โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

มารู้จัก “Chicken Town” ฟาร์มเพาะ-ขายไก่สวยงามต่างประเทศที่แปลก สวยงาม หายาก ชวนให้หลงใหล

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 29 ม.ค. 2564 เวลา 04.39 น. • เผยแพร่ 29 ม.ค. 2564 เวลา 04.39 น.

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ไก่สวยงามจากต่างประเทศเป็นที่นิยมเลี้ยงเพิ่มมากขึ้น เพื่อหวังตอบสนองรสนิยมที่หลากหลายของคนที่ชอบเลี้ยงหรือสะสมไก่สวยงามและชื่นชอบความแปลก น่ารัก เป็นงานอดิเรก หรือทำเป็นอาชีพสร้างรายได้

ไก่สวยงามต่างประเทศที่กำลังฮ็อตฮิตตอนนี้คือ ซิลกี้และโปแลนด์ ซึ่งทั้งสองพันธุ์มีรูปร่างลักษณะเด่นเฉพาะ สร้างจุดสนใจให้แก่ผู้พบเห็น ขณะเดียวกัน กระบวนการเพาะเลี้ยงดูแลให้เจริญเติบโตสมบูรณ์ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้ทักษะ ประสบการณ์ จึงไม่แปลกที่มีราคาสูง หากผู้สนใจทำเป็นอาชีพดูแลใส่ใจอย่างจริงจังสามารถสร้างรายได้อย่างมาก

“Chicken Town” เป็นฟาร์มเพาะ-ขายไก่สวยงามต่างประเทศหลายชนิดที่เน้นความแปลก สวย หายาก ทั้งยังจัดเป็นโชว์รูมสำหรับการซื้อขายแลกเปลี่ยนไก่ทั้งในและต่างประเทศในบางโอกาส ขณะเดียวกัน ยังจัดให้มีกิจกรรมเข้าเยี่ยมชมฟาร์ม สัมผัสใกล้ชิดกับไก่สวยงามหลายสายพันธุ์ พร้อมเหล่าสัตว์อื่นอีกมากมาย ตลอดจนร่วมสนุกกับความบันเทิงหลากหลายแบบฟรี ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ พร้อมกับเติมความเหนื่อยได้ที่โซน Chicken Town Café & FARM คาเฟ่ขนาดเล็กภายในฟาร์มที่มีบริการอาหาร/เครื่องดื่มด้วย

คุณศักดา บรรพจุลจินดา หรือ คุณนิ้ง เจ้าของ “Chicken Town” หนุ่มอารมณ์ดีที่ทำงานแบบมีหลักการ ซึ่งในอดีตเคยเป็นมนุษย์เงินเดือน และผ่านงานบริหารการตลาดมาหลายแห่ง กระทั่งผันตัวเองมาเลี้ยงไก่สวยงามต่างประเทศเป็นอาชีพเพราะมีรายได้ดีกว่า

เส้นทางเลี้ยงไก่สวยงามต่างประเทศของคุณนิ้งดำเนินไปอย่างเป็นขั้นตอน เริ่มต้นด้วยการใช้บ้านพักย่านบางบัวทองเป็นฟาร์มย่อมๆ หาซื้อพันธุ์ซิลกี้ที่มีขายในประเทศแล้วนำมาเพาะ-ขายก่อน พอมีลูกค้าสนใจมากขึ้น จึงเพิ่มอีกสายพันธุ์คือโปแลนด์ หลังจากประชากรไก่ทั้งสองเพิ่มมากขึ้น จนทำให้สถานที่ดูคับแคบจึงตัดสินใจขยับจากบ้านเก่าแล้วย้ายมาสร้างฟาร์มแห่งใหม่บนพื้นที่ 5 ไร่ อยู่ที่ลาดยาว นครสวรรค์ ซึ่งเป็นที่ดินของครอบครัวเมื่อปี 2562 แล้วทยอยสั่งสายพันธุ์ไก่สวยงามจากต่างประเทศที่คัดสรรว่ามีความแปลก เด่น เข้ามาเลี้ยงในฟาร์ม

“Chicken Town” เปิดฟาร์มเป็นทางการเมื่อปี 2563 จากเดิมที่มีสายพันธุ์อยู่ 2 ชนิด สั่งมาเพิ่มเป็น 20 ชนิด ด้วยการทำการบ้านอย่างหนักเพื่อดูว่าในประเทศทั่วโลกมีไก่พันธุ์อะไรบ้างที่มีลักษณะความแปลก เด่น หายาก โดยนำเข้ามาทั้งแบบเป็นตัวและไข่ พร้อมกับวางแผนทำเป็นโชว์รูมเพื่อซื้อ-ขาย แลกเปลี่ยน ตลอดจนยังใช้เป็นสถานที่สำหรับศึกษาเรียนรู้ให้แก่ผู้สนใจจะเลี้ยงเล่นหรือเลี้ยงเป็นอาชีพ

คุณนิ้งให้รายละเอียดเกี่ยวกับการปรับวิธีเลี้ยงไก่ต่างประเทศที่คุ้นเคยกับสภาพอากาศหนาวเย็นแล้วนำมาเลี้ยงในไทย อย่างไก่ซิลกี้ที่สั่งจากอเมริกาเป็นไก่ที่มีขนมากเพราะอากาศหนาวต้องปรับวิธีเลี้ยงด้วยการเปิดพัดลมตลอดเวลา เพื่อให้ร่างกายค่อยๆ ปรับความสมดุล วิธีนี้ใช้เวลาประมาณ 2 เดือนก็สามารถสร้างความคุ้นเคยกับสภาพอากาศในบ้านเราได้ แล้วสามารถผสมพันธุ์ออกลูกหลานได้

“จนทุกวันนี้ ซิลกี้ทุกตัวเป็นสายพันธุ์ที่เกิดและโตในไทย ซึ่งมีลักษณะคุณสมบัติครบถ้วน ทั้งรูปร่าง ขน และจุดเด่นเช่นเดียวกับพันธุ์ดั้งเดิมของอเมริกา ที่เพิ่มเติมคือมีความแข็งแรงและสามารถอยู่ในสภาพอากาศในประเทศไทยอย่างสบาย มีกิจกรรมทุกอย่างได้เช่นเดียวกับไก่ไทย ส่วนสายพันธุ์อื่นใช้วิธีเลี้ยงแบบเดียวกัน ดังนั้น ทุกวันนี้จึงไม่มีความจำเป็นต้องสั่งพันธุ์จากต่างประเทศมาอีก”

คุณนิ้งมีหลักการเลือกซื้อไก่จากต่างประเทศโดยพิจารณาจากความแปลกหายากและมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่น โดยอันดับไก่ที่ขายดีของ Chicken Town คือซิลกี้, โปแลนด์, ไก่ยักษ์บราม่า King of Chicken นำเข้าจากตุรกี (โด่งดังที่สุดในโลก), ไก่ซีไปรท์ (ที่มีลวดลายเหมือนเกล็ดปลา ซึ่งทางจีนเรียก เกล็ดมังกร มีสีเงินและทอง จึงเรียกมังกรเงินและทอง ซึ่งได้รับความนิยมมาก), ไก่ชนยักษ์บราซิล นับเป็นไก่ชนที่มีรูปร่างสูงที่สุดในโลก แล้วถ้าโตเต็มที่มีความสูงถึง 1 เมตร และอีกชนิดที่แปลกคือ ไก่หน้าขาวสเปน ที่มีใบหน้าขาวคล้ายผีเกาหลี ตัวดำเป็นพันธุ์ที่ตลาดบ้านเราสนใจไม่น้อย

“อย่างไรก็ตาม กว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของสายพันธุ์ที่นำเข้าสามารถเพาะ-ขยายพันธุ์ได้อย่างสมบูรณ์ อัตราส่วนพ่อ-แม่พันธุ์ ของไก่แต่ละชนิดจำนวนไม่เท่ากัน ถ้าซิลกี้มีพ่อพันธุ์ 10 ตัว แม่พันธุ์ 20 ตัว หรือ 1 : 2 เป็นอัตราส่วนที่ทำให้เชื้อพ่อพันธุ์สมบูรณ์ แข็งแรง ส่วนพันธุ์อื่นมีอัตราส่วน 2 : 3 หรือ 2 : 4 ขึ้นอยู่กับจำนวน โดยทั้งฟาร์มมีพ่อ-แม่พันธุ์ที่สมบูรณ์พร้อมผสมราว 200 ตัว”

คุณนิ้ง บอกว่า ไก่สวยงามต่างประเทศแต่ละสายพันธุ์มีระยะเจริญพันธุ์ไม่เท่ากัน แต่จะอยู่เฉลี่ย 5-8 เดือน ไก่ที่โตและพร้อมผสมพันธุ์เร็วที่สุดคือกลุ่มไก่ชน และช้าที่สุดคือซิลกี้ และจำนวนการตกไข่ของแต่ละสายพันธุ์มีความต่างกัน อย่างสเปนหน้าขาวตกไข่วันละฟอง หรือรอบละ 10-12 ฟอง ส่วนซิลกี้ตกไข่วันเว้นวัน

หลังจากได้ไข่จากการผสมพันธุ์แล้วจะนำไข่ทั้งหมดเข้าตู้ฟักอัตโนมัติเพราะสามารถควบคุมอุณหภูมิและความชื้นได้ตามต้องการ ทำให้คุณภาพการฟักได้ผลสมบูรณ์เต็มที่ ลดปัญหาการสูญเสีย ขณะเดียวกัน ยังไม่ต้องให้แม่ไก่เสียเวลาไปกับการกกไข่ถึง 20 วัน แล้วเลี้ยงลูกอีก 1 เดือน จึงทำให้แม่ไก่สามารถไปผสมพันธุ์ต่อได้อีก เป็นข้อดีคือได้อัตราผลผลิตจำนวนมากในเวลารวดเร็ว

หลังจากไข่ฟักเป็นตัวในตู้แล้วจะอยู่ต่ออีก 2-3 วันเพื่อให้ตัวแห้ง จึงย้ายมาอยู่ในกรงอนุบาลที่มีแสงไฟส่อง อุณหภูมิประมาณ 30 องศาเพื่อให้อุ่น เป็นระดับอุณหภูมิพอเหมาะที่ลูกไก่จะสบายตัว ร่าเริง ทั้งนี้ ให้อยู่กับไฟเพียง 7 วัน จึงย้ายออกมาอยู่ในสภาพอากาศปกติ แต่หากช่วงนั้นอุณหภูมิภายนอกเย็น อาจต้องให้อยู่ต่อไปตามที่เหมาะสม

สำหรับอาหารใช้เป็นสูตรลูกไก่ที่มีขายทั่วไป ยี่ห้ออะไรก็ได้ไม่แตกต่าง เพียงแต่ต้องการให้เน้นประเภทโปรตีนเพื่อเสริมโครงสร้างให้เนื้อแน่น ขนดกสวย ส่วนอาหารไก่โต โดยเฉพาะตัวที่พร้อมผสมพันธุ์จะเน้นอาหารไก่ไข่ เพราะแม่พันธุ์ต้องให้อาหารประเภทแคลเซียมสูง เพื่อผลิตไข่ให้มีความสมบูรณ์แข็งแรง ขณะเดียวกัน ต้องมีอาหารเสริม อย่างหนอน แมลง ไข่ต้ม อาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง พร้อมกับผสมวิตามินลงในน้ำอาทิตย์ละ 2 ครั้ง เพื่อสร้างความสดชื่นและเสริมภูมิต้านทาน

“Chicken Town” ออกแบบฟาร์มที่มีความต่าง ให้มีลักษณะคล้ายสนามกีฬา ตั้งชื่อว่า Chicken Stadium ขนาดพื้นที่ 2,000 ตารางเมตร มีกรงล้อมรอบ 4 ด้าน แต่ละกรงมีขนาด 3 คูณ 3.5 เมตร มีขนาดใหญ่เพื่อให้ไก่อยู่อย่างสบาย เดินไปมาได้โดยไม่แออัด ไม่เครียด ตรงกลางเป็นลานสนามหญ้าเพื่อปล่อยให้ไก่ออกมาวิ่งเล่น เป็นการผ่อนคลาย ทั้งยังใช้ทำกิจกรรมต้อนรับคณะผู้เดินทางเข้ามาเที่ยวในฟาร์มในแบบกลุ่มหรือครอบครัวจำนวนมาก ในทุกวันเสาร์-อาทิตย์ บริเวณโดยรอบยังได้ปลูกต้นไม้เล็ก-ใหญ่ เพื่อให้เกิดร่มเงา มีความร่มเย็น

การขายไก่ โดยส่วนมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ขายในประเทศ เป็นไก่อายุตั้งแต่ 1 ถึง 1 เดือนครึ่ง ราคาแต่ละพันธุ์ต่างกัน เช่น โปแลนด์ที่แบ่งเป็นสองเกรดคือ สีพื้นกับสีพัฒนา โดยสีพื้นราคาตัวละ 200 บาท และสีพัฒนาราคาเริ่มต้นที่ตัวละ 500 บาท สำหรับซิลกี้ไก่พระเอกของฟาร์มกำหนดราคาไว้ดังนี้ ถ้าอายุ 1 เดือนราคาตัวละ 500 บาท, 1 เดือนครึ่ง ถึง 2 เดือน ราคาตัวละ 800 บาทหรือคู่ละ 1,500 บาท สำหรับไก่สเปนหน้าขาว ไก่ชนยักษ์ ไก่ออพิงตันจากอังกฤษ ที่อายุ 1 เดือนขึ้นไป ราคาตัวละ 1,000-1,500 บาท สำหรับตลาดต่างประเทศมักขายเป็นไก่โต เป็นไก่หนุ่มสาวหรือพ่อ-แม่พันธุ์ ลูกค้ามีทั้งประเทศเพื่อนบ้าน หรืออินเดียกับจีน โดยเฉพาะทางจีนกำลังนิยมไก่สวยงามจากไทยอย่างมาก

คำแนะนำสำหรับผู้เลี้ยงมือใหม่ คุณนิ้ง บอกว่า ควรเริ่มซื้อไก่ที่มีอายุประมาณ 1 เดือนครึ่ง เนื่องจากวัยนี้มีความแข็งแรง ควรเลี้ยงในพื้นที่จำกัดก่อน ไม่ว่าจะเป็นกรงหรือคอกเพื่อป้องกันอันตรายจากสัตว์อื่น ควรระวังเรื่องฝนกับยุง โดยเฉพาะตอนกลางคืน เพราะลูกไก่ยังมีภูมิต้านทานต่ำ แต่พอเลี้ยงไปจนถึงอายุ 3 เดือน สามารถปล่อยให้มีอิสระภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิด พร้อมย้ำว่าการเลี้ยงไก่วัยเด็กก็เหมือนกับเลี้ยงเด็กน้อย คือขอให้กินอิ่ม นอนอุ่น และอย่าให้โดนฝนเท่านั้น หากลูกค้าที่มีพื้นที่จำกัดควรให้ข้อมูลทางฟาร์มด้วย เนื่องจากลักษณะรูปร่างไก่บางพันธุ์อาจไม่เหมาะสม

“สำหรับท่านผู้อ่านที่กำลังวางแผนจะเลี้ยงไก่สวยงามต่างประเทศในเบื้องต้นควรศึกษาหาข้อมูลก่อน เพราะมีหลายสายพันธุ์ที่น่าสนใจและแปลก แล้วถ้าอยากเห็นไก่แวะมาเยี่ยมที่ Chicken Town มาดูความสวยงามน่ารักของไก่ก่อนตัดสินใจ หรือท่านใดประสงค์จะเลี้ยงเพื่อหารายได้ก็มาพูดคุยกัน อยากจะบอกว่าตลาดไก่สวยงามต่างประเทศยังเป็นที่ต้องการทั้งในและต่างประเทศ เพียงแต่ขอให้ใส่ใจกับอาชีพให้มาก”

สอบถามรายละเอียด ติดต่อโดยตรงได้ที่ คุณนิ้ง โทรศัพท์และไลน์ (081) 405-2612 เฟซบุ๊ก Nink ChickenTown

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...