โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาวะปอดรั่ว ภัยเงียบอันตรายที่เกิดจากหลายสาเหตุ คนสูบบุหรี่จัดระวังให้ดี

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 07 ม.ค. 2563 เวลา 08.43 น. • เผยแพร่ 07 ม.ค. 2563 เวลา 08.43 น.
Models. (Photo By BSIP/UIG Via Getty Images)

ปอดเป็นอวัยวะสำคัญในระบบทางเดินหายใจ เมื่อปอดมีปัญหาหรือเกิดโรคขึ้นที่ปอดจะกระทบต่อร่างกายมาก หนึ่งในอาการที่น่ากลัวคือ “ภาวะปอดรั่ว” เป็นภัยเงียบที่สามารถเกิดได้กับทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงวัยที่สูบบุหรี่หนัก วัยทำงานที่ได้รับมลพิษทางอากาศ หรือวัยรุ่นโตเร็ว ผู้ป่วยมักไม่ปรากฏอาการ จะรู้ตัวอีกทีเมื่อพบว่าเหนื่อย เจ็บหน้าอก หรือไอแห้งเฉียบพลัน หากรักษาไม่ทันเวลามีโอกาสเสียชีวิตได้

นพ.ผดุงเกียรติ ตั้งพิรุฬห์ธรรม ศัลยศาสตร์ทรวงอกผ่าตัดส่องกล้องปอด โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ ให้ข้อมูลว่า โรคปอดรั่ว คือ ภาวะที่ถุงลมในปอดแตก ทำให้อากาศรั่วเข้าไปแทรกอยู่ในช่องอก จนเบียดเนื้อปอดและหัวใจ ทำให้ปอดขยายตัวไม่เต็มที่ ส่งผลต่อการหายใจ เป็นภาวะที่ต้องได้รับการรักษาเร่งด่วน เพราะภาวะดังกล่าวเป็นอันตรายถึงขั้นเสียชีวิตได้ หากลมที่รั่วนั้นกดเบียดหัวใจอย่างรุนแรง

อาการและสัญญาณเตือนของโรคปอดรั่วนั้นแตกต่างกันตามอายุ สำหรับคนไข้ที่อายุน้อยมักมาด้วยอาการเจ็บหน้าอกเฉียบพลัน และไอแห้ง ๆ ไม่มีเสมหะ โดยที่ไม่มี

อาการไข้หวัดมาก่อน มีอาการไอแบบหาสาเหตุไม่ได้ แต่หากเป็นกลุ่มผู้สูงอายุ หรือสูบบุหรี่จัด มักมาด้วยอาการเหนื่อยหอบ ยิ่งคนที่สูบบุหรี่จัดที่มีโรคถุงลมโป่งพองเรื้อรัง เนื้อปอดที่ไม่ดีอยู่แต่เดิมถูกกดเบียดก็จะเหนื่อยง่าย และเหมือนหายใจไม่สุด ซึ่งอาการเจ็บหน้าอกจะต่างจากคนที่เป็นโรคหัวใจ ถ้าผู้ป่วยโรคหัวใจจะรู้สึกเจ็บแน่น ๆ เหมือนมีอะไรมาทับมากด แต่ถ้าปอดรั่วจะมีอาการเจ็บแปล๊บในหน้าอกข้างใดข้างหนึ่งตามการหายใจ

ภาวะปอดรั่วแบ่งออกได้เป็น 2 แบบ คือ 1.ภาวะปอดรั่วแบบปฐมภูมิ (primary spontaneous pneumothorax : PSP) คือ โรคปอดรั่วในคนที่ไม่ได้มีตัวโรคที่เนื้อปอด ซึ่งมักเกิดในผู้ป่วยที่อายุ 18 ปีขึ้นไป จนถึง 30 ปี หรือช่วงวัยรุ่นที่ผอมสูงโตเร็ว มักพบว่ายอดปอดส่วนบนเป็นถุงลมโป่งพองเฉพาะจุด ซึ่งปัจจุบันวงการแพทย์ยังไม่ทราบสาเหตุชัดเจนว่าเกิดจากอะไร แต่จากการวิเคราะห์ที่มีความเป็นไปได้ คือ อาจเป็นจากพันธุกรรม หรือช่วงที่วัยรุ่นโตเร็ว ปอดกับช่องอกขยายตัวไม่สัมพันธ์กัน ทำให้ยอดปอดเกิดถุงลมโป่งพอง อีกกลุ่มหนึ่งคือ คนที่เกิดภาวะเยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่ (endometriosis) มีชื่อเรียกว่า โรคลมรั่วตามรอบเดือน (catamenial pneumothorax) เป็นภาวะที่มีเซลล์เยื่อบุมดลูกฝังในช่องเยื่อหุ้มปอด ทำให้มีลมรั่วในขณะที่มีประจำเดือน พบได้ไม่บ่อย แต่ต้องไปรับการผ่าตัดและการรักษาด้วยฮอร์โมน

2.ภาวะปอดรั่วแบบทุติยภูมิ (secondary spontaneous pneumothorax : SSP) มักเกิดในคนที่อายุมากกว่า 60 ปี มีพฤติกรรมสูบบุหรี่จัด และเกิดในผู้ป่วยที่มีโรคปอดอยู่แล้ว ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากพฤติกรรมการสูบบุหรี่ ซึ่งมักพบว่าถุงลมโป่งพองจะเป็นแบบกระจาย เมื่อแตกออกมา ลมรั่วเข้าช่องอก อาการรุนแรงกว่าปอดรั่วแบบปฐมภูมิ เนื่องจากการทำงานของปอดเสียไป

สำหรับในประเทศไทยพบว่า ผู้ป่วยกลุ่มภาวะปอดรั่วแบบทุติยภูมิมีจำนวนมากกว่าภาวะปอดรั่วแบบปฐมภูมิ ซึ่งปัจจัยเสี่ยงของกลุ่มทุติยภูมิ คือ การสูบบุหรี่จัด จนเป็นสาเหตุให้เกิดถุงลมโป่งพอง นอกจากนี้ ยังมีความเป็นไปได้ที่เกิดจากมลพิษทางอากาศ ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) ที่มีผลกระทบทำให้ถุงลมโป่งพองได้ ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักมาพบแพทย์ด้วยอาการแบบเฉียบพลัน

แนวทางการรักษาในอดีต คือ การรักษาครั้งแรกยังไม่ต้องผ่าตัด แค่ใส่สายระบาย 3-7 วัน รูรั่วสามารถหายไปได้เอง แต่ปัญหาคือโอกาสเป็นซ้ำสูงถึง 30% ในปัจจุบันเทคโนโลยีและวิวัฒนาการทางการแพทย์ก้าวหน้ามากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับการผ่าตัดปอดรั่วที่มีการพัฒนาด้านการผ่าตัดเป็นการผ่าตัดแผลเล็กแผลเดียว ขนาดใกล้เคียงกับการใส่สายระบาย จึงมีผู้ป่วยต้องการผ่าตัดอาการปอดรั่วตั้งแต่ครั้งแรกมากขึ้น ซึ่งการผ่าตัดแผลเล็กจะมีแผลขนาด 2-3 เซนติเมตร ใช้เวลาในการผ่าตัดประมาณ 1 ชั่วโมง หลังผ่าตัด ผู้ป่วยจะฟื้นตัวเร็ว

“ข้อควรระวังภายหลังการผ่าตัด คือ ในช่วง 2 สัปดาห์แรก ห้ามคนไข้ยกของหนัก เพราะอาจส่งผลกระทบทำให้แผลผ่าตัดภายในปริได้ ขณะที่แผลผ่าตัดภายนอกจะหายสนิทภายใน 1 สัปดาห์ นอกจากนี้ควรงดสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงแหล่งมลพิษต่าง ๆ ไม่ควรวิ่งมาราธอน หรือออกกำลังกายภายนอกอาคารในช่วงที่มีปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก และควรใส่หน้ากากป้องกันหากจำเป็นต้องออกนอกอาคาร” นพ.ผดุงเกียรติแนะนำ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...