โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"น้องบี" รับแยกทางมีมี่จริง เหตุปัญหาส่วนตัวและครอบครัวไม่ลงรอย ปัดตอบมีแฟนใหม่

MATICHON ONLINE

อัพเดต 08 ต.ค. 2562 เวลา 14.50 น. • เผยแพร่ 08 ต.ค. 2562 เวลา 14.50 น.

 

เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากกรณีการปิดฉากตำนานรัก นายบุญมี ขันทอง หรือมีมี่ หนุ่มหน้าปาน กับน.ส.ภัสสร หรือ น้องบี อายุ 23 ปี สาวแสนสวย ซึ่งเคยเป็นตำนานรักที่หลายคนเคยอิจฉามาแล้ว โดยมีกระแสว่าฝ่ายหญิงมีชายหนุ่มคนใหม่และกลับมาอยู่ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลานั้น จากกาลงพื้นที่ไปยังร้านซุ้มอีสาน ตั้งอยู่ในย่านชุมชนคลองเตย อ.หาดใหญ่ ซึ่งเป็นร้านที่ทั้งคู่พบรักกันและเป็นร้านของครอบครัวมี่มี พบว่าร้านส้มตำแห่งนี้ถูกปิดแล้ว รวมทั้งครอบครัวและญาติพี่น้องของมีมี่ก็ย้ายออกจากบ้านเช่าที่อยู่ตรงข้ามกับร้านส้มตำกลับไปอยู่ที่ จ.สุรินทร์ หมดแล้ว

จากการสอบถามแม่ค้าที่อยู่ข้างร้านส้มตำบอกว่า ร้านส้มตำนี้ปิดมานานเกือบ1 ปีแล้ว และหลังจากที่มีมี่กับน้องปีไปอยู่กินด้วยกันที่ จ.สุรินทร์ ไม่เคยกลับมาอีกเลย แต่เมื่อประมาณ 1 สัปดาห์ก่อนที่จะเป็นข่าวว่าทั้งคู่เลิกรากัน เห็นน้องบีขับรถจักรยานยนต์มาซื้อของที่ร้านเซเว่นฯใกล้ๆกับร้านส้มตำ ซึ่งตนจำหน้าได้ แต่มาคนเดียว และน่าจะกลับมาพักอยู่ในละแวกนี้ โดยแม่ค้าบอกว่าคิดอยู่แล้วว่าคู่นี้น่าจะไปกันไม่ได้เพราะไม่น่าจะรักกันจริงเป็นแค่ความสนิทสนมกันเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อโทรศัพท์พูดคุยกับน้องบี ยอมรับสายบอกเพียงสั้นๆว่ากลับมาทำงานอยู่ที่ อ.หาดใหญ่ สักพักแล้วและเพิ่งเริ่มทำงานใหม่วันนี้เป็นวันแรกและขอเริ่มต้นชีวิตใหม่ไม่กลับไปอยู่กับมีมี่อีกแล้ว และบอกว่าสาเหตุที่ต้องเลิกกันเพราะมีปัญหาครอบครัว ตัวมีมี่เองที่เมาและชอบไล่ตน ครอบครัวของมีมี่ไม่ค่อยลงรอยกัน
“จะไม่ขอพูดอะไรมากกว่านี้แต่ก็ไม่ได้พูดถึงผู้ชายที่มีการถ่ายรูปคู่กันว่าเป็นแฟนใหม่หรือไม่ บอกเพียงว่าไม่อยากพูดอะไรอีกแล้ว และไม่พร้อมที่จะสัมภาษณ์ออกสื่ออีกแล้ว”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...