ถึงตัวเอง ในวันที่ไม่รู้จะหันหน้าไปคุยกับใคร - เพจบันทึกนึกขึ้นได้
ตั้งแต่เกิดมา ผมได้ยินเสียงคนหลายคนที่พูดกับผม
ได้ยินข้อความที่เข้ามาทำให้ผมรู้สึกหลายแบบ มีทั้งพูดให้เรามีแรงใช้ชีวิตต่อไป
มีทั้งพอพูดด้วยแล้วรู้สึกว่า จริง ๆ ไม่น่าเปลืองน้ำลายมาพูดกันเลย
แต่เสียงที่มีบทบาท และมีความสำคัญกับชีวิตเราจริง ๆ
ไม่ใช่เสียงจากคนอื่น แต่มันคือเสียงที่เราพูดกับตัวเองทุก ๆ วัน
สิ่งที่ผมเป็นในวันนี้ คือการตอบสนองกับเสียงในหัวของผมแทบทุกประโยค
ผมเป็นในสิ่งที่ผมบอกตัวเองว่าผมอยากเป็น ผมแสดงออกในสิ่งที่ผมพูดคุยกับตัวเอง
นั่นเหมือนดาบสองคม
เพราะบางครั้งเสียงนั้นก็บอกให้ผมลุยไปข้างหน้า อย่าสนใจคำพูดของใครสักคน
คนที่ไม่ได้สำคัญอะไรกับชีวิต
แต่บางครั้ง เสียงนั้นก็ทำให้ผมไม่อยากออกไปไหน ไม่อยากพบเจอใคร
เสียงนั้นบอกตัวเองว่าเราไม่ดีพอกับใคร หรืออะไรสักที
การทำเป็นไม่ได้ยินเสียงที่ตัวเองพูดกับตัวเองมันยาก
เพราะไม่ว่าใครจะพูดอะไรกับเรา เสียงของเค้าไม่ได้ดังไปกว่าเสียงในหัวของเราเลย
ผมไม่รู้ว่าผมจะกลับมาเปิดอ่านตัวหนังสือนี้อีกเมื่อไหร่
แต่ผมตั้งใจแล้วว่า ถ้าวันใดวันหนึ่งผมรู้สึกว่าสุดท้ายแล้ว
ผมไม่เหลือใคร หรือมีเหตุการณ์ที่ทำให้ผมหนักใจ จนไม่รู้จะหันไปหาใครที่ไหน
ผมจะกลับมาอ่านความคิดของตัวเองในวันนี้ดู
ผมเลือกวันที่ผมรู้สึกว่าผมมีพลังมากที่สุด
เพราะผมรู้สึกว่า ผมอยากเก็บความรู้สึกตอนนี้เอาไว้
เพื่อที่วันที่ผมหมดความรู้สึกแบบนี้ไป จะได้กลับมาทบทวนตัวเองใหม่อีกที
เป็นไงบ้าง สบายดีมั้ย ? จะใช้คำว่า ไม่เจอกันตั้งนานมันก็คงจะดูแปลกๆ อยู่
แต่ถ้าเปิดมาอ่านตอนนี้ ก็จะเดาเอาว่า แกน่าจะเจออะไรที่มันไม่ปกติมาใช่มั้ย
ตอนนี้ห้าทุ่มกว่าแล้ว ชีวิตตอนนี้โคตรวุ่นวายเลย แต่เป็นการวุ่นวายที่โคตรมีความสุข
ได้ทำอะไรที่อยาก สิ่งที่เราคิดไว้ในหัวหลายๆ อย่าง มันค่อยๆ กลายเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา
ตลกดี ถ้าจะบอกว่า ตอนนี้ตัวแกเองในอดีต กำลังมีความสุขดีนะ
แต่แก ที่กำลังอ่านอยู่ จะเป็นตายร้ายดียังไง เราเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน
ตอนที่แกอ่านอยู่ แกยังเป็นคนที่ชอบกดดันตัวเองอยู่เหมือนในวันนี้มั้ยนะ
ปกติแกชอบคิดอะไรอยู่ในหัวทุกวัน ๆ ว่าวันนี้จะทำอะไรดี
แผนของวันนี้ที่ตั้งใจไว้จะเป็นไปตามนั้นมั้ย
แล้วแกก็จะหงุดหงิดทุกครั้งที่มันพลาด หรือมีอะไรมาทำให้วันนั้นของแกมันไม่ได้ดั่งใจ
แล้วสุดท้ายก็ลงเอยด้วยการเททุกอย่าง ไหน ๆ ก็ไม่ได้ตามหวัง ก็ปล่อยมันไปซะเลย
จำวันที่เราส่งต้นฉบับไปที่สำนักพิมพ์นึงได้มั้ย
ที่เค้าบอกว่า งานของเราน่าสนใจมากเลยนะ แต่…..
แล้วเค้าก็ปฏิเสธกลับมาว่ามันยังไม่ได้
จำวันที่มีคนบอกว่า งานเขียนของเรามันใกล้คำว่าขยะ ได้รึเปล่า
ที่มันทำให้เราหมดความมั่นใจในตัวเอง ถึงขนาดที่หยุดเขียนไปเป็นปีๆ
ไม่กล้าเขียนไปให้ใครอ่าน แม้กระทั่งเขียนให้ตัวเอง ยังรู้สึกลำบากใจ
จำวันที่แม่โทรมาบอกว่า จับได้ว่าพ่อไปมีคนใหม่
แล้วแม่ร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรให้ฟังได้มั้ย
จำวันที่เมียน้อยของพ่อโทรมาระรานแม่ได้มั้ย
วันที่เราบอกว่า ถ้ายังทำแบบนี้อีก เราจะไปเอาเรื่องให้ถึงที่สุด
เดาว่าน่าจะยังจำได้อยู่
เพราะเป็นวันที่ระดับความโมโหกับความผิดหวังมันทำให้เราแทบจะร้องไห้ไม่ออก
จำวันที่แฟนคนแรกในชีวิตหายไปอย่างไม่มีวันกลับได้มั้ย
วันที่โทรไปหาเค้าที่บ้าน หลังจากที่หายจากกันไปหลายเดือน
แล้วปลายสายบอกว่า เค้าคนนั้นเสียไปได้เกือบเดือนแล้ว
วันที่เรารู้สึกว่า การจากลาโดยไม่ได้บอกลานี่มันโคตรอึดอัดในความรู้สึกข้างในเลย
จำวันที่โดนรุ่นพี่รุมด่าได้มั้ย
วันที่แกไม่ยอมวิ่งไปขอลายเซ็นพี่ ๆ ตอนรับน้องปีหนึ่ง
เพราะเรามองว่ามันโคตรจะเป็นเรื่องปัญญาอ่อน
อยากรู้จัก ก็มีวิธีอื่นตั้งมากมาย ไม่เห็นต้องไปเต้นแร้งเต้นกาให้อายต่อหน้าคนอื่น
เพื่อให้ได้มาซึ่งลายเซ็นที่สุดท้ายก็ไม่รู้ว่าเอาไปทำอะไร
คิดว่าน่าจะยังจำได้อยู่นะ
จริง ๆ มีอีกหลายเรื่องเลยที่อยากเตือนความจำ
ว่าจริง ๆ แล้วกว่าที่แกจะกลับมานั่งอ่านความคิดของตัวเองในวันนี้
แกผ่านเรื่องแย่ ๆ มามากมายกว่านั้นนะ
บางทีก็ไม่เข้าใจตัวเองนะว่า แท้จริงแล้วเราเกิดมาเพื่อเดินทางผ่านความทุกข์ใช่มั้ย
นี่คือเราคนเดียวรึเปล่าที่ต้องเจอกับอะไรที่มันทดสอบกำลังใจ
ทดสอบความอดทนที่จะผ่านอะไรที่เรารู้สึกว่า นี่คือสิ่งที่การเป็นคนต้องมาเจอหรอ
เคยคิดน้อยใจตัวเองอยู่เหมือนกันว่า
เราต้องเจอกับอะไรอีก การจะมีความสุขกับชีวิตจริงๆ
มันมีบททดสอบเยอะแยะขนาดนั้นเลยหรอ
ถ้าตอนนี้แกยังมีคำถามนี้อยู่
ตัวแกเองในอดีตตอนนี้ ก็อยากตอบว่า ใช่
มันยังมีอีกหลายบทให้แกต้องทำ
ตอนนี้แกเป็นยังไงบ้างนะ
โตกว่าตอนนี้แล้วแน่ ๆ
เชื่อว่า ที่แกกลับมาอ่าน แกอาจจะตลกกับสิ่งที่ตัวเองได้เห็นในตอนนี้ก็ได้นะ
บ่นอะไร เพ้อเจ้อ จริง ๆ แล้วตอนนี้แกอาจจะมีชีวิตที่ดี
ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้น เราโคตรยินดีเลยที่มันจะออกมาแบบนั้น
แต่ถ้ากำลังเศร้าอยู่
ไม่ว่าจะด้วยหน้าที่การงาน ความสัมพันธ์ โรคภัย การลาจากที่คาดไม่ถึง
ขอให้แกเข้มแข็งนะ
คำว่า แล้วมันจะผ่านไปได้ ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับเราเลย
เราผ่านมันมาตั้งหลายเรื่องแล้ว
เรื่องที่คิดว่า ไม่น่าจะผ่านไปได้ เราก็ค่อยๆ ผ่านมันไป
เรื่องที่ทำให้เราเจ็บช้ำน้ำใจ มันก็ค่อย ๆ ดีขึ้น
ถามจริง ๆ ตอนนี้ที่อ่านอยู่ ยังมีเรื่องเดิม ๆ ตอนนั้น มาทำให้แกรู้สึกถึงตอนนี้อีกรึเปล่า
ถ้ามีจริง ๆ ก็อยากบอกว่า วางมันลงเถอะ
จริง ๆ ตอนนี้ที่บอกแกอยู่อ่ะ มันยังวางไม่ได้นะ
แต่คิดว่า กว่าจะถึงวันที่แกเปิดมาฟังอีก
วันเวลา วุฒิภาวะ ทัศนคติของแกเองจะทำให้ทุกเรื่องราวมันจางลง
ใจดีกับตัวเองบ้างนะ
จริง ๆ ก็ไม่ต้องแบกรับอะไรไว้คนเดียวอย่างที่เคยเป็นหรอก
มีเพื่อนที่คอยเป็นที่ระบาย มีคนที่เราไว้ใจ
แต่ถ้ามันพังเพราะแกเองไปทำให้ทุกอย่างมันล้ม
อันนี้ก็ต้องตั้งสติ แล้วยอมรับความจริง
ให้อภัยตัวเองบ้าง
แล้วก็เรียนรู้จากสิ่งที่เคยทำผิดพลาดมาด้วยละ
ทำไมถึงพูดแบบนี้
เพราะรู้ไง ว่าทำผิดกับเรื่องเดิมบ่อยมาก
ถ้าตอนนี้ยังทำผิดกับเรื่องเดิมๆ อีก ก็ไม่รู้จะให้กำลังใจกับแบบไหนดี
ตอนนี้แกเป็นยังไงบ้างนะ
ไม่รู้ว่าเสียงในตัวแกที่พูดกับตัวเองจะเป็นเรื่องที่ทำให้แกอยากมีชีวิตต่อไปอยู่รึเปล่า
ถ้าไม่ใช่ ก็อยากใช้เสียงของแกเองที่ยังมีพลังอยู่ในตอนนี้ บอกแกว่า
มันยังมีสิ่งที่เรายังไม่ได้ทำอีกเยอะเลย
แกยังมีโปรเจ็คที่แกอยากทำอีกเป็นตั้ง ๆ
จำได้มั้ยว่า เราอยากทำอะไรบ้าง
ลิสที่แกอยากทำมากที่สุดในชีวิต
ไปหยิบมากลับมาดู
แต่ถ้าเปิดมาอ่านเพราะใครสักคนทำให้แกรู้สึกว่า
ตอนนี้ตัวเองไม่ค่าแล้วละก็
อยากจะบอกแกเหมือนเดิมนะว่า
อาจจะมีแค่แกคนเดียวจริงๆ
ที่ไม่เคยรู้ตัวเองเลยว่าตัวเองมีค่ามากแค่ไหน
เสียงฝั่งไหนที่บอกแกอยู่ว่าตอนนี้เรามันแย่ขนาดนั้น
ก็ลองฟังเสียงทางนี้อีกทาง
อยู่ที่ว่าจะเลือกฟังเสียงข้างไหน
อยู่ที่ว่าจะฟังเสียงที่จะทำให้ตัวเองรู้สึกดีกับตัวเองมั้ย
ในวันที่สุดท้ายแล้วไม่รู้จะหันหน้าไปคุยกับใคร
ลองกลับมาฟังเสียงของตัวเองในวันนี้ดู
บางทีมันอาจทำให้แกจำน้ำเสียงที่มันมีความสุขซ่อนอยู่
มากกว่าเสียงสะอื้นหรือเสียงของความอึดอัดที่ซุกอยู่ในหัว
จนทำให้นอนไม่หลับแบบนี้
เป็นกำลังใจให้นะ
รู้ว่าไหวแน่ ๆ แต่มันใช้เวลาหน่อย
ถ้ากลับมาอ่านอย่างที่คิดจริง ๆ
พอถึงวันนั้นแล้ว
เขียนตอบกลับข้อความเหล่านี้มาหน่อยนะ
อยากรู้เหมือนกัน
ว่าตอนนั้น ตัวเองจะเป็นยังไง
ติดตามบทความใหม่ ๆ จาก เพจบันทึกนึกขึ้นได้ ได้บน LINE TODAY ทุกวันศุกร์