โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พังผืดใต้ลิ้น ปัญหาของทารกน้อยที่มักถูกมองข้าม

Motherhood.co.th

เผยแพร่ 03 ก.พ. 2563 เวลา 06.15 น. • Motherhood.co.th Blog

พังผืดใต้ลิ้น ปัญหาของทารกน้อยที่มักถูกมองข้าม

สำหรับทารกที่คลอดใหม่ ๆ นั้น หากไม่ได้มีปัญหาสุขภาพอื่นใด แพทย์ก็จะให้เข้าเต้าของแม่เพื่อกินนมแม่ได้ทันที แต่ในขณะกินนมนั้น เราอาจจะพบปัญหา พังผืดใต้ลิ้น" ที่อาจเกิดขึ้นกับทารกได้ หากไม่ได้สังเกตและปล่อยไว้ ปัญหานี้จะส่งผลกระทบต่อทารกทั้งในระยะสั้นและระยะยาว รวมทั้งสร้างปัญหาต่อตัวคุณแม่ด้วย มาติดตามกันนะคะว่าเรื่องของพังผืดใต้ลิ้นจะก่อให้เกิดปัญหาอะไรได้บ้าง

การมีพังผืดใต้ลิ้นทำให้มีปัญหาในการดูดนม

พังผืดใต้ลิ้นคืออะไร?

พังผืดใต้ลิ้น (Ankyloglossia หรือ Tongue-tie) คือเยื่อบาง ๆ ที่ยึดบริเวณด้านล่างของโคนลิ้นติดไว้กับพื้นล่างของช่องปาก ใกล้ ๆ บริเวณนี้จะมีกล้ามเนื้อ เส้นเลือด และระบบน้ำเหลืองที่ส่งไปเลี้ยงยังลิ้น ถ้าเยื่อดังกล่าวมีความหนาหรือมีขนาดที่สั้นเกินไป จะส่งผลให้การเคลื่อนไหวของลิ้นทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร ทำให้การดูดนมแม่เป็นไปได้ยากขึ้น เพราะการดูดนมแม่ต้องใช้ลิ้นแลบออกมาและรีดน้ำนมจากบริเวณลานนมเข้าปาก เมื่อทารกบางรายดูดนมแม่ตามปกติไม่ได้ก็จะใช้เหงือกในการดูดนมแทน ซึ่งจะทำให้แม่เกิดความเจ็บปวด หัวนมแตกและเป็นอุปสรรคต่อการให้นมแก่ทารกในครั้งต่อไป ในส่วนของทารกเอง เมื่อเขาดูดนมแม่ลำบาก จะส่งผลให้น้ำหนักตัวไม่ขึ้น ในขณะที่ทารกบางรายก็อาจจะขอดูดนมตลอดเวลาเพราะได้น้ำนมไม่พอ ก็ยิ่งทำให้แม่มีปัญหาหัวนมแตกและเจ็บมากขึ้นไปอีก

อาการแบบนี้ แปลว่าทารกมีพังผืดใต้ลิ้น

  • ทารกจะงับหัวนมไม่ค่อยติด หรือดูดแล้วหลุด
  • เมื่อทารกดูดนม จะดูดเบา และดูดบ่อย
  • ทารกมักดูดนมไม่ได้ เลยทำให้ดูดได้แต่ลม
  • ได้ยินเสียงคล้ายกระเดาะลิ้นจากปากทารกขณะดูดนม
  • น้ำหนักตัวทารกไม่เพิ่มขึ้นตามกำหนด หรือขึ้นช้ามาก และอาจมีอาการตัวเหลือง
  • ทารกแลบลิ้นได้ไม่พ้นริมฝีปากหรือเหงือกบน และไม่สามารถกระดกปลายลิ้นขึ้นไปสัมผัสเพดานปากได้
  • ทารกไม่สามารถเคลื่อนไหวลิ้นไปด้านข้างได้
  • เมื่อทารกแลบลิ้น ปลายลิ้นจะแบนไม่มนหรือเป็นเหลี่ยม ไม่แหลมมนอย่างลิ้นทารกทั่ว ๆ ไป ปลายลิ้นอาจมีรอยหยักเข้ามาเป็นรูปหัวใจ

อาการในส่วนของคุณแม่

  • มีอาการเจ็บขณะที่ทารกดูดนม หรือมีร่องรอยฟกช้ำหรือเป็นแผล ซึ่งส่งผลแทรกซ้อนถึงภาวะเต้านมอักเสบได้
  • หัวนมผิดรูปไป หรือมีรอยกดหรือรอยเป็นริ้ว ๆ บนหัวนมหลังจากให้ลูกดูดนมแล้ว

เราจะเห็นได้ว่าการรณรงค์เรื่องนมแม่ทำให้เราพบปัญหาของภาวะพังผืดใต้ลิ้นได้เร็วขึ้น มิเช่นนั้นแล้วเราอาจจะไม่รู้ว่าลูกกำลังมีปัญหา จนถึงเวลาที่เด็กเริ่มหัดพูด จะเกิดปัญหาพูดไม่ชัด ไม่ว่าตัว ร.เรือ ล.ลิง และตัวควบกล้ำต่าง ๆ เพราะเด็กกระดกลิ้นได้ไม่ค่อยดี

เด็กที่มีพังผืดใต้ลิ้นอาจจะมีปลายลิ้นหยักคล้ายหัวใจ

จำเป็นต้องรักษาหรือไม่?

การรักษาภาวะพังผืดใต้ลิ้นในอดีตนิยมใช้การผ่าตัด ซึ่งทารกทุกรายจำเป็นต้องดมยาสลบ พ่อแม่ของทารกน้อยจึงเกิดความวิตกกังวลกันเป็นอย่างมาก แม้ทางการแพทย์เราจะมั่นใจได้ในเรื่องความปลอดภัยต่อเด็กทารกก็ตาม แต่ก็อาจมีความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการดมยาสลบ อีกทั้งทารกจะต้องนอนพักรักษาในโรงพยาบาลต่ออย่างน้อย 2-3 วัน

ในปัจจุบันสามารถรักษาได้โดยการผ่าตัด โดยในทารกต่ำกว่า 4 เดือนหรือฟันยังไม่ขึ้นนั้นสามารถใช้ยาชาเฉพาะที่ได้ ทารกไม่จำเป็นต้องงดนมก่อนผ่าตัด ใช้เวลาในการผ่าตัดเพียง 5-10 นาที หลังผ่าตัดทารกสามารถดูดนมแม่ได้ทันทีและสามารถกลับบ้านได้เลย แผลหลังผ่าตัดไม่จำเป็นต้องดูแลรักษาด้วยวิธีการเฉพาะ แผลผ่าตัดสามารถหายเองได้ใน 1-2 สัปดาห์ และพบภาวะติดเชื้อที่แผลน้อยมาก จากนั้นเมื่อลูกถึงวัยที่ต้องหัดพูด หัดออกเสียง ก็จะสามารถทำได้ดีเป็นไปตามพัฒนาการของเด็กในแต่ละช่วงวัย

แต่เนื่องจากพังผืดเกิดในทารกแรกเกิดมีแนวโน้มที่จะยืดออกเองได้ จึงยังไม่มีข้อบ่งชี้ชัดเจนในการรักษาขณะที่เป็นทารกแรกเกิด หากพบว่าทารกยังไม่มีปัญหาในการดูดนมแม่ แพทย์ก็จะทำการนัดมาตรวจเป็นระยะ หากพังผืดสามารถยืดออกได้เองก็ไม่ต้องทำการรักษา หากไม่ยืดออกก็จะพิจารณารักษาด้วยการผ่าตัดต่อไป

การรักษาสมัยนี้ไม่ต้องวางยาสลบแล้ว กลับบ้านได้เลย

ผ่าตัดแล้วลิ้นของลูกจะเป็นอย่างไร?

คุณพ่อคุณแม่หลายคนอาจจะสงสัยว่าเมื่อผ่าตัดแล้วลิ้นของลูกจะยาวขึ้นได้หรือไม่ ความเป็นจริงคือไม่ แต่จะทำให้การเคลื่อนไหวของลิ้นเป็นไปตามปกติ ไม่ติดอยู่กับพื้นล่างของช่องปากเหมือนแต่ก่อน เพราะเป็นการตัดเนื้อเยื่อที่ยึดเกาะระหว่างใต้ลิ้นกับพื้นล่างของช่องปากออกให้พอเหมาะ

พังผืดใต้ลิ้นกับปัญหาในการพูดและการออกเสียง

นอกจากปัญหาการดูดนมแม่ที่จะเกิดขึ้นกับทารกที่มีพังผืดใต้ลิ้นนั้น ในระยะยาวหากทารกเริ่มโตขึ้นจนถึงวัยหัดพูดโดยที่ยังมีพังผืดยึดอยู่ใต้ลิ้นและยึดเลยมาถึงบริเวณ บางรายอาจจะพบปัญหาพูดไม่ได้ พูดช้า หรือพูดไม่ชัด โดยเฉพาะกับการออกเสียงตัวควบกล้ำ ร.เรือ ล.ลิง อาจจะส่งผลถึงการเข้าสังคมกับเพื่อนหรือเกิดการถูกล้อเลียนได้

ปัญหาเรื่องพังผืดใต้ลิ้นคุณพ่อคุณแม่อยากชะล่าใจนะคะ เพราะมันส่งผลต่อการได้รับสารอาหารของลูก หากเขาดูดนมได้น้อย น้ำหนักตัวก็น้อยตามไปด้วย อีกทั้งหากปล่อยไว้นานก็จะมีปัญหาในการออกเสียงด้วยค่ะ

 

อ่านบทความสำหรับแม่และเด็กอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ >> story.motherhood.co.th

มองหาสินค้าสำหรับแม่และเด็กในราคาสุดพิเศษได้เลยที่ >> Motherhood.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...