเพกา(ลิ้นฟ้า) : เพกาหรือลิ้นฟ้าเป็นไม้ป่ายืนต้นที่คนไทยนิยมทานในรูปของผักมาช้านาน โดยยอดอ่อน-ดอกอ่อน-ใบอ่อน จะมีรสขม ใช้ลวกจิ้มทานกับน้ำพริก สำหรับฝักนั้นจะทานในขณะที่อายุฝักไม่เกิน 1 เดือน โดยการนำไปเผาไฟ ลอกเปลือก แล้วทานเนื้อข้างใน ด้านการนำเพกามาใช้บำบัดอาการไอจะใช้เมล็ดจากฝักแก่ 5-10 เมล็ด ต้มกับน้ำ 2-3 แก้ว แล้วนำมาจิบดื่มระหว่างวัน
หมายเหตุ : เนื่องจากเมล็ดของเพกา มีสรรพคุณเป็นยาระบาย การทานเมล็ดเพกาในสูตรนี้อาจมีผลข้างเคียงทำให้เกิดการระบายท้องอ่อนๆ ได้
17. กระเจี๊ยบแดง : คนเรารู้จักนำกระเจี๊ยบแดงมาทำเป็นเครื่องดื่มดับกระหายมาช้านาน แต่จะมีสักกี่คนที่จะรู้ว่า กระเจี๊ยบแดง นั้นช่วยบรรเทาอาการไอ ขับเสมหะ ลดไข้ ได้ไม่แพ้พืชอื่นๆ ข้างต้นดังกล่าวมา แค่เพียงใช้กลีบเลี้ยง(กลีบที่หุ้มผลสีแดงๆ) แห้ง 5-10กรัม ต้มน้ำ 1-2 แก้ว แล้วจิบดื่มระหว่างวัน
18 . กระเจี๊ยบเขียว(มอญ) : นิยมทานกันในรูปผักสดมาช้านาน โดยชาวมอญจะนิยมนำไปแกงส้ม ชาวไทยนิยทจิ้มน้ำพริก ชาวญี่ปุ่นนิยมทานในรูปแบบของ เทมปุระ ในผลสดจะมีเมือกเหนียวที่จะไปเคลือบแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้ไม่ให้ลุกลาม จึงมีสรรพคุณเด่นด้านการรักษาโรคกระเพาะ แต่ถ้าใช้ผลแก่ตากแห้ง แล้วบดเป็นผงชงกับน้ำ ดื่มจะเป็นการบำรุงกำลังและแก้ไอได้
19. วิคส์ : มีส่วนผสมหลักจากน้ำมันยูคาลิปตัส เมนทอล และ การบูร คนไทยรู้จักมักคุ้นดีในรูปตลับพร้อมใช้ ซึ่งมีประโยชน์ที่หลายคนอาจจะยังไม่เคยรู้มาก่อนก็ได้ว่า วิคส์ นั้นสามารถนำมาใช้เยียวยา บรรเทาอาการไอ ในเวลากลางคืน เพียงแค่ทาวิคส์ไว้ใต้ฝ่าเท้าและนวดคลึงเบาๆ จากนั้นให้สวมถุงเท้าทับไว้จะช่วยบรรเทาอาการไอหนักช่วงกลางคืน อย่างได้ผล
เขียน/เรียบเรียงโดย : มินยดา อนุกานนท์
 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...