โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปริศนางบและงานทหารเรือไทยยุคแรก จากหนี้ประหลาด ถึง "เรือผี" เบิกอาหารแต่ไม่พบคนกิน

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 17 มิ.ย. 2567 เวลา 05.02 น. • เผยแพร่ 14 มิ.ย. 2567 เวลา 09.21 น.
ภาพประกอบเนื้อหา - ชุดฝึกหัด พลทหาร และนายทหารประทวนชั้นจ่า (ภาพจากหนังสือ

ปริศนางบและงาน “ทหารเรือไทย” ยุคแรก จากหนี้ประหลาด ถึง “เรือผี” เบิกอาหารแต่ไม่พบคนกิน!

ในสมัยช่วงรัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ กิจการด้านทหารเรือของไทยเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างชัดเจน กระทั่งในสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งมีการพัฒนาในหลากหลายด้าน นำมาสู่หน่วยงานที่เรียกว่า กรมทหารเรือ ก่อนพัฒนามาเป็นกองทัพเรือไทยในเวลาต่อมา

ในช่วงเริ่มแรกนั้นมีเจ้านายหลายพระองค์ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารเรือ และมี สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ดำรงตำแหน่งช่วงหนึ่ง บรรยากาศภายในหน่วยงาน ณ ช่วงนั้น ปรากฏในบันทึกของพระธิดาที่บอกเล่าการทรงงาน

พ.ศ. 2444 สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต เข้ามารับตำแหน่งผู้บัญชาการทหารเรือต่อจาก สมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช

บันทึกพระประวัติกรมพระนครสวรรค์วรพินิต ซึ่ง พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศิริรัตนบุษบง พระธิดาเป็นผู้เรียบเรียงเล่าว่า ช่วงเวลานั้น กรมหลวงชุมพร (พระเจ้าบรมวงศ์เธอชั้น 5 กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์) ทรงเป็นรองผู้บัญชาการ พระยาเทพอรชุน เป็นปลัดบัญชาการ

บรรยากาศการทำงานภายในทหารเรือจากบันทึกโดยพระธิดา บรรยายไว้ว่า เมื่อเสด็จถึงกรมทหารเรือแล้วก็ไม่ทรงทราบว่าจะจัดการเรื่องใดอย่างไรบ้าง เนื่องจากไม่พบเอกสารหลักฐาน ข้อบังคับ คำสั่งแบบแผนสำหรับการปฏิบัติราชการเลย กล่าวคือ ไม่มีคำสั่งปฏิบัติการ ยังทำงานกันอย่าง “งานบ้าน”

“…ใครเคยทำอย่างไรก็ทำไปตามเคย ต้องเชิญท่านผู้ใหญ่ที่เป็นหัวหน้าหน่วยต่างๆ และกรมหลวงชุมพรฯ มาอธิบายการปฏิบัติราชการ ตามที่ท่านทรงทราบ พวกหัวหน้าหน่วยเหล่านั้นก็ไม่พูดกัน เพียงนั่งทำงานอยู่คนละห้อง มีเรื่องอะไรควรจะถามกันด้วยวาจา ก็ต้องเขียนจดหมายถามกัน ซึ่งทำให้ทำงานล่าช้า…”

กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ทรงศึกษาแบบแผนการปฏิบัติราชการทหารเรือจากทั้งกลุ่มหัวเก่าและหัวใหม่ บันทึกของพระธิดาบรรยายว่า พวกหัวใหม่ที่กล่าวถึงคือ กรมหลวงชุมพรฯ และ พระยามหาโยธา (ฉ่าง แสงชูโต) พวกหัวเก่าได้แก่ พระยาราชสงคราม (กร หงษกุล) พระยานาวาพลพยุหรักษ์ (ชม ภูมิรัตน์) พระศรสำแดง (ไม่ทราบนามเดิม) และอีกหลายท่าน จากนั้นทรงตั้งข้อบังคับเป็นลายลักษณ์อักษร จดบันทึกสำหรับข้าราชการทหารเรือให้ปฏิบัติ

ภารกิจของพระองค์ยังทรงดูแลถึงด้านการเงินและเบิกจ่ายงบด้านต่าง ๆ อาทิ ทรงสอบสวนหนี้สินของกรมทหารเรือ ส่วนหนึ่งพบหนี้ต่อห้างอีสท์เอเชียติ๊ก (สะกดตามบันทึก) แต่สืบค้นไม่ได้ความว่าเป็นหนี้จากสมัยใด ทราบแต่ว่าซื้อหม้อน้ำเรือมาใช้ 2 หม้อ ใช้ในเรือหม้อหนึ่ง อีกหม้อเก็บสำรอง จึงให้ส่งหม้อที่เก็บไว้คืน (เพื่อจะได้ไม่ต้องใช้เงิน) น่าเสียดายที่พระธิดาไม่สามารถจดจำรายละเอียดสิ่งของอื่นอีกหลายอย่าง

นอกจากสิ่งของ ยังมีเรื่องอาหารอย่างเช่น กล้วยหอม ไข่ไก่ มะนาว สำหรับแจกจ่ายให้กัปตันฝรั่งประจำเรือรบ ห้างอีสท์เอเชียติ๊กก็เป็นผู้ส่งอีก แต่ไม่ทราบเหตุผลว่าทำไมต้องเป็นห้างฝรั่ง แทนที่จะจ่ายซื้อที่ตลาด ไม่มีใครตอบได้ว่าใครสั่งซื้อจากห้างฝรั่ง นอกจากทูลว่า “ทำอย่างนี้มานานแล้ว”

ดังนั้น ทรงสั่งให้ซื้อจากตลาดโดยตรงจะได้ถูกลง กรณีฟืนก็เช่นเดียวกัน ในบันทึกกล่าวไว้ว่าสั่งซื้อฟืนจากห้างอีสท์เอเชียติ๊กเช่นกัน จึงทรงรับสั่งให้ซื้อจากพ่อค้าโดยเรียกประมูลเพื่อที่จะได้ราคาถูกลง

“สมัยนั้นนายทหารเรือผู้ใหญ่ที่มีหน้าที่จัดซื้อและเบิกจ่ายเงินไม่สันทัดในทางการเงินมักจะจ่ายเงินตามใจชอบ ซึ่งผิดระเบียบและงบประมาณที่วางไว้ พระศรสำแดงผู้รักษาเงินก็มีการเกรงกลัวผู้สั่งจ่ายเงิน แม้สั่งจ่ายผิดระเบียบก็จ่ายให้เสมอจึงทรงวางระเบียบการจ่ายเงินให้รัดกุมขึ้นและพยายามตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น

เช่น อาหารของพลทหารและจ่าที่อยู่บ้านขมิ้นและสวนอนันต์ซึ่งมีสิทธิเบิกข้าวไปกินที่บ้านได้นั้น ก็หิ้วไปคนละตั้งครึ่งกระป๋องทุกวัน ซึ่งจะกินได้ราว 3-4 คน จึงรับสั่งห้ามมิให้นำข้าวออกไปกินข้างนอก บังคับให้กินที่โรงครัว โดยประกาศให้ทราบล่วงหน้าหนึ่งเดือน เพราะเกรงว่าครอบครัวเขาจะไม่มีหม้อหุงข้าวกินเลย”

ในเรื่องจัดการงบด้านอาหาร พระองค์เจ้าศิริรัตนบุษบง ยังเล่าว่า หลังจากพระบิดาทรงเป็นผู้บัญชาการทหารเรือแล้ว 2 ปี ทรงทราบว่า มีเรือประทุนลำหนึ่ง มีเจ้าหน้าที่มาเบิกอาหารสำหรับเลขทหารล้อมวัง 200 คน ซึ่งทำงานอยู่ที่สวนดุสิต โดยพระบรมราชโองการให้ทหารเรือเลี้ยง แต่ไม่ทราบว่าจ่ายกันมาตั้งแต่เมื่อใด เมื่อรับอาหารกันแล้วก็เข้าไปในคลองมอญ หาตัวคนกินไม่เจอ

ทรงให้ทูลถามสมเด็จพระปิตุจฉาเจ้าสุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี ก็รับสั่งตอบว่า ไม่พบเห็นเลขทำงานที่สวนดุสิต ที่สวนดุสิตส่วนของเจ้านายพระองค์ไหน ทรงจ้างคนประจำอยู่แล้ว มีแค่ช่วงเริ่มทำสวนดุสิตจึงใช้เลข สวนดุสิตเมื่อช่วงแรกที่หักร้างถางพง แต่เมื่อภายหลังจ้างคนทำงานเหมือนกันกับตำหนักเจ้านาย

“เมื่อทรงสืบไม่ทราบเรื่องจึงสั่งให้ผู้จ่ายเสบียงถามผู้ที่มารับเสบียงว่าตัวคนกินข้าวอยู่ที่ไหน จำนวนเท่าไหร่ ให้ทำบัญชีมายื่น ถ้าไม่ได้บัญชีจะไม่จ่าย ตั้งแต่นั้นมาเรือรับเสบียงลำนั้นก็หายไปไม่มีมารับเสบียงอีกเลย”

นอกจากการพบ เรือผี เบิกเสบียงเลี้ยง “ทหารเรือผี” แล้ว หน้าที่การงานของกรมพระนครสวรรค์วรพินิตยังปรากฏในกิจการด้านการทหารตลอดหลายสิบปี กระทั่งเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 ซึ่งบันทึกของพระธิดายังเล่าถึงเหตุการณ์ที่ พระยามโนปกรณ์นิติธาดา นายกรัฐมนตรีคนแรกของไทย พร้อมกับ พระยาพหลพลพยุหเสนา หัวหน้าคณะราษฏร เข้ามาเจรจา ขอให้เสด็จออกจากเมืองไทย

กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ทรงตอบว่า ท่านอยากจะไป และจะไม่เกี่ยวกับการเมืองอีกเลย การที่ทำราชการมาเพราะ มิใช่มักใหญ่ใฝ่สูง แต่ขัดพระบรมราชโองการพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมิได้ ตามที่ทรงย้ำว่า“เกิดมาเป็นเจ้า ต้องทำราชการ ช่วยบ้านเมือง”

มีบันทึกไว้ว่า การเจรจานั้น พระยาพหลฯ แจ้งว่า พวกพลเรือนหนุ่ม ๆ ต้องการของแลกเปลี่ยน จึงเป็นอันว่าต้องเสียวังให้ไป เพราะพระองค์ทรงตอบว่า ข่าวลือที่ทรงมีเงินเก็บหลักล้านนั้นไม่เป็นความจริง (ในสมัยที่ก๋วยเตี๋ยวชามละ 3 สตางค์) เหลืออยู่แต่บ้านจึงแลกกับอิสรภาพ จากนั้นพระองค์เสด็จออกจากประเทศไทยไปประทับที่เมืองบันดุง เกาะชวา

พระดำรัสของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต ที่ตรัสเกี่ยวกับ “บ้าน” (วังบางขุนพรหม) กับนายนราภิบาล (ศิลป์ เทศะแพทย์) เลขานุการส่วนพระองค์ ใจความส่วนหนึ่งมีว่า

“—ผู้ก่อการเขาถามฉันว่า พวกเด็กๆ ที่ร่วมก่อการเขาเหนื่อยกัน ฉันจะมีอะไรให้เขาบ้าง ฉันก็เลยประชดไปว่า ฉันมีแต่บ้าน อยากได้ก็เอาไปซิ เขาเลยเอาจริงๆ—”

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศิริรัตนบุษบง. พระประวัติสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต. ในหนังสือ พระราชหัตถเลขา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต และพระประวัติ. พิมพ์เนื่องในการพระราชทานเพลิงศพ พันเอก หม่อมราชวงศ์ถวัลย์มงคล โสณกุล ท.ช., ท.ม. 2533

ศันสนีย์ วีระศิลป์ชัย.วาทะเล่าประวัติศาสตร์. กรุงเทพฯ : มติชน, 2556.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 10 กันยายน 2562

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ปริศนางบและงานทหารเรือไทยยุคแรก จากหนี้ประหลาด ถึง “เรือผี” เบิกอาหารแต่ไม่พบคนกิน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...